วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

เพิ่มสิทธิประโยชน์เพียบ ‘ผู้ประกันตนมาตรา 40’ จ่ายเงินสมทบประกันสังคมเท่าเดิม

เพิ่มสิทธิประโยชน์เพียบ ‘ผู้ประกันตนมาตรา 40’ จ่ายเงินสมทบประกันสังคมเท่าเดิม

ผู้ประกันตนมาตรา 40 กองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ และไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 สามารถจ่าย เงินสมทบประกันสังคม โดยสมัครใจได้ 3 ทางเลือก จะได้สิทธิประโยชน์คุ้มครองต่างกัน คือ

  • ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ 70 บาท/เดือน  สิทธิประโยชน์คุ้มครอง  3  กรณี  คือ  กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย  กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย
  • ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน  สิทธิประโยชน์คุ้มครอง  4  กรณี  คือ  กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ
  • ทางเลือกที่ 3 จ่ายเงินสมทบ 300 บาท/เดือน สิทธิประโยชน์คุ้มครอง  5  กรณี  คือ  กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย  กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร

เกือบ 12 ล้านคนเตรียมรับสิทธิประโยชน์เพิ่ม

ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เตรียมยกระดับสิทธิประโยชน์ครั้งใหญ่แก่ผู้ประกันตนมาตรา 40 เกือบ 12 ล้านคน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มเงินทดแทนขาดรายได้กรณีเจ็บป่วยและทุพพลภาพ พร้อมปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์อย่างชัดเจนโดยที่ผู้ประกันตนยังคงจ่ายเงินสมทบในอัตราเดิมทุกทางเลือก และจากการคำนวณของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยยืนยันว่ากองทุนมีความมั่นคงเพียงพอ

การเพิ่มสิทธิประโยชน์นี้  มีการ (ร่าง) พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์หลายกรณี และปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อการเข้าถึงสิทธิได้มากขึ้นในการรับสิทธิประโยชน์กรณีต่างๆ ของผู้ประกันตน

ร่างพระราชกฤษฎีกาเพื่อปรับปรุงและเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ ของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ) ซึ่งเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ได้ผ่านมติเห็นชอบคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว 

แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลและ ครม.ใหม่ จึงได้ส่งเรื่องกลับมายังกระทรวงแรงงานเพื่อพิจารณาว่าจะทบทวนหรือยืนยันร่าง ทั้งนี้ ล่าสุด ทราบว่า กระทรวงแรงงานได้ยืนยันร่างดังกล่าวไปแล้ว ก่อนจะมีการเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ในหลวงทรงลงพระพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

การปรับปรุงครั้งใหญ่นี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความคุ้มครองให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ สงเคราะห์บุตร และชราภาพ 

สาระสำคัญของการปรับปรุง

1.กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย

  • ผู้ประกันตนมาตรา 40 ทุกทางเลือก หากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เป็นผู้ป่วยนอกโดยไปตรวจรักษากับแพทย์ แต่ไม่ได้พักรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล และไม่มีความเห็นของแพทย์ให้หยุดพักเพื่อการรักษาพยาบาล ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ครั้งละ 200 บาท จำนวนไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี จากเดิมสามารถเบิกเงินกรณีไปตรวรรักษากับแพทย์ได้ 50 บาทต่อครั้ง การปรับปรุงใหม่จะเพิ่มอัตราการเบิกถึง 4 เท่า
  • ได้รับสิทธิเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีความเห็นแพทย์ให้หยุดพักเพื่อการรักษาพยาบาล ตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป (จากเดิมแพทย์ต้องรับรองว่าให้หยุดงานตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปจึงจะสามารถเบิกได้) ในอัตราวันละ 200 บาท
    โดยทางเลือกที่ 1 และทางเลือกที่ 2 มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ไม่เกิน 30 วันต่อปี สำหรับทางเลือกที่ 3 มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ไม่เกิน 90 วันต่อปี

