สปสช. เคลื่อน "ระบบบริการสุขภาพ" ปี 66 รุกนวัตกรรมบริการวิถีใหม่

สปสช. เคลื่อน "ระบบบริการสุขภาพ" ปี 66 รุกนวัตกรรมบริการวิถีใหม่

สปสช. เคลื่อนระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ปี 2566 ปรับการจ่ายงบประมาณให้หน่วยบริการ รุก “นวัตกรรมระบบบริการวิถีใหม่” เช่น telehealth รถโมบายสุขภาพเคลื่อนที่ ฯลฯ เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ ดูแลกลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงบริการ

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การเข้าถึงบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง 30 บาท) นั้น ความเพียงพอของหน่วยบริการในการรองรับการให้บริการนับเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ด้วยจำนวนหน่วยบริการที่มีจำกัดโดยเฉพาะในเขตเมือง ทำให้กลายเป็นปัญหา และอุปสรรคในการเข้าถึงบริการของประชาชน ในปี 2566 นี้ สปสช.ได้จัดทำแผนขับเคลื่อนการบริหารจัดการบริการปฐมภูมิ โดยเร่งดำเนินการ 3 ด้าน เพื่อขยายบริการให้เพียงพอ และเหมาะสมกับทุกกลุ่ม ได้แก่

 

การสนับสนุนให้มีนวัตกรรมบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่สอดคล้องตามความจำเป็นวิถีชีวิตใหม่ เช่น

  • บริการโทรเวชกรรมหรือระบบการแพทย์ทางไกล (Telehea lth/Telemedicine)
  • บริการส่งยาไปที่บ้าน
  • บริการรับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน
  • บริการตรวจแล็บนอกหน่วยบริการ
  • บริการสุขภาพเคลื่อนที่หรือรถโมบายสุขภาพ (Mobile health service) ฯลฯ 

 

การจัดหาหน่วยบริการปฐมภูมิจากหลากหลายวิชาชีพที่ตั้งอยู่ในชุมชนรวมถึงหน่วยบริการสุขภาพเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการสุขภาพแก่ประชาชนที่มีสิทธิโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มที่มีปัญหาการเข้าถึงบริการ รวมถึงการรุกเข้าไปบริการถึงบ้านพักอาศัย 

 

การปรับการจ่ายจากเดิมที่จ่ายแบบเหมาจ่ายตามหัวประชากรที่ลงทะเบียนกับหน่วยบริการประจำเป็นการจ่ายตามรายการบริการในราคาที่กำหนดหรือที่เรียกว่า fee schedule มากขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ารับบริการของประชาชน     

 

สปสช. เคลื่อน "ระบบบริการสุขภาพ" ปี 66 รุกนวัตกรรมบริการวิถีใหม่

เทเลเมดิซีน ดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง

 

นพ.จเด็จ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับความก้าวหน้าทางดิจิทัลเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการบริการสาธารณสุข สปสช.จึงสนับสนุนให้มีบริการโทรเวชกรรมในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่บ้าน ขยายไปสู่การให้บริการผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จิตเวชเรื้อรัง ส่งผลให้หน่วยบริการมีประสบการณ์บริการโทรเวชกรรม ปี 2566 จึงเป็นไปได้ที่จะสนับสนุนให้หน่วยบริการปฐมภูมิให้บริการ virtual clinic ผ่านโทรเวชกรรม ให้ผู้รับบริการไปรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านหรือส่งยาถึงบ้านหากประชาชนไม่สะดวก หรือให้ผู้รับบริการไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ ที่คลินิกเทคนิคการแพทย์ เป็นต้น โดยจะนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อนหรือหน่วยที่ให้บริการโทรเวชกรรมมีความพร้อมขยายบริการก็อาจจะขยายบริการไปยังพื้นที่อื่น 

 

อย่างไรก็ตาม การใช้บริการโทรเวชกรรมนั้น ประชาชนต้องมีคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่/มือถือและอินเทอร์เน็ต ซึ่งประชาชนอีกจำนวนหนึ่งไม่มีใช้โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางหรือประชาชนที่อยู่ในชุมชนแออัด สปสช.จะประสานให้มีหน่วยบริการสุขภาพเคลื่อนที่เข้าไปในชุมชน  

