background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ปี 68 'รพ.สธ.'ปรับรูปแบบ 'ส่งต่อผู้ป่วย' ทั้งหมด เดินหน้าสู่ รพ.หนึ่งเดียว

ปี 68 'รพ.สธ.'ปรับรูปแบบ 'ส่งต่อผู้ป่วย' ทั้งหมด  เดินหน้าสู่ รพ.หนึ่งเดียว

ตามที่รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ขับเคลื่อน นโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่ ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว โดยได้ดำเนินการมาแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 รวมแล้ว 3 ระยะครอบคลุม 46 จังหวัด ส่วนอีก 31 จังหวัดที่เหลือดำเนินการระยะที่ 4 ซึ่งตามเป้าหมายภายในปี 2567

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 ที่ โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข มอบนโยบายการขับเคลื่อนนโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ ระยะที่ 4 ว่า การยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็น 30 บาทรักษาทุกที่ เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล โดยมีการจัดบริการต่างๆอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เช่น เทเลเมดิซีน เอไอทางการแพทย์ เป็นต้น  

ระบบส่งต่อผู้ป่วยดิจิทัลทั้งหมด

ในปี 2568 ระบบการส่งต่อผู้ป่วยที่เป็นกระดาษจะเปลี่ยนระบบดิจิทัลออนไลน์ทั้งหมด รวมถึง คนไข้ที่รักษาหลายแห่งในแต่ละปี  ก็จะมีระบบกลางรวบรวมข้อมูลและส่งต่อข้อมูลยังรพ.ปลายทางได้อย่างรวดเร็ว  ส่วนการเชื่อมข้อมูลกับรพ.นอกสังกัดสธ. ขณะนี้กำลังดำเนินการร่วมกับรพ.ศิริราช 

“ที่ผ่านมาดำเนินการไปแล้ว 3 เฟส ครอบคลุม 46 จังหวัด ประชาชนพึงพอใจ 90 % ลดค่าใช้จ่าย 23% และไม่พบความแออัดเพิ่มขึ้นในรพ.ใหญ่ได้ ขณะนี้กำลังจะเข้าสู่ระยะที่ 4 อีก 31 จังหวัด คาดว่าจะดำเนินการได้ครบทั้งประเทศภายในปี 2567”นายสมศักดิ์กล่าว 

มีโอกาสงบฯรักษาไม่พอ

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า 5 เดือนที่ตนเข้ามารับตำแหน่งได้เห็นในสิ่งที่ดำเนินการ ทั้งการให้บริการผู้ป่วย และการบริหารในระบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งต้องมีการบริหารงบประมาณโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ปีละราว 1.5 แสนล้านบาท  ผู้ป่วยนอก 304 ล้านคน/ครั้งต่อปี เข้ารักษาหน่วยบริการปฐมภูมิ เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) คลินิก 154 ล้านคน/ครั้ง ระดับทุติยภูมิ รพ.ชุมชน  โรงพยาบาลทั่วไป 125 ล้านคน/ครั้ง และตติยภูมิ โรงพยาบาลศูนย์ 25 ล้านคน/ครั้ง ค่ารักษาแต่ละครั้งในหน่วยบริการแต่ละระดับก็แตกต่างกัน

“หากมีการใช้เงินอย่างเดียวก็มีโอกาสที่เงินไม่พอ ขณะเดียวกันจะปล่อยปละละเลยให้มีการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยไม่ได้ซึ่งการบริหารการเงินมีทั้งในลักษณะปลายปิด ปลายเปิด อย่างปลายปิดมีการกำหนดวงเงินเท่านี้สำหรับโรคนี้ แต่บางโรคก็มีปลายเปิด หากเงินไม่พอก็ของบฯกลางเพิ่มได้ แต่หากงบฯปลายเปิดยาวนานขึ้น ระบบสปสช.จะกำกับไม่อยู่และ ในฐานะหน่วยบริการรักษาคนไข้ ก็จะเดือดร้อนได้”นายสมศักดิ์กล่าว

เน้นยุทธศาสตร์ป้องกันโรค ลดคนป่วย

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า การทำให้บริการดีและเงินเพียงพอ ก็ต้องมาช่วยกันดูเรื่องการให้บริการของ 30 บาทรักษาทุกที่ ขณะนี้ที่มีระบบดิจิทัลที่ดี สามารถดูแลรักษารวดเร็ว ส่งผ่านข้อมูลรวดเร็ว ไม่ว่าคนไข้จะไปกี่รพ. สามารถรวบรวมข้อมูลไปปลายทางได้รวดเร็วที่สุด  โดยสธ.มีนโยบายที่ไม่ให้จำนวนผู้ป่วยนอกเกิน 304 ล้านคน/ครั้งต่อปี  เน้นยุทธศาสตร์การป้องกันโรค เช่น การลดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งใช้งบประมาณค่ารักษาในกลุ่มโรคนี้ถึง  52% ของ งบฯหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ทั้งที่เป็นโรคป้องกันได้

รพ.สธ.หนึ่งเดียว ใช้บัตรประชาชนใบเดียว

ก่อนหน้านั้น นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดสธ. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการการขับเคลื่อนนโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ระยะที่ 4ว่า จากการสอบถามรพ.ในสังกัดสธ. มีความพร้อม ซึ่งมี 2 ส่วน คือ 1. เมื่อประชาชนถือบัตรประชาชนใบเดียว ไปรพ.สธ.แห่งใด ข้อมูลจะเชื่อมโยงถึงกันหมด และ2.  ประชาชนที่มีLine หรือแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ประวัติการรักษา สามารถเปิดประวัติของตนได้ หาหมอที่ไหนก็ได้

ส่วนการส่งต่อผู้ป่วย ที่ผ่านมาสธ.มีระบบ One Province One Hospital หรือ 1 จังหวัด 1 รพ. คือ รพ.ภายในจังหวัดเดียวกันสามารถเชื่อมข้อมูล ส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาได้ที่ไหนก็ได้  แต่อาจจะติดขัดบ้าง เช่น รพ.บางแห่งอาจเตียงเต็ม จึงต้องมีการสอบทานว่าที่ไหนมีเตียงว่างบ้าง แต่ก็เกิดน้อยลงมาก และเมื่อรพ.จังหวัดเดียวกันพร้อม ต่อไปจะใช้ระบบเขตสุขภาพ คือ เป็นการส่งต่อผู้ป่วยในเขตสุขภาพ สามารถส่งต่อผู้ป่วยภายในเขตเดียวกันได้ทั้งหมด

ในเชิงนโยบายประกาศเป็น รพ.ของประเทศไทย ของกระทรวงสาธารณสุข one country one hospital เพราะมีส่วนแบ่งการตลาดเกือบ 70% เรียกว่าเป็นหน่วยบริการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ  และหากพร้อมวันข้างหน้าอาจร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ อย่างประกันสังคม เช่น ผู้ประกันตนมีสิทธิที่รพ.บ้างโป่ง จ.ราชบุรี สามารถรักษาที่รพ.ราชวิถีได้ นี่คือความท้าทายว่าเราพร้อม

“จากระดับจังหวัด สู่ระดับเขตสุขภาพ และในอนาคตรพ.ในสังกัดสธ.จะเป็นหนึ่งเดียวทั้งประเทศกว่า 1 พันแห่ง ซึ่งไปรักษาที่ไหนถือเป็นหนึ่งเดียวกันทั้งหมด ประชาชนถือบัตรประชาชนใบเดียวไปรักษาได้ทุกที่ ส่งตัวได้ทุกที่ ดูข้อมูลได้ทุกที่”นพ.โอภาสกล่าว