วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม 2569

Login
Login

โคราช ป่วยไข้เลือดออกแนวโน้มสูงขึ้น ปีนี้ป่วยแล้ว 638 ราย

โคราช ป่วยไข้เลือดออกแนวโน้มสูงขึ้น ปีนี้ป่วยแล้ว 638 ราย

จับตาไข้เลือดออก หลัง สคร.9 ระบุ ตั้งแต่ต้นปี 2565 โคราชป่วยแล้ว 638 ราย ส่วนใหญ่กลุ่มเด็กนักเรียน และมีแนวโน้มป่วยเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่ดูแล ว่า เขตสุขภาพที่ 9 ซึ่งดูแล 4 จังหวัดอีสานล่าง ได้แก่ จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ โรคไข้เลือดออกใน ช่วงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 19 พฤศจิกายน 2565 พบผู้ป่วยสะสมแล้ว 1,600 ราย เมื่อแยกเป็นรายจังหวัด พบว่า จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วย 638 ราย , จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วย 618 ราย , จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วย 253 ราย และ จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 91 ราย โดยกลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด จะเป็นกลุ่มเด็กนักเรียน คือ อายุ 5-9 ปี และ 10-14 ปี และมีแนวโน้มป่วยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศ มีฝนตกประปรายแม้สภาพอากาศจะอยู่ในช่วงฤดูหนาวก็ตาม ทำให้มีแอ่งน้ำขัง หรือมีน้ำขังอยู่ตามเศษวัสดุ เศษภาชนะ จานรองกระถางต้นไม้ และกาบใบไม้ จึงกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์อย่างดีของยุงลาย ประชาชนจึงเสี่ยงป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกในฤดูหนาวได้สูง ซึ่งโรคนี้จะพบผู้ป่วยได้ตลอดปี แต่จะพบมากสุดในช่วงฤดูฝน ประชาชนจึงเข้าใจว่าโรคจะระบาดให้ช่วงหน้าฝนเท่านั้น ทำให้ละเลยการตรวจสอบและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
 

ซึ่งอาการของโรคไข้เลือดออก จะพบอาการป่วยหลังถูกยุงลายที่มีเชื้อไข้เลือดออกกัด ประมาณ 5-8 วัน เริ่มจากมีไข้สูงกะทันหัน ติดต่อกัน 2-7 วัน ผิวหน้าแดง ปวดกระบอกตา ปวดศีรษะ ครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูก คลื่นไส้ อาเจียน แต่จะไม่มีอาการไอ ไม่มีน้ำมูกไหลเหมือนไข้หวัด นอกจากนี้ อาจมีผื่นหรือจุดแดงๆ ขึ้นที่ใต้ผิวหนัง ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะฟื้นตัว สดชื่น แจ่มใสขึ้น และหายเป็นปกติ แต่ประมาณร้อยละ 2-5 จะมีอาการช็อคหลังไข้ลง สังเกตได้จากมีอาการซึมลง เบื่ออาหาร เพลีย ปวดท้อง อาเจียน กระสับกระส่ายมือเท้าเย็น ปัสสาวะน้อยลง ไม่ควรซื้อยาลดไข้ในกลุ่มแอสไพรินและไอบูโพรเฟนมารับประทาน ขอให้รีบพาไปพบแพทย์ให้ตรวจรักษาทันที เพื่อป้องกันการเสียชีวิต และกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือกลุ่มเด็กเล็ก เพราะเด็กยังไม่สามารถบอกอาการตัวเองได้ ผู้ปกครองต้องใช้วิธีสังเกตอย่างใกล้ชิด หากหลังให้กินยาลดไข้ คือยาพาราเซตามอล หรือเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นแล้วไข้ไม่ลดภายใน 2 วัน หรือเด็กร้องกวนมาก ไม่กินนม ขอให้รีบพาไปพบแพทย์ที่โดยเร็วเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้องและรักษาได้ทันท่วงที ควรรีบไปเพื่อตรวจรักษา ได้
 

นอกจากนี้ ขอให้ประชาชนยึดหลัก 3 เก็บ ได้แก่

1. เก็บบ้าน หรือเก็บบริเวณโรงเรียนให้สะอาดไม่ให้ยุงลายเข้ามาเกาะพัก

2.เก็บขยะให้เรียบร้อยไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และจัดกิจกรรมเสริมจัดการสิ่งแวดล้อมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงและการป้องกันถูกยุงกัดทั้งในบริเวณบ้านและโรงเรียน

3.เก็บน้ำ และเก็บภาชนะกักเก็บน้ำให้มิดชิด ป้องกันยุงลายลงไปวางไข่ ซึ่งมาตรการเก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ จะช่วยป้องกันได้ถึง 3 โรค ทั้งโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโทร.ไปได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422