background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

นิสัยการเงินแต่ละ Gen เตรียมพร้อมออมเงินอย่างไร? ไม่หมดตัว

นิสัยการเงินแต่ละ Gen เตรียมพร้อมออมเงินอย่างไร? ไม่หมดตัว

คนในแต่ละช่วงวัย แต่ละเจนเนอเรชั่น (Generations) ต่างมีพฤติกรรม ทัศนคติ และการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงนิสัยการใช้เงินร่วมด้วย

ผลสำรวจหลายๆ แห่ง จึงมุ่งศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค และความคิดที่แตกต่างกันของคนละเจน อันนำไปสู่การวางแผนทางธุรกิจ กลยุทธ์การตลาดขององค์กร

วันนี้ “กรุงเทพธุรกิจ” จะนำเรื่องเงิน เงิน นิสัยทางการเงินของคนทั้ง 4 4 generations  ทั้งวิธีจัดสรร การใช้เงินที่แตกต่างตามประสบการณ์ ช่วงวัย เป้าหมายการวางแผนทางการเงิน  และการเตรียมพร้อมการลงทุน การออมของแต่ละช่วงวัยว่าควรเป็นอย่างไร ?

คนที่เกิดใน Gen B หรือเราคุ้นชื่อว่า Baby Boomer  อยู่ในช่วง พ.ศ. 2489 - 2507 เป็นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่บ้านเมืองสงบหลังจากสงครามแล้ว  ปัจจุบันคนในยุคนี้มีอายุประมาณ 50 ปีขึ้นไป

คน Gen X คือกลุ่มคนในวัย 33 - 47 ปี เกิดในช่วง พ.ศ. 2508 - 2522 ชีวิตไม่ยากลำบาก โลกสงบเรียบร้อยแล้ว มีความมั่นคงในชีวิตสูง การใช้ชีวิตมีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ วิดีโอเกม โทรศัพท์มือถือ สไตล์เพลงเป็นแบบฮิปฮอป

คน Gen Y คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2523 - 2543 อายุอยู่ที่ประมาณ 18 - 32 ปี เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัล มีความเป็นสากล เปิดรับวัฒนธรรมแบบ Teen Pop มีความคิดว่าการชื่นชอบศิลปินต่างชาติเป็นเรื่องปกติธรรมดา มีเทคโนโลยี เกิดมาในยุคที่เศรษฐกิจกำลังเติบโต และเฟื่องฟูเป็นอย่างมาก

Gen Z คือ Gen ใหม่ล่าสุดในยุคปัจจุบัน เป็น Gen ที่เกิดหลังพ.ศ. 2540 เป็นต้นไป มีอายุต่ำกว่า 19 ปี เติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายแวดล้อม สามารถใช้งานเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้ดี เรียนรู้เร็ว เป็น Gen ที่มีจำนวนมากสุดในประเทศไทยขณะนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เข้าใจความต่าง! ทำไม? คน Gen Z ถึงอยู่ร่วมกับคน Gen อื่นยาก

'Gen Y' รับบทเดอะแบก! เป็นเสาหลักที่บ้าน มาทำงานก็แบกทั้งลูกน้อง-เจ้านาย

นิสัยการเงิน การออมของคนBaby Boomer

ด้วยลักษณะนิสัย : คน Gen B นี้ มีชีวิตเพื่อการทำงาน เคารพกฎเกณฑ์ มีความอดทนสูง ทุ่มเทให้กับการทำงานและองค์กรมาก พยายามคิดและทำอะไรด้วยตัวเอง เป็นเจ้านายคน ได้รับการสั่งสอนมาให้รู้จักประหยัด อดออม จึงใช้จ่ายเงินอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง เป็นคนจริงจัง เคร่งครัดเรื่องขนบธรรมเนียนประเพณี มีความเป็นผู้นำสูง

