วันอังคาร ที่ 18 สิงหาคม 2569

Login
Login

สปสช. เคลื่อน "ระบบบริการสุขภาพ" ปี 66 รุกนวัตกรรมบริการวิถีใหม่

สปสช. เคลื่อนระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ปี 2566 ปรับการจ่ายงบประมาณให้หน่วยบริการ รุก “นวัตกรรมระบบบริการวิถีใหม่” เช่น telehealth รถโมบายสุขภาพเคลื่อนที่ ฯลฯ เพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ ดูแลกลุ่มเปราะบางให้เข้าถึงบริการ

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า การเข้าถึงบริการสาธารณสุขในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง 30 บาท) นั้น ความเพียงพอของหน่วยบริการในการรองรับการให้บริการนับเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ด้วยจำนวนหน่วยบริการที่มีจำกัดโดยเฉพาะในเขตเมือง ทำให้กลายเป็นปัญหา และอุปสรรคในการเข้าถึงบริการของประชาชน ในปี 2566 นี้ สปสช.ได้จัดทำแผนขับเคลื่อนการบริหารจัดการบริการปฐมภูมิ โดยเร่งดำเนินการ 3 ด้าน เพื่อขยายบริการให้เพียงพอ และเหมาะสมกับทุกกลุ่ม ได้แก่

 

การสนับสนุนให้มีนวัตกรรมบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่สอดคล้องตามความจำเป็นวิถีชีวิตใหม่ เช่น

  • บริการโทรเวชกรรมหรือระบบการแพทย์ทางไกล (Telehea lth/Telemedicine)
  • บริการส่งยาไปที่บ้าน
  • บริการรับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน
  • บริการตรวจแล็บนอกหน่วยบริการ
  • บริการสุขภาพเคลื่อนที่หรือรถโมบายสุขภาพ (Mobile health service) ฯลฯ 

 

การจัดหาหน่วยบริการปฐมภูมิจากหลากหลายวิชาชีพที่ตั้งอยู่ในชุมชนรวมถึงหน่วยบริการสุขภาพเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการสุขภาพแก่ประชาชนที่มีสิทธิโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางหรือกลุ่มที่มีปัญหาการเข้าถึงบริการ รวมถึงการรุกเข้าไปบริการถึงบ้านพักอาศัย 

 

การปรับการจ่ายจากเดิมที่จ่ายแบบเหมาจ่ายตามหัวประชากรที่ลงทะเบียนกับหน่วยบริการประจำเป็นการจ่ายตามรายการบริการในราคาที่กำหนดหรือที่เรียกว่า fee schedule มากขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ารับบริการของประชาชน     

 

สปสช. เคลื่อน "ระบบบริการสุขภาพ" ปี 66 รุกนวัตกรรมบริการวิถีใหม่

เทเลเมดิซีน ดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง

 

นพ.จเด็จ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับความก้าวหน้าทางดิจิทัลเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการบริการสาธารณสุข สปสช.จึงสนับสนุนให้มีบริการโทรเวชกรรมในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่บ้าน ขยายไปสู่การให้บริการผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง จิตเวชเรื้อรัง ส่งผลให้หน่วยบริการมีประสบการณ์บริการโทรเวชกรรม ปี 2566 จึงเป็นไปได้ที่จะสนับสนุนให้หน่วยบริการปฐมภูมิให้บริการ virtual clinic ผ่านโทรเวชกรรม ให้ผู้รับบริการไปรับยาที่ร้านยาใกล้บ้านหรือส่งยาถึงบ้านหากประชาชนไม่สะดวก หรือให้ผู้รับบริการไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น ตรวจเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ ที่คลินิกเทคนิคการแพทย์ เป็นต้น โดยจะนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อนหรือหน่วยที่ให้บริการโทรเวชกรรมมีความพร้อมขยายบริการก็อาจจะขยายบริการไปยังพื้นที่อื่น 

 

อย่างไรก็ตาม การใช้บริการโทรเวชกรรมนั้น ประชาชนต้องมีคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่/มือถือและอินเทอร์เน็ต ซึ่งประชาชนอีกจำนวนหนึ่งไม่มีใช้โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางหรือประชาชนที่อยู่ในชุมชนแออัด สปสช.จะประสานให้มีหน่วยบริการสุขภาพเคลื่อนที่เข้าไปในชุมชน  

