วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

คาด 'ฝุ่น PM 2.5' ปีนี้ ไม่รุนแรงเท่าช่วงต้นปี 2567 'คลินิกมลพิษ'เตรียมรับมือ

คาด 'ฝุ่น PM 2.5' ปีนี้ ไม่รุนแรงเท่าช่วงต้นปี 2567  'คลินิกมลพิษ'เตรียมรับมือ

เป็นที่รับรู้กันดีว่า “ฝุ่น PM2.5” มาพร้อม ฤดูหนาว ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทยปี 2567 จะเริ่มต้นในวันที่ 29 ต.ค. 2567 และจะสิ้นสุดฤดูหนาวในช่วงปลายเดือน ก.พ. 2568 เท่ากับความเสี่ยงของการจะต้องเผชิญกับค่าฝุ่นPM2.5ที่สูงก็จะเริ่มต้นขึ้นด้วย

คาดฝุ่นPM2.5 ฤดูนี้ไม่รุนแรงเท่าปีก่อน 

อย่างไรก็ตาม  กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เผยถึงการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กระยะไกลล่วงหน้า องค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmospheric Administration/NOAA) ประเมินว่าช่วงระหว่างเดือนกันยายนไปจนถึงพฤศจิกายน 2567 จะเป็นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สภาวะ “ลานีญา” (La Nina) ซึ่งจะส่งผลให้ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก รวมประเทศไทย มีปริมาณฝนตกมากกว่าปกติปรากฎการณ์ดังกล่าวจะคงอยู่ไปจนถึงเดือนมีนาคม 2568

 ผลที่ตามมาจะทำให้การลุกลามจากการเผาไหม้เศษวัสดุชีวมวลไม่รุนแรงเท่าสถานการณ์ภายใต้ปรากฎการณ์ “เอลนีโญ” (สภาวะแห้งแล้ง) ประกอบกับการดำเนินการภายใต้มาตรการรับมือสถานการณ์ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2568 ที่จะสามารถควบคุมแหล่งกำเนิดที่มีนัยสำคัญได้ครบทุกมิติ จึงคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กในระยะยาวได้ว่าสถานการณ์จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น และไม่รุนแรงเท่าช่วงต้นปี 2567

ในสถานการณ์อันใกล้นี้ ผลการประเมินจากกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงหลังวันที่ 23 ตุลาคม 2567 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีฝนที่ลดลง และจะมีมวลอากาศเย็นแผ่เข้ามาบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

ส่งผลให้พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีแนวโน้มที่ค่าฝุ่นละอองจะสูงขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 24-27 ตุลาคม 2567 ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวในพื้นที่จะมีสภาวะที่อากาศปิดส่งผลให้ฝุ่นละอองจากแหล่งกำเนิดไม่สามารถระบายออกจากพื้นที่ได้ ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง สามารถติดตามสภานการณ์ได้จากแอปพลิเคชัน Air4Thai และแฟนเพจ ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) เพื่อรับทราบสถานการณ์ที่ถูกต้อง และนำไปใช้ประกอบการวางแผนการทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างเหมาะสม

คลินิกมลพิษ รับมือฝุ่นPM2.5

นพ.ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า กรมได้ความพร้อมสถานพยาบาล และคลินิกโรคทางเดินหายใจ และคลินิกมลพิษ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี จึงได้จัดตั้งคลินิกมลพิษเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนและตอบสนองนโยบายกระทรวงสาธารณสุข เป็นคลินิกเฉพาะทางที่เน้นการทำงานด้านเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม ประเมินสถานการณ์มลพิษ ประเมินจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคจากมลพิษทางอากาศ ใช้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์

ในการออกมาตรการต่างๆ  เพื่อลดการเจ็บป่วยของประชาชน ควบคู่กับการรักษาและดูแลผู้ป่วย ที่ได้รับผลกระทบให้ได้รับการรักษาและกลับไปใช้ชีวิตปกติ คลินิกมลพิษมีการให้ข้อมูลและประเมินสภาวะสุขภาพ รวมถึงติดตามผู้ป่วยเป็นระยะ เช่น ระยะเวลาในการได้รับมลพิษ การใช้หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง ความรู้เรื่องโรคที่เกี่ยวข้องที่สามารถเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเครือข่ายคลินิกมลพิษที่ครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ และได้จัดทำคู่มือปฏิบัติงานของคลินิกมลพิษ การให้คำแนะนำ รวมทั้งจัดตั้งคลินิกมลพิษออนไลน์ www.pollutionclinic.com เพื่อให้ประชาชนได้ประเมินอาการที่เกิดขึ้นกับตัวเองผ่านระบบออนไลน์ และการสร้างความรอบรู้สุขภาพด้านฝุ่นให้กับประชาชนในพื้นที่ และหากพบว่ามีอาการความรุนแรงสามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์ในคลินิกออนไลน์หรือส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในคลินิกมลพิษใกล้บ้านได้

ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ 58 %

นพ.เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า ปัจจุบันมีคลินิกมลพิษ จำนวน 81 แห่ง และคลินิกมลพิษออนไลน์ จำนวน 158 แห่งครอบคลุม 13 เขตสุขภาพทั่วประเทศ ในปี 2567 พบผู้ป่วยที่เข้าปรึกษาในคลินิกมลพิษออนไลน์ ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ คิดเป็น 58% รองลงมา คือ โรคตา 42% และโรคผิวหนัง 17% (ผู้ป่วย 1 ราย มีอาการหลายระบบ ทั้งนี้ กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานีได้ทำคลินิกมลพิษออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ เช็กค่าฝุ่น PM 2.5 ประเมินอาการป่วย ปรึกษาแพทย์ได้

คำแนะนำดูแลสุขภาพ ช่วงฝุ่นPM 2.5

สำหรับคำแนะนำสำหรับประชาชนในการดูแลสุขภาพ ช่วง ฝุ่นPM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็ก และประชาชนที่มีโรคเรื้อรัง ได้แก่

 1. สวมหน้ากาก N95 หากไม่มีให้สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น ซึ่งสามารถกรองฝุ่นละอองได้บางส่วน

 2. หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้านเมื่อมลพิษอากาศสูง และงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่น

3. ควรปิดประตูและหน้าต่างให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองพัดเข้ามาในบ้าน

 4. ทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ เพื่อลดการสะสมของฝุ่นภายในบ้าน แต่ไม่แนะนำให้กวาด เพราะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย

 5. แนะนำติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ จะช่วยกรองฝุ่นละอองภายในบ้านได้ โดยก่อนที่จะทำการติดตั้ง จะต้องมั่นใจก่อนว่าเครื่องฟอกอากาศนั้นมีขนาดเหมาะสมกับห้องภายในบ้าน

6. กรณีออกไปทำธุระนอกบ้านควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใส่แว่นตาหรือแว่นครอบตา และอาบน้ำชำระร่างกายทันทีเมื่อกลับมาถึงบ้าน

 7. ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เพื่อลดควันดำจากการเผาไหม้เครื่องยนต์

8. หมั่นดื่มน้ำสะอาด

 9. หากพบอาการผิดปกติของร่างกายให้รีบมาพบแพทย์ทันที