Skills มาแรงที่คนรุ่นใหม่สายงานธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และอีเวนต์ต้องมี

Skills มาแรงที่คนรุ่นใหม่สายงานธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และอีเวนต์ต้องมี

ในยุคหลังโควิด-19 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้นจำนวนมาก สวนทางกับแรงงานด้านท่องเที่ยวและโรงแรมที่กำลังขาดแคลนอย่างหนัก เนื่องจากช่วงโควิด 'ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม'ได้รับผลกระทบสูงสุด และมีการเลิกจ้างงานแรงงาน

Keypoint:

  • ธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมบูม! มีนักท่องเที่ยวแต่ขาดแรงงาน  ผู้ประกอบการต้องการคนที่สามารถทำงานได้หลากหลาย
  • ทักษะที่ธุรกิจโรงแรมต้องการจากคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มองคนเป็นแพคเกจสมบูรณ์ แต่มองหาคนที่มีศักยภาพ พร้อมรับการพัฒนา มีทัศนคติที่ดี
  • คนรุ่นใหม่มีโอกาสงานสูง แต่ต้องมุ่งมั่น อดทน  และOn the Job Training ตลอดเวลา

การท่องเที่ยวของไทยช่วงที่กำลังรุ่งเรืองเฟื่องฟู คือช่วงปี 2019 ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึงเกือบ 40 ล้านคน หรือเป็นช่วงก่อนโควิดระบาด ทว่าเมื่อมีเหตุโควิดเกิดขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวก็ลดลงอย่างหนักเป็น 6.7 ล้านรายเท่านั้นในปี 2020 ส่วนปี 2021 นักท่องเที่ยวก็ลดลงอีกเป็น 4.2 แสนราย จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็น 11 ล้านรายในช่วงครึ่งหลังของปี 2022 หลังจากไทยเริ่มเปิดประเทศ

ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานระบุว่า ช่วงก่อนเกิดโควิดระบาด มีแรงงานด้านการท่องเที่ยวราวๆ 7.7 ล้านรายและลดจำนวนลงเป็น 3.9 ล้านรายหลังจากเกิดเหตุโควิดระบาด ราว 6.6% ถูกปลดออกจากตำแหน่ง ต้องกลับคืนสู่บ้านเกิดและหันหน้าเข้าสู่ภาคการเกษตร ขณะที่อีก 20% มองหางานใหม่ในอุตสาหกรรมอื่น ส่วนอีก 20% เริ่มทำธุรกิจของตัวเอง

ด้วยความต้องการแรงงานในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมจำนวนมาก คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดเสวนา “New Gen & New Chapter of Thailand’s Tourism: คนรุ่นใหม่และการท่องเที่ยวบทใหม่ของประเทศไทย”

เพื่อให้นิสิตนักศึกษา คณาจารย์ได้รับความรู้ที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลง และแนวโน้มการท่องเที่ยวในยุคหลังโควิด-19 รวมถึงเปิดมุมมองนักศึกษาได้นำองค์ความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งเชิงวิชาการและวิชาชีพ และการสนับสนุนทางเครือข่ายพันธมิตรระหว่างสถาบันการท่องเที่ยว และสถาบันการศึกษา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ถอดรหัส 5 ทักษะ "โลกการทำงาน" แห่งอนาคต

 

นักท่องเที่ยวกลับมา แต่แรงงานในภาคท่องเที่ยวยังไม่กลับ

ผศ.ดร.มณฑกานติ ชุบชูวงศ์ คณบดีคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU)  กล่าวว่าการระบาดโควิด-19 ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้มุมมองและการบริหารจัดการท่องเที่ยวของไทยและทั่วโลกแตกต่างไปจากเดิม การปิดประเทศส่งผลต่อเศรษฐกิจ และการตกงานของผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะในธุรกิจการท่องเที่ยวและโรงแรม  ขณะเดียวกันการหยุดการเดินทางทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายได้พักและฟื้นฟูมากขึ้น 

"จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจต้องมองหาแนวทางการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะต้องมีแผนในการรับมือวิกฤตในระยะยาว เพื่อให้สามารถดูแลพนักงานได้ เพราะที่ผ่านมาเราขาดแผนในการรับมือ ไม่มีเงินสำรองในการดูแลพนักงาน ส่งผลให้เมื่อเปิดประเทศ ลูกค้านักท่องเที่ยวกลับมา แต่พนักงานยังไม่กลับ อีกทั้งพนักงานส่วนหนึ่งเมื่อได้ไปประกอบอาชีพอื่นก็ได้ทำอาชีพนั้นๆ ต่อไป ทำให้ภาคการท่องเที่ยวในปัจจุบันเกิดการขาดแคลนแรงงานจำนวนมาก"ผศ.ดร.มณฑกานติ กล่าว

การจัดเสวนาในครั้งนี้ ถือเป็นการเตรียมให้นักศึกษาเข้าสู่โลกของการทำงาน การจัดเสวนาในครั้งนี้ เป็นการทำให้เห็นถึงรูปแบบการทำงานขององค์กร รวมถึงการจ้างงาน พนักงานแบบไหนที่องค์กรภาคธุรกิจต้องการ

 

ธุรกิจต้องเปลี่ยน เน้นท่องเที่ยวฉบับยั่งยืน 

"สรรพวัต กันตามระ" ผู้จัดการฝ่ายการตลาดเชิงกลยุทธ์และความยั่งยืนของบริษัท ฟายด์ โฟลด์ จำกัด  กล่าวว่าธุรกิจโรงแรม และการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างมาก ซึ่งรูปแบบของธุรกิจ Find Folk เดิมจะเป็นบริษัททัวร์ เน้นการท่องเที่ยวชุมชน แต่เมื่อเกิดโควิด-19 ทำให้ต้องปรับตัวเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น  โดยขณะนี้ Find Folk มีการปรับจากการขายทัวร์ เป็นที่ปรึกษาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อทำงานตอบโจทย์ความยั่งยืนของธุรกิจ

"ขณะนี้ทุกธุรกิจ ทุกภาคส่วนสนใจเรื่องความยั่งยืนอย่างมาก เราได้มีการปรับรูปแบบการทำงาน การทำธุรกิจที่ตอบสนองความต้องการของภาคส่วนต่างๆ ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวแตกต่างจากเดิม เมื่อก่อนจะเที่ยวกับเป็นกรุ๊ปใหญ่ๆ ตอนนี้จะกลายเป็นเที่ยวกรุ๊ปเล็กๆ ธุรกิจ บริษัทต่างๆ ที่จะเข้ามาเน้นการทำCSR  ทำโปรเจคเรื่องความยั่งยืน Find Folk ต้องมีโปรดักส์ และเทคโนโลยีเรื่องความยั่งยืนรองรับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น"นายสรรพวัต กล่าว

3 สิ่งที่ธุรกิจต้องการจากคนรุ่นใหม่ 

"สรรพวัต" กล่าวต่อว่า Find Folkไม่ใช่บริษัทใหญ่โต ปัจจุบันมีพนักงาน 18 คน เป็นธุรกิจเล็กๆ แต่มีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งคนที่มาทำงานกับFind Folk ต้องมีใจรักในการท่องเที่ยว รักในการบริการ โดยการดูแลขององค์กรจะเป็นการดูแลแบบครอบครัว มีสวัสดิการ และมีความใกล้ชิดกับพนักงานทุกคน  ซึ่งเราจะมองหาตัวตนของพนักงาน

สำหรับแนวคำถามสำหรับผู้สมัครงาน อาทิ เราสามารถแปลงขยะการท่องเที่ยวให้เป็นมูลค่าเพิ่มได้อย่างไร? เพื่อให้เห็นมุมมองความคิด ซึ่งการท่องเที่ยวไม่มีถูกไม่มีผิด แต่อยู่ที่ว่าวิสัยทัศน์ มุมมองเราเป็นแบบไหน”