2.กรณีที่เกิดการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ และรับบริการตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข อาทิ กรณีการระบาดของโรคโควิด-19 ในระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2565 ผู้ประกันตนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานการควบคุมโรคติดต่อให้กักตัวตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ หรือตามมาตรการของรัฐ

  • มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ แม้ไม่ได้เข้ารับบริการ ณ สถานพยาบาลที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน

3. กรณีทุพพลภาพ

  • ผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 1 และทางเลือกที่ 2 ที่ได้รับการวินิจฉัยจากคณะกรรมการแพทย์แล้วว่าเป็นผู้ทุพพลภาพหรือทุพพลภาพเพิ่มขึ้นมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เพิ่มเป็นอัตราเดือนละ 1,000 – 2,000 บาท/เดือน
  • ผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 รับเงินทดแทนการขาดรายได้เพิ่มเป็นอัตราเดือนละ 1,500 – 3,000 บาท
  • ขยายระยะเวลาความคุ้มครองทุกทางเลือกให้ได้รับเงินทดแทนตลอดชีวิต

4. กรณีบำเหน็จชราภาพ

  • แก้ไขหลักเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตก่อนอายุครบ 60 ปีโดยผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือก 2 และ 3 ที่ถึงแก่ความตายก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือก่อนที่จะได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ

จากเดิมให้มีสิทธิเฉพาะทายาทตามกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมให้สามารถจ่ายเงินให้แก่บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพนั้น แต่ถ้าไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ให้นำมาเฉลี่ยจ่ายให้แก่สามีภริยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน

5. กรณีสงเคราะห์บุตร

  •  ให้ได้รับอัตราเงินสงเคราะห์บุตรเพิ่มเป็น จำนวน 300 บาท/คน/เดือน คราวละไม่เกิน 2 คน
  • ขยายอายุให้ได้รับสิทธิไม่เกิน 7 ปีบริบูรณ์

อีกทั้ง มีการกำหนดบทเฉพาะกาล ผู้ประกันตนทางเลือก 1-3 ที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยก่อนพระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ จะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามหลักเกณฑ์ใหม่ เป็นต้น

จ่ายเงินสมทบเท่าเดิม แม้สิทธิเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม  “กรุงเทพธุรกิจ” ได้รับการยืนยันจากสำนักงานประกันสังคมว่า แม้สิทธิประโยชน์จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ผู้ประกันตนมาตรา 40 ที่เลือกจ่ายเงินสมทบในทางเลือกใดทางเลือกหนึ่ง ก็ยังคงจ่ายในอัตราเดิม  และการเพิ่มสิทธิประโยชน์นี้ไม่กระทบต่อกองทุน เนื่องจากนักคณิตศาสตร์ประกันภัยได้คำนวณแล้วว่ากองทุนมีความมั่นคงและมีเงินเพียงพอจากการนำเงินไปลงทุนและเกิดดอกผลกลับคืนมา

เบิกเงินง่ายขึ้นผ่านระบบดิจิทัล 

และเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกันตนเกือบ 12 ล้านคน ได้มีการนำระบบ  e-Self Service  มาใช้ในการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th ผู้ประกันตนสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อขอรับประโยชน์ทดแทนได้โดยการระบุกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยและวันเข้ารับบริการ

ที่สำคัญที่สุด ผู้ประกันตน ไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์ที่เป็นเอกสารอีกต่อไป เนื่องจากมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบรับรองแพทย์ดิจิทัลของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อผู้ประกันตนไปรับบริการที่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ประมาณ 1,033 แห่ง แจ้งความจำนงค์ขอ ใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นระบบจะดึงข้อมูลใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

เมื่อผู้ประกันตนทำรายการขอเบิกผ่านระบบ  e-Self Service  เมื่อ สปส. อนุมัติแล้ว เงินจะโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) หรือธนาคารที่ระบุภายใน 3-5 วันทำการ การใช้ระบบนี้ช่วยลดเวลาและการเดินทางของผู้ประกันตนได้อย่างมาก