 

สปสช. เคลื่อน "ระบบบริการสุขภาพ" ปี 66 รุกนวัตกรรมบริการวิถีใหม่

รวมถึงการจัดให้มีหน่วยบริการปฐมภูมิในชุมชนที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้สะดวก โดยเฉพาะเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ยังมีหน่วยบริการปฐมภูมิไม่เพียงพอรวมถึงเขตเมืองใหญ่ๆ ทำให้ประชาชนไปแออัดใช้บริการที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ เช่น คลินิกแพทย์ (คลินิกเวชกรรม) คลินิกทันตแพทย์ คลินิกการพยาบาล คลินิกกายภาพบำบัด คลินิกเทคนิคการแพทย์ ร้านยา รวมถึงสถานบริการของเทศบาลที่จัดบริการด้านกายภาพบำบัดและแพทย์แผนไทย เป็นต้น ทั้งนี้การเจ็บป่วยของประชาชนทั่วไปประมาณร้อยละ 70-80 สามารถให้บริการดูแลรักษาได้ที่หน่วยบริการปฐมภูมิซึ่งครอบคลุมการรักษาพยาบาล สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ 

 

นอกจากนั้น ยังมีผู้ใช้แรงงานอีกจำนวนมากในสถานประกอบกิจการยังเข้าไม่ถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค สปสช.จะประสานเชิญชวนผู้ประกอบการหรือนายจ้างที่มีห้องพยาบาลในสถานประกอบกิจการ พร้อมพยาบาล และหรือแพทย์ให้บริการ เข้ามาร่วมเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อให้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแก่ผู้ใช้แรงงานโดยรับค่าใช้จ่ายจาก สปสช.

 

เพิ่มรายการเบิกจ่ายเป็น 22 รายการ 

 

นพ.จเด็จ กล่าวว่า เพื่อให้ประชาชนมั่นใจการใช้บริการ และเข้าถึงบริการมากขึ้น สปสช.จึงปรับให้มีการจ่ายตามรายการบริการเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากรายการจ่ายบริการปฐมภูมิไปที่ไหนก็ได้ (OP Anywhere) โดยบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ได้เพิ่มรายการเบิกจ่ายตามรายการที่กำหนด (Fee Schedule) 9 รายการ เป็น 22 รายการ เพื่อให้เกิดการเข้าถึงบริการมากขึ้น ได้แก่

  • บริการทดสอบการตั้งครรภ์
  • การตรวจหลังคลอด
  • บริการคัดกรองโลหิตจาง
  • บริการยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและโฟลิก
  • บริการวางแผนครอบครัวและการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์
  • บริการคัดกรองและประเมินปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต
  • บริการวัคซีนคอตีบ-บาดทะยักในผู้ใหญ่
  • บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล
  • บริการเคลือบฟลูออไรด์ (กลุ่มเสี่ยง) 

 

นอกจากนั้นยังมีการจ่ายสำหรับบริการกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แก่ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลฟื้นฟูระยะกลาง (Intermediate Care) ณ ที่บ้านหรือชุมชน ตลอดจนปรับการจ่ายบริการแพทย์แผนไทยสำหรับยาสมุนไพรกลุ่มที่มีประสิทธิภาพชัดเจนใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันเป็นการจ่ายแบบ Fee Schedule จำนวน 10 รายการ รวมถึงการใช้น้ำมันกัญชา สารสกัดกัญชาและสมุนไพรที่มีส่วนผสมกัญชา  

 

“ระบบบริการปฐมภูมิเป็นกลไกสำคัญของระบบสาธารณสุข ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างครอบคลุม และทั่วถึง โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีความแออัด จำเป็นต้องมีบริการปฐมภูมิในรูปแบบที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ปีนี้ สปสช. ได้รุกขับเคลื่อนบริการปฐมภูมิเชิงรุก ไม่เพียงแต่เพิ่มรายการบริการปฐมภูมิที่จำเป็น แต่ยังขยายการบริการในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เพียงพอและอำนวยความสะดวกและเพิ่มการเข้าถึงบริการ” เลขาธิการ สปสช. กล่าว   

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก และ Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์