มุมมองในเรื่องการเงินของคนกลุ่มนี้ : ค่อนข้าง play safe ไม่มุ่งหาความเสี่ยงที่มากเกินจะรับไหว เป็นช่วงที่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ และจะคิดถึงทายาทรุ่นหลังในการสืบทอดมรดกของตัวเอง ดังนั้นการเก็บออมถือเป็นสิ่งที่คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญ เช่น การวางแผนภาษี หรือ การเก็บเงินในกองทุนที่มีความผันผวนต่ำ ความเสี่ยงต่ำ แต่มูลค่าเงินต้นต้องยังคงสภาพอยู่

นิสัยการเงินแต่ละ Gen เตรียมพร้อมออมเงินอย่างไร? ไม่หมดตัว

เลือกออมแบบไหน : Baby Boomer อยู่ในช่วงวัยที่แทบจะเรียกได้ว่าใกล้จะหมดภาระแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ผ่อนรถหมดแล้ว ผ่อนบ้านใกล้หมด และใกล้เกษียณอายุจากการทำงาน จึงมักหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนทุกรูปแบบ เพราะต้องการวางแผนการเงินให้พอสำหรับการใช้ชีวิตในบั้นปลายของตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ได้แบ่งเงินมาลงทุนเลย แต่เปอร์เซ็นต์น้อยเหลือเพียง 10% และอีก 90% ของเงินเก็บ ก็ควรจะเก็บฝากไว้กับธนาคาร ไม่ควรลงทุนเพิ่มในหน่วยการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ยกเว้นกรณีลงทุนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการทำงาน

Gen Xกล้าเสี่ยง ลงทุนในกองทุน

ลักษณะนิสัย : คน Gen X ในวัยทำงานอายุ 30 ขึ้นไป เป็นคนชอบอะไรง่าย ๆ ไม่ชอบอะไรที่เป็นทางการ มีความ Work life balance สูง ทำงานแบบ Independence ได้ดี มีความเป็นตัวของตัวเองสูง เปิดกว้าง มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ก็มีความขัดแย้งในตัวเองสูงเช่นกัน เช่น ต่อต้านสังคม ไม่ยึดกับขนบธรรมเนียม

มุมมองในเรื่องการเงินของคนกลุ่มนี้จะกล้าแบกรับความเสี่ยงได้พอสมควร ทำให้การวางแผนทางการเงินของคนกลุ่มนี้ควรต้องจัดสรรเงินออมให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตโดยต้องบังคับตัวเองว่าห้ามนำเงินส่วนการออมมาจับจ่ายใช้สอย เพื่อชีวิตหลังเกษียณ มองความสะดวกสบายเป็นโจทย์ในการใช้ชีวิต จึงยอมแลกกับเม็ดเงินจำนวนมากเพื่อซื้อความสบายให้ตัวเองและครอบครัว

เลือกออมแบบไหน : คนใน Gen X นี้เป็น Gen ที่มีความพร้อมในการลงทุนมากที่สุดแล้ว เพราะมีรายได้มาก มีความรู้ ฐานะมั่นคง แม้จะมีภาระมากมายก็ตาม ดังนั้นจึงไม่ควรลงทุนแบบโลดโผน หากจะลงทุนในหุ้นก็ควรเป็นการลงทุนในระยะยาว เพื่อรอรับผลประโยชน์หลังจากเกษียณ แบ่ง 30% ของเงินเก็บไปลงทุน และอีก 70% ออมกับธนาคารหรือลงทุนในตราสารหนี้ต่าง ๆ คน

Gen X นิยมลงทุนในกองทุนรวมประเภท LTF หรือ RMF เพราะลงทุนหุ้นในระยะยาว และยังนำมาช่วยลดหย่อนภาษีได้ด้วย เพราะเมื่อมีรายได้มากก็จะต้องเสียภาษีมากตามไปด้วย อีกหนึ่งการลงทุนที่เหมาะกับ Gen นี้ คือ การซื้อประกัน ทั้งประกันสุขภาพและประกันที่เป็นการเก็บเงินเอาไว้ใช้ในระยะ 10 - 20 ปีข้างหน้า เมื่ออายุมากขึ้น ในอนาคตอาจจะมีปัญหาสุขภาพตามมา

