2 ทางยุติข้อพิพาท “ไดกิ้น” หลังใช้สิทธิ “ปิดงาน” ไม่ “เลิกจ้าง” แต่งดจ้าง ไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง “ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน”คือคนสำคัญ
การประกาศใช้สิทธิ “ปิดงาน”ของ บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ แจ้งต่อสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรีและสมาชิกสหภาพฯ ซึ่งไม่ได้หมายถึง “เลิกจ้าง” แต่เป็นการ “งดจ้าง” ชั่วคราว ส่งผลให้บริษัทไม่ต้องจ่ายค่าจ้างในระหว่างที่ปิดงาน
ตามกฎหมายกำหนดให้สามารถทำได้เมื่อเกิด ““ข้อพิพาทแรงงานที่ไม่สามารถตกลงกันได้”
กรณีไดกิ้น ตามที่สังคมติดตามมาสักระยะ พอจะทราบว่าน่าจะเป็นเรื่องของ “โบนัส”
เมื่อเป็นเช่นนี้เรียกว่า “ต้องวัดพลังอึด” ระหว่างบริษัท กับสหภาพแรงงานฯว่าฝ่ายไหนจะยืนระยะได้อยู่ยาวกว่ากัน
บริษัท มีคำสั่งซื้อ และมีสต็อคสินค้า มากน้อยแค่ไหน
สหภาพฯมีกองทุนเพื่อการนัดหยุดงาน มากน้อยแค่ไหน เพียงพอจะจ่ายเงินชดเชยให้แรงงานระหว่างที่ถูกงดจ้างได้นานเท่าไหร่ แต่ที่แน่ๆ ทั้งบริษัท และแรงงาน ย่อมไม่ต้องการให้ “ระยะเวลายาวนานยืดเยื้อ”
เมื่อฝ่ายยื่นข้อเรียกร้อง และฝ่ายรับข้อเรียกร้อง ยังไม่มีทีท่าจะตกลงกันได้ แล้วเรื่องนี้จะมี “จุดยุติที่ตรงไหน”
พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ ไม่ได้กำหนด “ระยะเวลาปิดงาน” ว่าจะต้องไม่เกินกี่วัน ซึ่งหากรัฐมนตรีเห็นว่าการปิดงานนั้นอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนของประชาชน/ขัดต่อความสงบเรียบร้อย,อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศ,เป็นภัยความมั่นคงของประเทศ รัฐมนตรีมีอำนาจจัดให้บุคคลอื่นเข้าทำงานแทนลูกจ้างซึ่งมิได้ทำงานเพราะการปิดงานหรือการนัดหยุดงานได้ โดยนายจ้างต้องยอมให้บุคคลเหล่านั้นเข้าทำงาน และห้ามมิให้ลูกจ้างขัดขวาง
ทว่า กรณี "ไดกิ้น" คงไม่เข้าข่ายดังกล่าว ฉะนั้น จุดยุติเมื่อข้อพิพาทแรงงานถูกระงับและนำมาสู่การที่บริษัทจะกลับมา “เปิดงาน” ให้ลูกจ้างอีกครั้ง ย่อมเป็นไปได้ใน 2 ทาง คือ
1.สองฝ่ายตกลงกันได้
2.สองฝ่ายตกลงตั้งผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน คนหนึ่ง หรือหลายคนเพื่อชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานนั้น
ทั้งนี้ ภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้ทราบการตั้ง ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน แจ้งเป็นหนังสือกําหนดวันส่งคําชี้แจงเกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงาน และวันเวลาและสถานที่ที่จะ พิจารณาข้อพิพาทแรงงานให้บริษัทและสหภาพแรงงานฯทราบ
ในการพิจารณาข้อพิพาทแรงงาน ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานต้องให้โอกาส 2 ฝ่ายชี้แจงแถลงเหตุผลและนําพยานเข้าสืบ เมื่อพิจารณาข้อพิพาทแรงงานเสร็จแล้วให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานทําคําชี้ ขาดเป็นหนังสือคําชี้ขาด
คําชี้ขาดของผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานให้ถือเสียงข้างมาก และต้องลงลายมือชื่อผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานส่งคําชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานให้ 2 ฝ่าย หรือผู้แทนทราบภายใน3 วันนับแต่วันที่ทําคําชี้ขาด พร้อมทั้งปิดสําเนาคําชี้ขาดไว้ ณ สถานที่ที่ลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องทํางานอยู่
และให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานนําคําชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานมาจดทะเบียนต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้ชี้ขาด
ต้องรอดูว่า ไดกิ้นและสหภาพแรงงานฯ จะตกลงตั้ง “ใคร” หรือ “คณะบุคคล”ใด เป็นผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงาน
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าไปเป็นคนกลางร่วมเจรจาเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด





