background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'กาชาด' โต้ 'กสม.' ปมรับบริจาคเลือด ยันไม่ปิดกั้น

'กาชาด' โต้ 'กสม.' ปมรับบริจาคเลือด ยันไม่ปิดกั้น

ปมรับบริจาคเลือด กาชาดโต้ กสม. ให้ข่าวคลาดเคลื่อน ไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความเสียหายต่องานบริการโลหิตของประเทศไทย ยันไม่ปิดกั้นกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศ

     จากที่ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เผยแพร่ข่าวผ่านสื่อต่างๆ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมา กล่าวถึง ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จำกัดสิทธิการบริจาคโลหิตในผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ทำให้ผู้บริจาคโลหิตและประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการดำเนินงานบริการโลหิตของประเทศ

     รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ตระหนักถึงหลักการความเท่าเทียมกันของมนุษย์และมาตรฐานสากลในการคัดเลือก ผู้บริจาคโลหิต ที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริจาคและผู้ป่วยผู้รับโลหิตเป็นสำคัญ จากกรณีที่ กสม. เผยแพร่ข่าวว่าได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย

      ระบุว่า ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้หญิงข้ามเพศที่ไปบริจาคโลหิต กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ถูกปฏิเสธการบริจาคโลหิตจากเพศสภาพนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากเหตุผลที่ไม่ผ่านการคัดเลือกครั้งนั้น คือ การให้ประวัติว่ามีเพศสัมพันธ์แบบชายกับชาย ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านพฤติกรรมทางเพศสัมพันธ์ที่จำเป็นต้องงดบริจาคโลหิตตามเกณฑ์สากลที่หลายประเทศยังคงยึดถือปฏิบัติ โดยมิได้ปิดกั้นกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศ

       กรณีที่ปรากฏในคำร้องเรียนเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2562 ที่ผู้ร้องเรียนถูกปฏิเสธการบริจาคโลหิตจากพฤติกรรม เป็นไปตามเกณฑ์คัดเลือกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยที่ กสม. ไม่ได้พิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าเป็นกรณีเดิมที่ กสม. เคยสอบถาม  มายังศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ. 2564 ซึ่งศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้ออกหนังสือตอบอธิบายไปแล้ว 2 ครั้ง และประเด็นนี้ยังอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองกลาง

     ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้มีการทบทวนเกณฑ์ ปรับคำถามในการคัดกรองและประชาสัมพันธ์มาอย่างสม่ำเสมอ ให้ประชาชนมีความเข้าใจในสถานการณ์และเกณฑ์ต่างๆ ที่ปรับใหม่ให้ตรงกัน (ติดตามได้ทางเว็บไซต์ www.blooddonationthai.com) นอกจากนี้ ในปี พ.ศ. 2564 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ยังได้ริเริ่มและอยู่ระหว่างดำเนินโครงการวิจัยความเสี่ยงของการถ่ายทอดเชื้อทางโลหิตในชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยได้รับทุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) และความร่วมมือจากสมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทยเป็นอย่างดี

       จากข้อเท็จจริงทั้งหมดเป็นการยืนยันว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มิได้มีการเลือกปฏิบัติหรือตีตราผู้มีความหลากหลายทางเพศแต่อย่างใด หากแต่มุ่งมั่นในการให้บริการโลหิตที่ปลอดภัยทั้งผู้ให้และผู้รับ ตามมาตรฐานทางวิชาการระดับสากล การแถลงข่าวของ กสม. ทำให้สภากาชาดไทยในฐานะที่เป็นศูนย์กลางหลัก      ของงานบริการโลหิตของประเทศ เสื่อมเสียชื่อเสียงและภาพลักษณ์องค์กร ขอให้ กสม. ทบทวนและแถลงแก้ข่าวที่คลาดเคลื่อนดังกล่าวด้วย