สธ. ชู “รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร” ใช้ศาสตร์แพทย์แผนไทยและสมุนไพร ดูแลสุขภาพประชาชน “สร้างงาน สร้างอาชีพ พึ่งพาตนเอง” ตามนโยบาย Health for Wealth เผยปี 65 มีรายได้จากบริการแผนไทย 40 ล้านบาท จำหน่ายสินค้าสมุนไพร 600 ล้านบาท ช่วยเกษตรกรมีรายได้ เกิดการจ้างงาน
หนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข คือ Health for Wealth นำเรื่องของสุขภาพโดยเฉพาะการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย มาใช้ขับเคลื่อนสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ
โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่มีความโดดเด่นด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร มีการพัฒนาและยกระดับงานด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร 3 ประเด็น คือ
1.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness ผ่านกิจกรรมและบริการของ “อภัยภูเบศร เดย์ สปา” และ “ภูมิภูเบศร”
2.การผลิตยาและสมุนไพรไทยสู่สากล โดยโรงงานผลิตยาสมุนไพรและมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรที่มีการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์กับเกษตรกรในประเทศ
3.การใช้นวัตกรรมสุขภาพและการส่งออก โดยการอบรมความรู้เพื่อสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน และการวิจัยพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรและบริการ
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า ทั้ง 3 ประเด็น มีการฝึกอบรมภายใต้แนวคิด “สร้างงาน สร้างอาชีพ พึ่งพาตนเอง” ในปีงบประมาณ 2565 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรมีผลงานเชิงบวกจากการให้บริการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โดยมีรายได้รวมจากการให้บริการแผนไทย 40 ล้านบาท
"ส่วนมูลนิธิฯ มีรายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร 600 ล้านบาท มีการสั่งซื้อสมุนไพรจาก 8 กลุ่มเกษตรกร 2.4 แสนบาท จาก 11 กลุ่มเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ 32.6 ล้านบาท มีผู้ผ่านการอบรมพัฒนาสู่ผู้ประกอบการ 70 คน และเกิดการจ้างงานด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยใน จ.ปราจีนบุรี 375 คน”
ดูแลแบบองค์รวม 3 สมดุลสุขภาพ
ด้าน ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า โรงพยาบาลมุ่งเน้นการดูแลแบบองค์รวมโดยใช้หลักของ 3 สมดุลสุขภาพ คือ เจ้าเรือน โครงสร้าง และระบบขับถ่าย โดยงานการแพทย์แผนไทยจะให้การดูแลในเชิงป้องกัน รักษา ฟื้นฟู และส่งเสริมสุขภาพอย่างครอบคลุมเป็นองค์รวม ด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยและการใช้สมุนไพร
ส่วนการตรวจรักษา จะมีหัตถการทางการแพทย์แผนไทยและคลินิกหัตถเวชศาสตร์ที่มุ่งเน้นการให้บริการรักษาเฉพาะโรคอย่างตรงจุด ผ่านหัตถการที่หลากหลาย เช่น การเผายา พอกยา กักน้ำมัน เป็นต้น
สำหรับบริการส่งเสริมสุขภาพ มีการพัฒนาเพื่อรองรับกับสถานการณ์สุขภาพปัจจุบันและกระแสสุขภาพ เช่น
- การดูแลหลังติดเชื้อโควิดด้วยการใช้หัตถการทางการแพทย์แผนไทยและการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ
- โปรแกรม Deep Sleep ปรับสมดุลการนอนให้มีคุณภาพ ด้วยการใช้เทคโนโลยีองค์ความรู้และยาสมุนไพร
- โปรแกรมการดูแลมารดาหลังคลอด เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพมารดาให้กลับมาเป็นปกติพร้อมดูแลบุตร
เสนอ 6 เมนูอาหาร ดูแลระบบท้องไส้
นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับสถาบันต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ Health & Wellness Tourism การอบรมเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากสมุนไพรภาคประชาชนเพื่อการพึ่งตนเอง เช่น เรื่องอาหารเป็นยา โคกหนองนา “ภัทร-ธรรมรักษ์นิเวศ” ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมพืชสมุนไพรกินได้กว่า 500 ชนิด ถือเป็นโมเดลความยั่งยืนทางธรรมชาติ เพื่อความมั่นคงทางยา อาหารและสุขภาพ โดยนำเสนอเป็นเมนูอาหารที่ดูแลระบบท้องไส้ ได้แก่
1.ข้าวไรซ์เบอร์รี อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีเส้นใยสูง จึงช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2.ทอดมันใบบัวอ่อน ซึ่งใบบัวอ่อนมีสารที่มีคุณสมบัติทำให้หลับสบาย คลายเครียด คนปราจีนบุรีนิยมรับประทานเป็นผักสด ผักจิ้มน้ำพริก ใส่แกงคั่ว เมื่อนำมาผสมกับทอดมันจะช่วยลดความขม ทำให้รับประทานได้ง่ายขึ้น
3.ยำผักเป็ดแดงไก่ฉีก โดยต้นผักเป็ดแดง มีสรรพคุณฟอกและบำรุงโลหิต ในศรีลังกาใช้ต้มเป็นยาแก้ไข้และเป็นอาหารบำรุงของแม่ลูกอ่อน
4.ห่อหมกใบยอ โดยใบยออ่อนมีรสขมเล็กน้อย ช่วยลดความร้อนในร่างกายและมีแคลเซียมสูง
5.แกงส้มผักรวม เป็นเมนูไขมันต่ำ ใยอาหารสูง ดีต่อระบบขับถ่าย รสเผ็ดร้อนจากเครื่องแกงช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี เพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย
6.เฉาก๊วย แปะก๊วย รากบัว โดยรากบัวมีรสหวาน มีฤทธิ์เย็น ช่วยบรรเทาอาการร้อนในและกระหายน้ำ





