วันพุธ ที่ 22 เมษายน 2569

Login
Login

เพิ่มสิทธิประโยชน์เพียบ ‘ผู้ประกันตนมาตรา 40’ จ่ายเงินสมทบประกันสังคมเท่าเดิม

เพิ่มสิทธิประโยชน์เพียบ ‘ผู้ประกันตนมาตรา 40’ จ่ายเงินสมทบประกันสังคมเท่าเดิม

ผู้ประกันตนมาตรา 40 กองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ และไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 สามารถจ่าย เงินสมทบประกันสังคม โดยสมัครใจได้ 3 ทางเลือก จะได้สิทธิประโยชน์คุ้มครองต่างกัน คือ

  • ทางเลือกที่ 1 จ่ายเงินสมทบ 70 บาท/เดือน  สิทธิประโยชน์คุ้มครอง  3  กรณี  คือ  กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย  กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย
  • ทางเลือกที่ 2 จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน  สิทธิประโยชน์คุ้มครอง  4  กรณี  คือ  กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ
  • ทางเลือกที่ 3 จ่ายเงินสมทบ 300 บาท/เดือน สิทธิประโยชน์คุ้มครอง  5  กรณี  คือ  กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย  กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร

เกือบ 12 ล้านคนเตรียมรับสิทธิประโยชน์เพิ่ม

ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เตรียมยกระดับสิทธิประโยชน์ครั้งใหญ่แก่ผู้ประกันตนมาตรา 40 เกือบ 12 ล้านคน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มเงินทดแทนขาดรายได้กรณีเจ็บป่วยและทุพพลภาพ พร้อมปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์อย่างชัดเจนโดยที่ผู้ประกันตนยังคงจ่ายเงินสมทบในอัตราเดิมทุกทางเลือก และจากการคำนวณของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยยืนยันว่ากองทุนมีความมั่นคงเพียงพอ

การเพิ่มสิทธิประโยชน์นี้  มีการ (ร่าง) พระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์หลายกรณี และปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อการเข้าถึงสิทธิได้มากขึ้นในการรับสิทธิประโยชน์กรณีต่างๆ ของผู้ประกันตน

ร่างพระราชกฤษฎีกาเพื่อปรับปรุงและเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่ๆ ของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ) ซึ่งเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ได้ผ่านมติเห็นชอบคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว 

แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลและ ครม.ใหม่ จึงได้ส่งเรื่องกลับมายังกระทรวงแรงงานเพื่อพิจารณาว่าจะทบทวนหรือยืนยันร่าง ทั้งนี้ ล่าสุด ทราบว่า กระทรวงแรงงานได้ยืนยันร่างดังกล่าวไปแล้ว ก่อนจะมีการเสนอให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ ในหลวงทรงลงพระพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

การปรับปรุงครั้งใหญ่นี้ มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความคุ้มครองให้ครอบคลุมและเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมปัจจุบันมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ สงเคราะห์บุตร และชราภาพ 

สาระสำคัญของการปรับปรุง

1.กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย

  • ผู้ประกันตนมาตรา 40 ทุกทางเลือก หากประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย เป็นผู้ป่วยนอกโดยไปตรวจรักษากับแพทย์ แต่ไม่ได้พักรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล และไม่มีความเห็นของแพทย์ให้หยุดพักเพื่อการรักษาพยาบาล ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ครั้งละ 200 บาท จำนวนไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี จากเดิมสามารถเบิกเงินกรณีไปตรวรรักษากับแพทย์ได้ 50 บาทต่อครั้ง การปรับปรุงใหม่จะเพิ่มอัตราการเบิกถึง 4 เท่า
  • ได้รับสิทธิเงินทดแทนการขาดรายได้ กรณีความเห็นแพทย์ให้หยุดพักเพื่อการรักษาพยาบาล ตั้งแต่ 1 วันขึ้นไป (จากเดิมแพทย์ต้องรับรองว่าให้หยุดงานตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปจึงจะสามารถเบิกได้) ในอัตราวันละ 200 บาท
    โดยทางเลือกที่ 1 และทางเลือกที่ 2 มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ไม่เกิน 30 วันต่อปี สำหรับทางเลือกที่ 3 มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ไม่เกิน 90 วันต่อปี

