สธ. มั่นใจแผนรับมือ นักท่องเที่ยวจีน เอาอยู่ ไม่กระทบ เศรษฐกิจไทย

สธ. มั่นใจแผนรับมือ นักท่องเที่ยวจีน เอาอยู่ ไม่กระทบ เศรษฐกิจไทย

"กระทรวงสาธารณสุข" ยืนยัน ไม่จำเป็นต้องตรวจเชื้อโควิด-19 นักท่องเที่ยวจีนก่อนเข้าประเทศ เพราะเชื้อตัวเดียวกัน ไทยมีวัคซีนป้องกันแล้ว เชื่อมีแผนรับมือรอบคอบ ไม่กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2566 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงแผนรับมือนักท่องเที่ยวจีน ที่จะเปิดประเทศในวันที่ 8 มกราคม 2566 นี้  ว่า คงจะไม่นำเอามาตรการป้องกันโควิด-19 ที่เข้มงวด เช่น การล็อกดาวน์ เหมือนช่วงที่ผ่านมากลับมาใช้ เพราะจากการประชุมของคณะนักวิชาการทางการแพทย์ เห็นว่า ไม่มีความจำเป็นต้องตรวจหาเชื้อโควิดก่อนเข้าประเทศ เพราะเชื้อก็เหมือนกัน แต่จะมีมาตรการดูแลความพร้อมทั้ง 2 ฝั่ง

เช่น คนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย ต้องมีประกันสุขภาพ เป็นต้น  โดยรายละเอียดมาตรการต่างๆ ได้มอบหมายให้กรมควบคุมโรค เป็นผู้กำหนด ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถป้องกัน และเฝ้าระวังโรคได้ดี ไม่กระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
 

“ที่ผ่านมาประเทศไทย สามารถควบคุมการติดเชื้อ การเสียชีวิต การเจ็บป่วย ได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ ดังนั้นระบบสาธารณสุขเราไม่ได้เป็นรองใคร เราจะไปเทียบกับคนที่ด้อยกว่าทำไม ในเรื่องของมาตรการรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ มั่นใจว่าสายพันธุ์ไม่ต่างกัน ไทยมีวัคซีนที่สร้างภูมิคุ้มกันได้อยู่แล้ว และมียารักษาเพียงพอ แต่ขอให้คนไทยไปฉีดวัคซีนกระตุ้น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น”
 

อย่างไรก็ตามในวันที่ 5 มกราคม 2566 นี้ จะหารือร่วมกับ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา , กระทรวงคมนาคม เพื่อเตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวจีน โดยคาดการณ์ว่า ในเดือนมกราคม ถึงกุมภาพันธ์ จะมีนักท่องเที่ยวจีนทยอยเข้ามา ประมาณ 40,000-50,000 คน แต่ยังไม่ได้อนุญาตให้มาเป็นคณะใหญ่

ทั้งนี้ ทราบมาว่าประเทศจีนได้ออกกฎให้นักท่องเที่ยวทุกคน ที่จะกลับเข้าประเทศจีน ต้องตรวจเชื้อโควิด-19 แบบ  RT-PCR  ซึ่งถ้ามองในด้านรายได้ ประเทศไทยสามารถให้บริการดังกล่าว เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศเพิ่มมากขึ้น

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์