"สิ่งที่ธุรกิจท่องเที่ยวยั่งยืนต้องการคนมาทำงาน หรือคนรุ่นใหม่จะมี 3 อย่าง คือ 1.ต้องปรับเปลี่ยน เพราะการท่องเที่ยวเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ต้องปรับให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า 2.ความคิดสร้างสรรค์  และ 3.การทำงานที่มีเครือข่าย ทำงานหลากหลายได้" สรรพวัต กล่าว

ธุรกิจโรงแรมมองหาแรงงานที่ทำงานได้มากกว่า 1 

“พิมพร ไชยรุ่งเรือง” Senior Talent Development & HR Manager, Intercontinental Bangkok and Holiday Inn Bangkok กล่าวว่าพอประเทศไทยประกาศเปิดประเทศ ธุรกิจโรงแรมกลับมาเร็วมาก ซึ่งสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด คือ การดูแลเรื่องความปลอดภัย  ป้องกันโรค ตั้งแต่การบริการเจลแอลกอฮอล์ตั้งแต่ทางเข้าที่พัก  เพราะต่อให้รัฐบาลประกาศผ่อนคลายแล้ว แต่ลูกค้ายังคาดหวังการบริการดูแลเรื่องความปลอดภัยปลอดโรค  หรือ การสวมหน้ากาก ซึ่งพนักงานของโรงแรมยังคงต้องใส่พนักงาน และต้องคงมาตรการโควิด-19 ไว้

โดยข้อดีของธุรกิจของโรงแรมอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คือ หลายโรงแรมได้รับService charge (เซอร์วิสชาร์จ)จำนวนมาก บางโรงแรมได้ 30,000 บาทต่อเดือน หรือช่วงไฮซีซั่นแตะไปถึง 60,000 บาท

"พิมพร" กล่าวต่อว่าธุรกิจโรงแรมกำลังมองหาแรงงาน ซึ่งพนักงาน 1 คน สามารถทำงานได้หลายอย่าง ต้องมีทักษะเพิ่มมากขึ้น ทุกคนต้องพร้อมปรับเปลี่ยนตัวเองใหม่ ส่วนเรื่องรายได้ และสวัสดิการของโรงแรมนั้น ขณะนี้ได้มาตรฐานที่ค่อนข้างดีมาก เช่น นอกจากเงินเดือน เซอร์วิสชาร์จ แล้ว จะมีการบริการอาหาร มีรถตู้ไว้คอยบริการพนักงาน อัตราเข้าพักสำหรับพนักงานโรงแรมในราคาที่ถูก หรือการไปรับประทานอาหารโรงแรมในเครือสามารถขอบัตรส่วนลดจากโรงแรมได้  รวมถึงมีเรตบริการส่วนลดให้แก่ญาติและเพื่อนอีกด้วย และมีกิจกรรมขอบคุณตลอดทั้งปีให้แก่พนักงาน เป็นต้น

ทักษะที่ธุรกิจโรงแรมต้องการจากคนรุ่นใหม่

สำหรับทักษะที่ธุรกิจโรงแรมต้องการจากคนรุ่นใหม่ คือ

  • ต้องการคนที่มีทัศนคติที่ดี ในการทำงานร่วมกับผู้คนได้ ต้องสามารถทำงานได้หลากหลาย และเปิดรับโอกาสใหม่ๆ  

