วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

ส่อง 'อัตราจ้างงาน' ครึ่งปีแรก มอง'ภาษีสหรัฐ' ผลบวกแรงงาน

ส่อง 'อัตราจ้างงาน' ครึ่งปีแรก มอง'ภาษีสหรัฐ' ผลบวกแรงงาน

ครึ่งปีแรก 2568 เศรษฐกิจเผชิญหลายปัจจัยเชิงลบ  จนส่งผลต่อการขับเคลื่อนธุรกิจ ส่งต่อเป็นลูกโซ่ถึงภาคแรงงาน ซึ่งการรายงาน สถานการณ์แรงงาน ของประเทศไทยในเดือน มิ.ย.2568 ซึ่งอ้างอิงข้อมูลช่วงเดือนพ.ค.2568 พบว่า อัตราว่างงาน ลดลง แต่มี 3 อุตสากรรมที่การจ้างงานหดตัวมากที่สุด   

สถานการณ์แรงงานของประเทศไทย

จากรายงานสถิติเศรษฐกิจแรงงานระหว่างประเทศ ประจำเดือน มิถุนายน 2568 จัดทำโดยกองเศรษฐกิจการแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ระบุว่าถึง สถานการณ์กำลังแรงงานไทย ประชากรวัยแรงงานที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป เดือนพฤษภาคม 2568 มีจำนวนประมาณ 59.13 ล้านคนเพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา โดยแบ่งออกเป็น

1.กำลังแรงงานประมาณ 39.78 ล้านคน คิดเป็น 67.28 % ของจำนวนประชากรวัยแรงงาน ประกอบด้วย ผู้มีงานทำประมาณ 39.45 ล้านคน คิดเป็น 99.17 %  และผู้ว่างงานประมาณ 0.33 ล้านคน คิดเป็น 0.83 %

2.ผู้ที่ไม่อยู่ในกำลังแรงงานประมาณ 19.35ล้านคน คิดเป็น 32.72 % ของจำนวนประชากรวัยแรงงาน

การจ้างงานของไทยเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน  

ผู้มีงานทำ เดือนพฤษภาคม 2568 มีจำนวนประมาณ 39.45 ล้านคน โดยคิดเป็นอัตราส่วนผู้มีงานทำต่อจำนวนประชากรวัยแรงงานที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปจำนวน 59.13 ล้านคนนั้น เพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 66.72 %  จำนวนผู้มีงานทำในภาคอุตสาหกรรม เดือนพฤษภาคม 2568 ประกอบด้วย

  • ผู้มีงานทำภาคเกษตร จำนวนประมาณ 11.00 ล้านคน คิดเป็น 27.78 % ของผู้มีงานทำทั้งหมด
  • ผู้มีงานทำนอกภาคเกษตร จำนวนประมาณ 28.48 ล้านคน โดยคิดเป็น 72.22 % ของผู้มีงานทำทั้งหมด

อุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานขยายตัวสูงสุด 3 อันดับแรก เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (%MoM) ได้แก่

  • การจัดหาน้ำ การจัดการ และการบำบัดน้ำเสีย ของเสีย สิ่งปฏิกูล  33.92 %
  •  กิจกรรมทางวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และเทคนิค 24.65 %
  • ข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร  19.41 %

อุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานหดตัวสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  •  การทำเหมืองแร่ และเหมืองหิน  -53.55 %
  • กิจกรรมอสังหาริมทรัพย์  -32.55 %
  • กิจกรรมการจ้างงานในครัวเรือนส่วนบุคคล กิจกรรมการผลิตสินค้าและบริการที่ทำขึ้นเองเพื่อใช้ ในครัวเรือน  -18.53 %

สำหรับอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานขยายตัวสูงสุด 3 อันดับแรก เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา(%YoY) ได้แก่

