background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

จับตา “ฝีดาษลิง Mpox เคลด 1” ไทยยังไม่เจอ แต่ก็มีความเสี่ยง

จับตา “ฝีดาษลิง Mpox เคลด 1” ไทยยังไม่เจอ แต่ก็มีความเสี่ยง

จากสถานการณ์การระบาดของโรคฝีดาษวานรหรือฝีดาษลิง หรือMpox ในทวีปแอฟริกากลาง และแอฟริกาตะวันออก เช่น ประเทศสาธารณรัฐบุรุนดี สาธารณรัฐเคนยา สาธารณรัฐรวันดา สาธารณรัฐยูกันดา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก  พบอัตราการป่วยด้วยโรคฝีดาษลิงสายพันธุ์ Mpox clade 1b(เคลด 1b) สูงขึ้น  สะสม ในปี 2565 - 2567 ผู้ป่วยสะสม 14,250 ราย เสียชีวิต 456 ราย

ฝีดาษลิง Mpox สถานการณ์ทั่วโลก

องค์การอนามัยโลก(WHO)ได้ประกาศให้การระบาดของฝีดาษลิงสายพันธุ์ Mpox clade 1b(เคลด 1b) เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public Health Emergency of International Concern) PHEIC) หลังจากนั้นเพียง 1 วัน ประเทศสวีเดนมีรายงานการพบผู้ป่วยติดเชื้อนี้นอกทวีปแอฟริการายแรก และเชื่อมโยงการติดเชื้อดังกล่าวกับการระบาดที่เพิ่มขึ้นในแอฟริกา

และล่าสุด 16 ส.ค.2567ประเทศปากีสถาน มีรายงานผลตรวจยืนยันฝีดาษลิงแล้ว 2 ราย ส่วนอีกรายอยู่ระหว่างรอผลยืนยันจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติในกรุงอิสลามาบัด แต่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยถึงสายพันธุ์ 

สถานการณ์โรคทั่วโลก (2022-2024) ป่วยยืนยันสะสมราว 99,176 ราย เสียชีวิตสะสม 208 ราย

สถานการณ์ฝีดาษลิง Mpox ในไทย 

ประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยันสะสมตั้งแต่ 1 ม.ค.2565 ถึง 11 ส.ค.2567 จำนวน  827 ราย ทุกรายเป็นสายพันธุ์ Clade 2 (เคลด 2) ซึ่งเป็นคนละสายพันธุ์กับที่ระบาดในแอฟริกา

ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นคนไทย 742 คน  ชาวต่างชาติ 81 คน ไม่ระบุ 4 คน เฉพาะช่วงปี 2567 ตั้งแต่ 1 ม.ค.– 3 ส.ค.2567 พบผู้ป่วยยืนยัน 140 คน พบมากในเพศชาย 97.46% และเพศหญิง 2.54%

เสียชีวิตสะสม 11 ราย โดย 100 % เป็นผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีด้วย ซึ่งจะมีภูมิคุ้มกันต่ำอยู่แล้ว

ฝีดาษลิง Mpox ความต่างในไทย-แอฟริกา

 ฝีดาษลิง ณ ตอนนี้มี  2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ clade 1 (เคลด1) หรือ สายพันธุ์แอฟริกากลาง ที่มีความรุนแรง อาจถึงขั้นเสียชีวิต พบการระบาดในแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันออกเป็นหลัก  มีอัตราการป่วยตายสูง ยังไม่พบในประเทศไทย 
ทั้งนี้ สายพันธุ์เคลด 1 มีการปรับตัวรุนแรงขึ้น เรียกว่าสายพันธุ์ clade IB (เคลด1b)  พบในดีอาร์คองโก (DR Congo)  ตั้งแต่กันยายน 2566 แพร่ระบาดจากการสัมผัสใกล้ชิด การมีเพศสัมพันธ์  ผู้อาศัยร่วมบ้าน และติดเชื้อในสถานพยาบาล ส่วนเด็กอาจติดจากผู้ปกครอง แต่สายพันธุ์ clade IB สามารถติดจากสัตว์ได้ เป็นไปได้ว่าผู้ปกครองไปคลุกคลีกับสัตว์ ล่าสัตว์ก็อาจติดเชื้อ และแพร่มายังเด็กๆ ได้

และสายพันธุ์ clade 2 (เคลด2)  หรือ สายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก มีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์แอฟริกากลางมาก   ณ ตอนนี้ประเทศไทยพบเพียงสายพันธุ์นี้

