ตลอดปี 2025 ที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่คำว่า Longevity ถูกพูดถึงบ่อยมากถึงมากที่สุด และยังเป็นกระแสแรงต่อเนื่องมาจนถึงปี 2026 ด้วย ไม่ใช่แค่ในวงการคนรักสุขภาพเท่านั้น แต่ยังถูกพูดถึงในวงการเทคฯ และผู้นำวงการธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก ขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีอายุยืนยาว เห็นตรงกันว่า การมีสุขภาพดีระยะยาวไม่ได้มาจากเทคโนโลยีล้ำสมัย หรือการลงทุนไปกับคอร์สฟื้นฟูราคาแพง แต่เกิดจากการดูแลร่างกายและจิตใจอย่างเรียบง่ายในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง และทำอย่างต่อเนื่อง
ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีอายุยืนยาวจากหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ นักวิจัย ไปจนถึงนักลงทุนด้านสุขภาพ ต่างก็ออกมาแสดงความเห็นในประเด็นข้างต้นว่าเทคฯ มีส่วนช่วยเรื่องอายุยืนได้แค่ไหน ซึ่งส่วนใหญ่ก็สะท้อนว่าในชีวิตจริง พวกเขาดูแลสุขภาพของตัวเองแบบเรียบง่าย ไม่มีสูตรลัด ไม่มีเคล็ดลับน่าทึ่ง และแน่นอนว่าไม่ได้จ่ายแพงไปกับคอร์สฟุ่มเฟือนใดๆ เลย
ที่สำคัญ พวกเขาบอกตรงกันว่า "ไม่มีวิธีไหน หรือเทคโนโลยีใด ที่จะทำเพียงครั้งเดียวแล้วจะเปลี่ยนชีวิตให้มีอายุยืนได้ในระยะยาว"
ดร.ดาร์ชาน ชาห์ (Dr.Darshan Shah) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุยืนยาว ได้อธิบายไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า การมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ หรือ healthspan ไม่ใช่เรื่องของการปรับแค่สิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่มันคือผลลัพธ์ของการเปลี่ยนพฤติกรรมหลายอย่างที่ทำซ้ำทุกวัน และต้องทำอย่างสม่ำเสมอ
อย่างไรก็ตาม มีผู้เชี่ยวชาญอีกหลายคนที่ให้คำแนะนำในทิศทางเดียวกันกับ ดร.ดาร์ชาน ชาห์ โดยทาง CNBC Make it ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมด และนำมาสรุปจนได้คำตอบว่า หลักใหญ่ใจความของวิถีแห่งชีวิตยืนยาวนั้น เริ่มจากการฝึกนิสัย 4 ข้อเพื่อส่งเสริมการมีสุขภาพดีที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ และทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องพื้นฐานที่เข้าถึงได้โดยไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีราคาแพง
นิสัยที่1: ขยับร่างกายทุกวัน อย่าปล่อยให้ชีวิตเนือยนิ่ง
การเคลื่อนไหวเป็นหัวใจของการมีอายุยืนยาว และไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการออกกำลังกายหนักหรือใช้เวลานาน
ดร.ชาห์ เล่าว่า เขาพยายามออกกำลังกายอย่างน้อย 10 นาทีทันทีหลังตื่นนอน เพื่อกระตุ้นร่างกายตั้งแต่เช้า ขณะที่สเตฟานี เวนน์-วัตสัน (Stephanie Venn-Watson) นักวิจัยด้านไขมันดี เลือกเดินวันละ 1-3 ไมล์ ควบคู่กับการออกกำลังกายแบบแอโรบิก รวมถึงการฝึกแรงต้านหรือเวทเทรนนิ่งเป็นประจำทุกสัปดาห์
ในขณะที่สำหรับ ดร.ซูซานน์ เฟอร์รี (Suzanne Ferree) ผู้เชี่ยวชาญด้านสมรรถนะมนุษย์ เธอบอกว่าคีย์หลักที่สำคัญที่สุดคือ “อย่าอยู่นิ่งๆ” คุณจะเลือกขยับร่างกายแบบใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นโยคะ พิลาทิส พาสุนัขไปเดินเล่น หรือแม้แต่การเต้นซัลซา ก็ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ดีต่อทั้งร่างกายและสมอง เพราะต้องใช้ทั้งการเคลื่อนไหวและความจำไปพร้อมกัน
นิสัยที่2: นอนหลับให้มีคุณภาพ เพราะการพักผ่อนคือการซ่อมร่างกาย