 

สปสช. เคลื่อน "ระบบบริการสุขภาพ" ปี 66 รุกนวัตกรรมบริการวิถีใหม่

รวมถึงการจัดให้มีหน่วยบริการปฐมภูมิในชุมชนที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้สะดวก โดยเฉพาะเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ยังมีหน่วยบริการปฐมภูมิไม่เพียงพอรวมถึงเขตเมืองใหญ่ๆ ทำให้ประชาชนไปแออัดใช้บริการที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ เช่น คลินิกแพทย์ (คลินิกเวชกรรม) คลินิกทันตแพทย์ คลินิกการพยาบาล คลินิกกายภาพบำบัด คลินิกเทคนิคการแพทย์ ร้านยา รวมถึงสถานบริการของเทศบาลที่จัดบริการด้านกายภาพบำบัดและแพทย์แผนไทย เป็นต้น ทั้งนี้การเจ็บป่วยของประชาชนทั่วไปประมาณร้อยละ 70-80 สามารถให้บริการดูแลรักษาได้ที่หน่วยบริการปฐมภูมิซึ่งครอบคลุมการรักษาพยาบาล สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค และบริการฟื้นฟูสมรรถภาพ 

 

นอกจากนั้น ยังมีผู้ใช้แรงงานอีกจำนวนมากในสถานประกอบกิจการยังเข้าไม่ถึงบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค สปสช.จะประสานเชิญชวนผู้ประกอบการหรือนายจ้างที่มีห้องพยาบาลในสถานประกอบกิจการ พร้อมพยาบาล และหรือแพทย์ให้บริการ เข้ามาร่วมเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อให้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแก่ผู้ใช้แรงงานโดยรับค่าใช้จ่ายจาก สปสช.

 

เพิ่มรายการเบิกจ่ายเป็น 22 รายการ 

 

นพ.จเด็จ กล่าวว่า เพื่อให้ประชาชนมั่นใจการใช้บริการ และเข้าถึงบริการมากขึ้น สปสช.จึงปรับให้มีการจ่ายตามรายการบริการเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากรายการจ่ายบริการปฐมภูมิไปที่ไหนก็ได้ (OP Anywhere) โดยบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ได้เพิ่มรายการเบิกจ่ายตามรายการที่กำหนด (Fee Schedule) 9 รายการ เป็น 22 รายการ เพื่อให้เกิดการเข้าถึงบริการมากขึ้น ได้แก่

  • บริการทดสอบการตั้งครรภ์
  • การตรวจหลังคลอด
  • บริการคัดกรองโลหิตจาง
  • บริการยาเม็ดเสริมธาตุเหล็กและโฟลิก
  • บริการวางแผนครอบครัวและการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์
  • บริการคัดกรองและประเมินปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต
  • บริการวัคซีนคอตีบ-บาดทะยักในผู้ใหญ่
  • บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล
  • บริการเคลือบฟลูออไรด์ (กลุ่มเสี่ยง) 

 

นอกจากนั้นยังมีการจ่ายสำหรับบริการกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แก่ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลฟื้นฟูระยะกลาง (Intermediate Care) ณ ที่บ้านหรือชุมชน ตลอดจนปรับการจ่ายบริการแพทย์แผนไทยสำหรับยาสมุนไพรกลุ่มที่มีประสิทธิภาพชัดเจนใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันเป็นการจ่ายแบบ Fee Schedule จำนวน 10 รายการ รวมถึงการใช้น้ำมันกัญชา สารสกัดกัญชาและสมุนไพรที่มีส่วนผสมกัญชา  

 

“ระบบบริการปฐมภูมิเป็นกลไกสำคัญของระบบสาธารณสุข ทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างครอบคลุม และทั่วถึง โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีความแออัด จำเป็นต้องมีบริการปฐมภูมิในรูปแบบที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ปีนี้ สปสช. ได้รุกขับเคลื่อนบริการปฐมภูมิเชิงรุก ไม่เพียงแต่เพิ่มรายการบริการปฐมภูมิที่จำเป็น แต่ยังขยายการบริการในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เพียงพอและอำนวยความสะดวกและเพิ่มการเข้าถึงบริการ” เลขาธิการ สปสช. กล่าว   

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน สปสช. 1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก และ Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์