นิสัยการเงินแต่ละ Gen เตรียมพร้อมออมเงินอย่างไร? ไม่หมดตัว

แบ่งออม แบ่งลงทุนสินทรัพย์ 

ลักษณะนิสัย : ชอบทำงานเป็นทีม คน Gen Y เกิดมาพร้อมกับค่านิยมการประชุม ระดมความคิด เป็นคนไม่ชอบถูกเอาเปรียบและต้องการทำงานเพื่อให้ได้เงินเดือนสูง ๆ ชีวิตส่วนตัวชอบสังสรรค์และมีชีวิตหลังเลิกงาน เช่น ไปเล่นฟิตเนส แฮงก์เอ้าท์กับเพื่อน เป็นกลุ่มคนที่มองโลกในแง่ดี มีใจเอื้อเฟื้อต่อสังคม มีใจรักต่อสิ่งแวดล้อม ถนัดงานที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ชอบงานด้านไอที ใช้ความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ สามารถทำอะไรหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน ใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว อย่างที่เราเห็นภาพคนยุคใหม่ที่นั่งเล่นสมาร์ทโฟน ไอแพด คุยโทรศัพท์ ไปพร้อม ๆ กับทานข้าวได้

มุมมองในเรื่องการเงินของคนกลุ่มนี้จึงกล้าได้กล้าเสีย และพร้อมแบกรับความเสี่ยงที่สูงหากต้องลงทุนในสินทรัพย์ หุ้น หรือ กองทุนรวมต่างๆ เพราะมีเป้าหมายต่อผลตอบแทนที่ต้องสูงและต้องงอกเงย ที่สำคัญเป็นช่วงอายุที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน และพิสูจน์ความสามารถ รายได้สามารถรับได้มากกว่าหนึ่งทางเพราะชอบความท้าทาย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ถนัดกับการเก็บออม ชอบใช้จ่ายไปเพื่อสนองความสุข ความต้องการของตัวเองซะมากกว่า

เลือกออมแบบไหน : คนใน Gen Y จะมีสัดส่วนในการลงทุนที่แตกต่างไป เพราะเข้าสู่ช่วงการทำงาน เพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว บางคนอาจมีครอบครัว มีบ้าน คอนโด รถ เริ่มมีภาระและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น Gen Y จึงเริ่มมองหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อย

ดังนั้นจึงควรจะแบ่งเงินลงทุน 50% จากเงินเก็บ โดยเลือกลงทุนในกองทุน หรือตราสารเงินที่คุ้มครองเงินต้น ส่วนเงินเก็บอีก 50% ที่เหลือก็ควรออมที่ได้ดอกเบี้ยสูง เช่น ฝากประจำปลอดภาษี  หรือโครงการพิเศษต่าง ๆ และควรเริ่มมองการลงทุนหุ้นในระยะยาวด้วย

นิสัยการเงินแต่ละ Gen เตรียมพร้อมออมเงินอย่างไร? ไม่หมดตัว

รักสบาย ไม่ยึดติด ใช้ชีวิตให้คุ้ม

กลุ่ม Gen Z เติบโตมาในโลกที่ความผันผวนทางการเงินและเศรษฐกิจของโลกเป็นเรื่องปกติ ทำให้การปรับตัวต่อสถานการณ์ต่างๆเป็นเรื่องง่ายและไม่ใช่ปัญหา ซึ่งนับเป็นสิ่งที่หลายๆธุรกิจต้องการหยิบยื่นผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้

