เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ "หน้าหนาว" ปลายตุลาคมจนถึงกุมภาพันธ์ อากาศที่หนาวเย็นอาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน เสี่ยงเจ็บป่วยได้ง่าย ดังนั้น การหมั่นดูแลร่างกายให้อบอุ่นและแข็งแรงอยู่เสมอ จะช่วยลดโอกาสที่จะเจ็บป่วยจากโรคและภัยสุขภาพ
ตามที่ กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ ฤดูหนาว ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2565 คาดการณ์ว่าปีนี้อุณหภูมิจะลดลงมากกว่าปีที่ผ่านมา และจะหนาวไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 อากาศที่หนาวเย็นอาจทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน และเชื้อโรคบางชนิดอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานขึ้น ทำให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ง่าย
โรค และ ภัยสุขภาพ หน้าหนาว
กรมควบคุมโรค ได้ออกประกาศเตือนเรื่อง การป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่อาจเกิดในช่วงฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2565 โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
1.โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ (โรคไข้หวัดใหญ่ โรคปอดอักเสบ)
2.โรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ (โรคอุจจาระร่วง)
3.โรคติดต่อที่สำคัญอื่นๆ ในช่วงฤดูหนาว (โรคหัด)
4.ภัยสุขภาพ (การเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศหนาว)
กลุ่มที่ 1 โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ
- โรคไข้หวัดใหญ่ โควิด-19
สามารถติดต่อจากการไอ จามรดกัน หรือสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อ หากได้รับเชื้อแล้วจะมีอาการไข้ ไอแห้ง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เยี่อบุโพรงจมูกอักเสบและเจ็บคอ
- โรคปอดอักเสบ
เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อราบางชนิดที่ถุงลมปอดจากการหายใจหรือสัมผัสละอองฝอยจากน้ำมูก น้ำลายที่ปนเปื้อนเชื้อ จะมีอาการไข้ ไอ หายใจหอบเหนื่อย อาการดังกล่าวมักเป็นเฉียบพลัน และพบได้ในทุกกลุ่มอายุ แต่จะมีอาการรุนแรงในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องและมีโรคประจำตัว
"โดยทั้งสองโรคนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยทุกครั้งเมื่ออยู่ในกลุ่มคนจำนวนมาก หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และรักษาสุขภาพให้แข็งแรง"
กลุ่มที่ 2 โรคติดต่อทางเดินอาหารและน้ำ
- โรคอุจจาระร่วง
เกิดจากการรับประทานอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด มีการปนเปื้อนเชื้อโรค จะมีอาการถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไปใน 1 วัน อาจมีไข้หรืออาเจียนร่วมด้วย ป้องกันได้โดยการดูแลสุขอนามัย ดื่มน้ำสะอาดและรับประทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาด
กลุ่มที่ 3 โรคติดต่อที่สำคัญอื่นๆ ในช่วงฤดูหนาว
- โรคหัด
เกิดจากการหายใจเอาละอองอากาศที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสจากการไอ จามของผู้ป่วย หรือพูดคุยกันในระยะใกล้ อาการจะมีไข้ ไอ ตาแดงและแฉะ และมีผื่นขึ้นหลังมีอาการ 3-4 วัน ปัจจุบันไม่มียารักษาจำเพาะ แต่มีวัคซีนที่สามารถป้องกันได้ โดยต้องฉีดเข็มแรก ตอนอายุ 9-12 เดือน เข็มสอง ตอนอายุ 1 ปีครึ่ง
กลุ่มที่ 4 ภัยสุขภาพ
- การเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องจากภาวะอากาศหนาว
ส่วนใหญ่เกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เนื่องจากไม่มีเครื่องนุ่งห่มหรือผ้าห่มกันหนาวที่เพียงพอ จากการเฝ้าระวังการเสียชีวิตที่มาจากสภาวะอากาศหนาว ระหว่างวันที่ 2 พ.ย. 64 - 1 มี.ค. 65 พบว่า มีผู้ป่วยเข้านิยามเฝ้าระวัง 10 ราย เสียชีวิตภายนอกบ้าน 6 ราย (เป็นสถานที่ที่ไม่สามารถป้องกันความหนาวได้ เช่น กระท่อม ทุ่งนา ใต้ถุนบ้าน) เสียชีวิตในบ้าน 4 ราย เดือนธันวาคมเป็นช่วงที่พบผู้เสียชีวิตมากที่สุด 5 ราย
เตรียมพร้อมเข้าสู่ "หน้าหนาว"
- เตรียมเครื่องนุ่งห่มกันหนาวให้เพียงพอ
- ดูแลร่างกายให้แข็งแรง
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- สำหรับกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้พิการ ควรดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวหากป่วยจะมีอาการหนักกว่าคนทั่วไป
- ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด เพราะแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตในช่วงภาวะอากาศหนาว
การดูแลร่างกาย
สำหรับ การดูแลสุขภาพร่างกายในหน้าหนาว กรมอนามัย แนะนำว่า
- ดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำเพื่อช่วยสร้างความอบอุ่นกับร่างกาย เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยให้ระบบย่อยทำงานได้ดีขึ้น และช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย
- 1 วัน ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว
- กินอาหารครบ 5 หมู่
- เน้นอาหารที่ร้อนและปรุงสุกใหม่ ๆ
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- ออกกำลังกายเป็นประจำ อาทิ เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน เวทเทรนนิ่ง คีตะมวยไทย เต้นแอโรบิก โยคะ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ กระโดดเชือก การกีฬาประเภทต่าง ๆ
- ทำงานบ้าน อย่างน้อยวันละ 30 นาที เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
อาบน้ำอย่างไร ในหน้าหนาว
- หลีกเลี่ยงการอาบน้ำในช่วงกลางคืน ในช่วงที่อากาศเย็น
- หากจำเป็นต้องอาบน้ำ ควรอาบน้ำอุ่นประมาณ 10-15 นาที ไม่ควรเกิน 30 นาที เพราะการอาบน้ำนานเกินไปจะทำให้ผิวหนังแห้ง แตก ลอก
- ไม่ควรปรับอุณหภูมิน้ำร้อนจนเกินไป
- ควรราดน้ำไล่จากเท้าขึ้นไป อย่ารีบราดทั้งตัว โดยที่ยังไม่ปรับอุณหภูมิร่างกาย อาจทำให้เป็นหวัดได้ง่าย
- หลังจากอาบน้ำอุ่นในช่วงท้ายให้อาบน้ำอุ่นสลับน้ำเย็น เพื่อปิดรูขุมขนและปรับสมดุลผิวหนัง
- และหลังอาบน้ำอุ่น ควรทาครีมบำรุงผิวทันที เพื่อความชุ่มชื่นและป้องกันผิวแตก
- ที่สำคัญ ต้องสวมเสื้อผ้าหนา ๆ ห่มผ้าในช่วงเวลากลางคืนหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็น เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น