  • ไฟฟ้า ก๊าซ ไอน้ำ และระบบปรับอากาศ  23.21 %
  • การขนส่ง และสถานที่เก็บสินค้า 14.02 %
  •  กิจกรรมด้านสุขภาพและงานสังคมสงเคราะห์  8.05 %  

ขณะที่อุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานหดตัวสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • กิจกรรมทางวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และเทคนิค  -17.76 %
  • การทำเหมืองแร่ และเหมืองหิน  -16.73 %
  •  ศิลปะ ความบันเทิง และนันทนาการ  -9.06  %

สถานการณ์การว่างงาน

จำนวนผู้ว่างงาน เดือนพฤษภาคม 2568 ประมาณ 0.33 ล้านคน  อัตราการว่างงานลดลงจากเดือนที่ผ่านมาคิดเป็น 0.83 % เมื่อเทียบอัตราการเปลี่ยนแปลงของจำนวนผู้ว่างงานลดลงจากเดือนที่ผ่าน อยู่ที่ -17.50 % และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา อยู่ที่ -31.52 %

รับมือแรงงานครึ่งปีหลัง

สำหรับ 2568 ครึ่งปีหลัง ปัจจัยที่อาจจะส่งผลต่อสถานการณ์แรงงาน ได้แก่ การสู้รบสถานการณ์ไทย-กัมพูชา และภาษีสหรัฐที่ไทยได้ในอัตรา  19 %
กรณีแรงงานกัมพูชา แห่เดินทางกลับประเทศ นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ว่า หากสถานการณ์ไทย-กัมพูชาสงบลง คาดว่า บางส่วนจะกลับเข้ามาทำงานในไทยอีกครั้ง
ส่อง 'อัตราจ้างงาน' ครึ่งปีแรก มอง'ภาษีสหรัฐ' ผลบวกแรงงาน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานได้มีการเตรียมความพร้อมในการนำแรงงาน สัญชาติอื่นๆเข้ามาทดแทน ทั้งเมียนมา ลาว เวียดนาม รวมถึง ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา และหารือกับฝ่ายความมั่นคง ในการนำเข้ารายงานชาวศรีลังกาเข้ามา

"เดิมมีการจ้างแรงงานต่างด้าว แค่ 4 สัญชาติ  ทำให้มีความเสี่ยงถ้าเกิดมีเหตุการณ์ความไม่สงบ เกิดขึ้นกับประเทศใดประเทศหนึ่ง จึงจำเป็นจะต้องมีการเพิ่มประเทศที่ 5 หรือ 6 ขึ้นมา เพื่อที่จะเป็นการเฉลี่ยความเสี่ยง ไม่ให้มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น" นายพงศ์กวิน กล่าว

อัตราภาษีสหรัฐส่งผลดีต่อจ้างงานในอนาคต

ส่วนภาษีสหรัฐที่เตรียมเรียกเก็บภาษีสินค้าไทยอัตรา19%  นายพงศ์กวิน กล่าวว่า อัตราภาษีดังกล่าว ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อทั้งภาคแรงงานและผู้ประกอบการไทย ซึ่งภาษีอัตรา 19% เป็นแต้มต่อที่เสริมศักยภาพของไทยในเวทีการค้าโลก ยังคงมีความได้เปรียบด้านการผลิตและโครงสร้างแรงงาน

เมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่ได้รับภาษีในอัตราสูงกว่า โดยเฉพาะประเทศที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตลาดสหรัฐ ยิ่งส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านการค้าและภาษีนำเข้า จึงถือเป็นผลบวกที่น่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการจ้างงานในอนาคต

“ในปีนี้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำไปแล้ว 2 ครั้ง หากขึ้นอีกก็เป็นครั้งที่ 3 ผู้ประกอบการคงรับไม่ไหว จึงยังไม่มีการหารือหรือพิจารณาในเร็วๆ นี้  เนื่องจากการปรับขึ้นค่าแรงจำเป็นต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างรายได้แรงงานและภาระของผู้ประกอบการต้องพิจารณาให้รอบด้าน”นายพงศ์กวินกล่าว