ในบรรดานิสัยที่ดีต่อสุขภาพทั้งหมด "การนอนหลับ" ถูกพูดถึงบ่อยที่สุด และสำคัญที่สุด ยกตัวอย่างคำแนะนำของ ดร.ปูนัม เดไซ (Dr.Poonam Desai) แพทย์อีกท่านที่เชี่ยวชาญด้านอายุยืนยาว ซึ่งเคยทำงานในห้องฉุกเฉินมากว่า 20 ปี บอกว่า หากต้องเลือกเพียงหนึ่งอย่างเพื่อสุขภาพระยะยาว เธอจะเลือกการนอนที่มีคุณภาพ เพราะเป็นสิ่งที่ทำทุกวัน ไม่เสียค่าใช้จ่าย และคนเราสามารถถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้เสมอ
นอกจากนี้ ดร.วอนดา ไรต์ (Vonda Wright) ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา การวิจัยและการส่งเสริมการสูงวัยอย่างมีคุณภาพ เขาก็ให้ความสำคัญกับการเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิมทุกวัน เขาแนะนำว่า การปรับวงจรการนอนแบบนี้ก็เพื่อรักษาคุณภาพการนอนให้ได้คุณภาพสม่ำเสมอ ส่งผลให้มีสุขภาพดีได้ในระยะยาว
ขณะที่ เซอร์เกย์ ยัง (Sergey Young) นักลงทุนด้าน Longevity เขาเลือกใช้เทคโนโลยีติดตามการนอน เพื่อเรียนรู้ว่าพฤติกรรมในแต่ละวันส่งผลต่อการพักผ่อนอย่างไร
นิสัยที่3: ดูแลใจ ลดความเครียด ใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนย้ำว่า การมีอายุยืนไม่ได้หมายถึงแค่ร่างกายแข็งแรง แต่ต้องเป็นชีวิตที่มีความสุขและมีสมดุลทางอารมณ์ด้วย
ดร.ไซมอน เฟลด์เฮาส์ (Dr.Simon Feldhaus) นักวิจัยผู้ซึ่งศึกษาด้านการมีอายุยืนมานานกว่า 15 ปี มองว่า ความเครียดเชิงลบที่สะสมจากการใช้ชีวิตโดยไม่รู้ตัว เป็นปัจจัยบ่อนทำลายสุขภาพในระยะยาว ขณะที่ ดร.แองเจลา มาซซา (Angela Mazza) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อ, อายุรศาสตร์, และเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสภาพ เธอเล่าว่า วิธีดูแลสุขภาพใจที่เธอทำเป็นประจำคือ จัดการความเครียดด้วยการใช้เวลากับครอบครัว สัตว์เลี้ยง และงานอดิเรก เพื่อรักษาสมดุลชีวิต
ด้าน เซอร์เกย์ ยัง นักลงทุนด้าน Longevity ได้สรุปแนวคิดนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า การมีชีวิตที่ยืนยาวควรมาพร้อมกับวันที่แข็งแรงและมีความสุข ไม่ใช่แค่จำนวนปีที่เพิ่มขึ้น
นิสัยที่4: กินอาหารจากวัตถุดิบจริง ลดอาหารแปรรูปให้มากที่สุด
เรื่องอาหารก็ไม่มีความซับซ้อนเกินจำเป็น ผู้เชี่ยวชาญแทบทุกคนเห็นตรงกันว่า ควรเน้นอาหารที่ผ่านการแปรรูปให้น้อยที่สุด เช่น ผักใบเขียว ถั่ว โปรตีน และไขมันดี พร้อมลดอาหารแปรรูป-แปรรูปขั้นสูง น้ำตาล และสารปรุงแต่ง
ดร.เฟอร์รีบอกว่า เธอพยายามเลือกอาหารที่ “ร่างกายรู้จักจริงๆ” กล่าวคือ อาหารสด เนื้อสัตว์จริง ผักจริง ผลไม้จริง ที่ไม่ผ่านการแปรรูป ขณะที่ ดร.เดไซ ย้ำว่า เพียงหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและสารก่อการอักเสบ ก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยโรคเรื้อรังได้มากแล้ว
ด้าน ดร.วอนดา ไรต์ ให้ความสำคัญกับการกินโปรตีนเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ และหลีกเลี่ยงน้ำตาลในชีวิตประจำวัน ขณะที่ ดร.ชาห์ สรุปประเด็นนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกแนวทางการกินแบบใด สิ่งสำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปให้ได้มากที่สุด
พฤติกรรมการอยู่การกินจากผู้เชี่ยวชาญด้านอายุยืนหลากหลายคนดังข้างต้น (ที่พวกเขาทำจริงในชีวิตประจำวัน) ชี้ชัดว่า Longevity ที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในคลินิกหรูหรือเทคโนโลยีราคาแพง แต่อยู่ในพฤติกรรมพื้นฐานที่เราทำซ้ำทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการขยับร่างกาย การนอนหลับให้เพียงพอ การดูแลจิตใจ และการเลือกกินอาหารที่ดีต่อร่างกาย
ทั้งหมดอาจฟังดูเรียบง่าย แต่เมื่อทำอย่างต่อเนื่อง นิสัยธรรมดาเหล่านี้คือรากฐานของชีวิตที่ยืนยาว แข็งแรง และชีวิตที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
อ้างอิง: CNBC Make it, Seraphina Therapeutics, Suzanne Ferree, Thebalance, Dr.mazza