“อัตราการเสียชีวิตจากโรคฝีดาษวานร Mpox สายพันธุ์เคลด 1b ที่องค์การอนามัยโลกประกาศอยู่ที่ราว 5 % แต่ในไทยที่เป็นสายพันธุ์เคลด 2 อยู่ที่ราว 1.3 % แต่ไม่ใช่ว่าคนปกติจะมีอัตราการเสียชีวิตนี้ เนื่องจากผู้เสียชีวิตในสะสม 11 รายนั้น 100 % เป็นผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำ”นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

แผนเฝ้าระวังฝีดาษลิง Mpox

 สำหรับประเทศไทย หลังองค์การอนามัยโลก(WHO) ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ นพ.ธงชัย กล่าวด้วยว่า มอบหมายกองด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและกักกันโรค เพิ่มมาตรการและเข้มงวดการตรวจคัดกรองสุขภาพสำหรับผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาด ได้แก่

          1.ตรวจสอบการลงทะเบียน Health Declaration เพื่อการควบคุมโรค ซึ่งต้องมีที่อยู่ การเดินทางและสถานที่ติดต่อระหว่างอยู่ในประเทศไทย

          2. ประชาสัมพันธ์แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง (Health Beware Monitor) 4 ภาษา ได้แก่ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส และสเปน บริเวณด่านคัดกรอง รวมทั้ง QR code สำหรับการรายงานอาการเจ็บป่วยของตนเอง

          3.วัดอุณหภูมิร่างกาย

          4.หากพบผู้เดินทางมีผื่น หรืออาการเข้าได้กับ โรคฝีดาษลิง จะทำการแยกไว้ในห้องแยกโรคทันที และเก็บตัวอย่างจากผื่น และจากคอหอย ส่งตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการ ด้วยวิธี RT-PCR ณ ห้องปฏิบัติการของด่านควบคุมโรคฯ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสามารถรอผลตรวจในห้องแยก 70 นาที

          5. หากผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบ เป็นโรคฝีดาษลิง จะส่งรับการรักษา ณ สถาบันบำราศนราดูร

          6. กรณีพบผู้เดินทางมีผื่น ชัดเจนที่ด่าน หรือสนามบิน ให้พามาตรวจสอบอาการที่ ด่านควบคุมโรคติดต่อฯ ได้ทันที
 

 “ไม่อยากให้ประชาชนตระหนกจนเกินไปเพราะประเทศไทยมีมาตรการควบคุมอยู่แล้ว ทุกด่านเข้าประเทศ ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวว่าประเทศสวีเดนพบผู้ป่วยฝีดาษลิงสายพันธุ์เคลด 1 เป็นรายแรกนอกทวีปแอฟริกา กรมมีการติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด ส่วนจะเพิ่มการคัดกรองผู้ที่เดินทางมาจากประเทศสวีเดนหรือประเทศแถบยุโรปนั้นคงต้องขอดูข้อมูลก่อน”นพ.ธงชัย กล่าว

ย้ำการป้องกันโรคฝีดาษลิง Mpox

นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศแถบแอฟริกา ควรต้องติดตามว่าประเทศเหล่านั้นมีการระบาดหรือไม่ และควรระมัดระวังการสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคล หมั่นสังเกตอาการตนเอง   

ถ้ามีอาการไข้ เจ็บคอ ปวดศีรษะปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง หรือเริ่มสังเกตเห็นมีผื่นขึ้นตาม ร่างกายเป็นตุ่มน้ำใสหรือตุ่มหนอง ควรไปพบแพทย์ เพื่อการวินิจฉัยรักษาตั้งแต่ต้น

กรมควบคุมโรค มีการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ โรคฝีดาษลิง รวมถึงโรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำอื่นๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสายพันธุ์ใหม่ๆ อาจมีโอกาสพบผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศติดโรคหรือเจ็บป่วยได้ จึงขอเน้นย้ำการป้องกันโรคฝีดาษลิง ดังนี้

1.หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัด หรือคนพลุกพล่าน หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดบุคคล และขอให้มีการทำความสะอาดบริเวณพื้นผิวจุดสัมผัสร่วมสม่ำเสมอ

2. หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ไม่ใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

3.หากผู้ที่มีอาการสงสัย สามารถขอเข้ารับการตรวจหาเชื้อได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่ง หากมีข้อสงสัย ให้ติดต่อสายด่วน 1422 กรมควบคุมโรค