ลักษณะนิสัย : เกิดมาในยุคที่มีพร้อม จึงมักมีลักษณะนิสัยที่รักสบาย และไม่ยึดติดกับสิ่งใด ชีวิตขาดอินเทอร์เน็ตไม่ได้ เรื่องการใช้เงิน คือมีอำนาจในการซื้อสูง รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ต้องการอะไร และยอมจ่ายเพื่อสิ่งนั้น กล้าซื้อของออนไลน์โดยไม่คำนึงถึง Privacy และนำไปแชร์ต่อในโซเชียลมีเดีย หรือเขียนลงบล็อก หรือในช่องทางโซเชียลต่าง ๆ ถือว่าเป็นผู้นำเทรนด์

มุมมองด้านการเงินของคนรุ่นนี้ จะพบว่า กลุ่ม Gen Z มองว่าการลงทุนไปกับการเดินทางท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่คุ้มค่าเสมอ และเมื่อจัดลำดับสิ่งที่คนรุ่นนี้จะนำเงินไปใช้จ่าย ผลปรากฏว่า มุมมองการออมเงินเป็นเรื่องใหญ่ และยังพอมีเวลาให้เก็บออมอีกกว่าครึ่งชีวิต จึงให้ความสำคัญน้อยกว่าการเดินทางท่องเที่ยว แต่ที่น่าสนใจคือ การใช้เงินซื้อของต่างๆ กลับไม่ใช่สิ่งที่คนกลุ่มนี้ถวิลหามากนักเมื่อเทียบกับ Gen Y

เลือกออมแบบไหน : Gen Z เหมาะกับการเริ่มต้นลงทุนมากที่สุด เมื่อเรียนจบออกมาอีก 1 - 2 ปีข้างหน้า เพราะจะเป็นวัยที่จบใหม่ บางคนมีรายได้หรือเงินเก็บรอตั้งแต่ยังเรียนหนังสืออยู่เลย เมื่อเริ่มต้นทำงาน มีความมั่นใจและยอมรับความเสี่ยงได้สูง แต่ต้องขึ้นอยู่กับรายได้ที่มีด้วย อีกอย่าง Gen นี้ยังไม่ค่อยมีภาระ สามารถใช้เงินเก็บมากถึง 90% มาลงทุน โดยควรแบ่งลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี หรือการลงทุนที่คิดว่าจะได้ผลตอบแทนในระยะยาวที่คุ้มค่า แต่ต้องแบ่งเงินเก็บสัก 10% ไว้ฝากธนาคารที่ได้ดอกเบี้ยสูง หรือซื้อหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล หรือลงทุนในช่องทางที่สร้างความมั่นคง และมีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นเอาไว้ด้วย เพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงให้ชีวิต

นิสัยการเงินแต่ละ Gen เตรียมพร้อมออมเงินอย่างไร? ไม่หมดตัว

แต่ละ Gen มีวิธีการออมเงินและลงทุนที่ต่างกันออกไป ฉะนั้นคุณอยู่ในวัยไหนก็สามารถเลือกออมและลงทุนได้ตาม Gen ของคุณ

การลงทุนที่น่าจะทำกำไรได้มากที่สุดคือช่วง Gen Z เพราะลงทุนในความเสี่ยงสูง การลงทุนและการวางแผนการเงินตาม Gen ต่าง ๆ ทำให้เราตั้งเป้าหมายในการใช้เงินได้ บางคนอาจเริ่มจากการลงทุนในกองทุนรวม ที่รับความเสี่ยงได้น้อย หรืออาจจะซื้อประกันเงินฝากเอาไว้ตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ ๆ คนที่เริ่มซื้อประกันเอาไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย จะได้เปรียบตรงที่เงินต้นที่ต้องชำระเบี้ยประกันถูกกว่าคนที่ไปทำตอนอายุมาก อย่างไรก็ตาม  “การออมเงิน” ไม่มีคำว่าเร็วเกินไป หรือว่าสายเกินไปนะครับ แค่คุณคิดจะเริ่มออมเงิน ก็ถือว่าคุณมาได้ครึ่งทางแล้ว

อ้างอิง:  krungsri ,advicecenter.kkpfg