2.กรณีที่เกิดการระบาดของโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ และรับบริการตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข อาทิ กรณีการระบาดของโรคโควิด-19 ในระหว่างวันที่ 26 มีนาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2565 ผู้ประกันตนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานการควบคุมโรคติดต่อให้กักตัวตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ หรือตามมาตรการของรัฐ

  • มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ แม้ไม่ได้เข้ารับบริการ ณ สถานพยาบาลที่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน

3. กรณีทุพพลภาพ

  • ผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 1 และทางเลือกที่ 2 ที่ได้รับการวินิจฉัยจากคณะกรรมการแพทย์แล้วว่าเป็นผู้ทุพพลภาพหรือทุพพลภาพเพิ่มขึ้นมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เพิ่มเป็นอัตราเดือนละ 1,000 – 2,000 บาท/เดือน
  • ผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 รับเงินทดแทนการขาดรายได้เพิ่มเป็นอัตราเดือนละ 1,500 – 3,000 บาท
  • ขยายระยะเวลาความคุ้มครองทุกทางเลือกให้ได้รับเงินทดแทนตลอดชีวิต

4. กรณีบำเหน็จชราภาพ

  • แก้ไขหลักเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จกรณีผู้ประกันตนเสียชีวิตก่อนอายุครบ 60 ปีโดยผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือก 2 และ 3 ที่ถึงแก่ความตายก่อนอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ หรือก่อนที่จะได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ

จากเดิมให้มีสิทธิเฉพาะทายาทตามกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมให้สามารถจ่ายเงินให้แก่บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพนั้น แต่ถ้าไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ให้นำมาเฉลี่ยจ่ายให้แก่สามีภริยา บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน

5. กรณีสงเคราะห์บุตร

  •  ให้ได้รับอัตราเงินสงเคราะห์บุตรเพิ่มเป็น จำนวน 300 บาท/คน/เดือน คราวละไม่เกิน 2 คน
  • ขยายอายุให้ได้รับสิทธิไม่เกิน 7 ปีบริบูรณ์

อีกทั้ง มีการกำหนดบทเฉพาะกาล ผู้ประกันตนทางเลือก 1-3 ที่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยก่อนพระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ จะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนตามหลักเกณฑ์ใหม่ เป็นต้น

จ่ายเงินสมทบเท่าเดิม แม้สิทธิเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม  “กรุงเทพธุรกิจ” ได้รับการยืนยันจากสำนักงานประกันสังคมว่า แม้สิทธิประโยชน์จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ผู้ประกันตนมาตรา 40 ที่เลือกจ่ายเงินสมทบในทางเลือกใดทางเลือกหนึ่ง ก็ยังคงจ่ายในอัตราเดิม  และการเพิ่มสิทธิประโยชน์นี้ไม่กระทบต่อกองทุน เนื่องจากนักคณิตศาสตร์ประกันภัยได้คำนวณแล้วว่ากองทุนมีความมั่นคงและมีเงินเพียงพอจากการนำเงินไปลงทุนและเกิดดอกผลกลับคืนมา

เบิกเงินง่ายขึ้นผ่านระบบดิจิทัล 

และเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกันตนเกือบ 12 ล้านคน ได้มีการนำระบบ  e-Self Service  มาใช้ในการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th ผู้ประกันตนสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อขอรับประโยชน์ทดแทนได้โดยการระบุกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยและวันเข้ารับบริการ

ที่สำคัญที่สุด ผู้ประกันตน ไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์ที่เป็นเอกสารอีกต่อไป เนื่องจากมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบรับรองแพทย์ดิจิทัลของกระทรวงสาธารณสุข เมื่อผู้ประกันตนไปรับบริการที่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ประมาณ 1,033 แห่ง แจ้งความจำนงค์ขอ ใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ จากนั้นระบบจะดึงข้อมูลใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

เมื่อผู้ประกันตนทำรายการขอเบิกผ่านระบบ  e-Self Service  เมื่อ สปส. อนุมัติแล้ว เงินจะโอนเข้าบัญชีพร้อมเพย์ (PromptPay) หรือธนาคารที่ระบุภายใน 3-5 วันทำการ การใช้ระบบนี้ช่วยลดเวลาและการเดินทางของผู้ประกันตนได้อย่างมาก