โดยการพิจารณาทัศนคติ จะดูจากมุมมอง และคำพูดที่น้องๆ สะท้อนทัศนคติที่มองคนรอบข้าง ทัศนคติที่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ หรือสอบถามถึงประสบการณ์จากการทำกิจกรรม หรือการเรียนรู้อะไรมาบ้าง เป็นต้น รวมถึงต้องมีทักษะด้านภาษา ดังนั้น อยากให้ทุกคนพัฒนาตัวเองตลอดเวลา โดยเฉพาะทักษะภาษาที่ต้องมีการเตรียมพร้อมตัวเองตลอด เพื่อเพิ่มโอกาสให้แก่ตนเอง

“เราไม่ได้มองคนเป็นแพคเกจสมบูรณ์ แต่มองหาคนที่มีศักยภาพที่พร้อมได้รับการพัฒนา มีทัศนคติดี พร้อมปรับตัว ปรับเปลี่ยน   และสามารถทำงานได้หลากหลาย รวมถึงต้องมีความมั่นใจว่าตัวเองทำได้”พิมพร กล่าว

แรงงานภาคการท่องเที่ยวขาดแคลน สำหรับการเตรียมนักศึกษาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจโรงแรมนั้น “พิมพร” กล่าวต่อไปว่า หลักสูตรที่ทำให้นักศึกษามาทำงานและโตได้เร็วขึ้น ได้เห็นของจริงได้ปฎิบัติจริงในโรงแรมจริงๆ  ฉะนั้น การไปฝึกงานมากๆ มีความจำเป็นอย่างมาก

"การฝึกงานปี 4 เทอม 2 อาจจะช้าไป เพราะมีหลายหลักสูตรที่ส่งเด็กมาฝึกงานทุกปี ทุกเทอม ไม่มีการหยุดงาน ทำให้เขาได้ทำงานหลากหลาย ได้มีทักษะในการแก้ปัญหา ยิ่งมีประสบการณ์มากจะยิ่งเป็นกำไรของเด็ก อย่าปล่อยโอกาสในช่วงปิดเทอมเสียเปล่า แต่ขอให้ไปทำงานในช่วงปิดเทอม เพื่อได้มีทักษะที่มากกว่า"พิมพร กล่าว

งานอีเวนต์ ต้องการคนทัศนคติดี แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง

“มารีน่า ชินอนุรักษ์ชาติ” Director of Marketing and Sales, MC Planner กล่าวว่าหลังโควิด-19 ส่งผลให้รูปแบบการจัดการประชุม หรือการงานอีเวนต์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  โดยขณะนี้จะเป็นการจัดประชุมหรืออีเวนต์ในรูปแบบไฮบริด ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจำนวนมาก

ทั้งนี้ สำหรับรายได้ และสวัสดิการของธุรกิจดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งข้อดีของการจัดอีเวนต์ ไม่ได้จัดเฉพาะเมืองไทย แต่จัดที่ต่างประเทศไทยร่วมด้วย ดังนั้น ข้อได้เปรียบนอกจากสวัสดิการและเงินเดือน จะมีโอกาสที่ได้ไปเรียนรู้ การทำงานอีเวนต์ในแต่ละสถานที่ พนักงานจะได้เปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ การจัดประชุมหรืออีเวนต์ในไทยกับต่างประเทศจะแตกต่างกัน เนื่องจากรูปแบบการทำงานของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ทำให้ได้เห็นมุมมองการเรียนรู้จากการทำงานของคนแต่ละประเทศ รวมถึงได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม สร้างเครือข่ายในแต่ละประเทศ

“ด้วยลูกค้า 90%  เป็นชาวต่างชาติ ดังนั้น ทักษะที่เราต้องการจากคนรุ่นใหม่ คือ ภาษา และทัศนคติ สกิลเซต เพราะธุรกิจงานบริการ และอีเวนต์ เวลาเราต้องประสานกับลูกค้า โรงแรม คนทำงานร่วม ทัศนคติที่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ อีเวนต์เป็นน็อตหลายตัวที่มารวมกัน อาจจะมีบางส่วนที่มีปัญหา พนักงานต้องมีทัศนคติ ว่าสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ ซึ่งการจะดูว่ามีทัศนคติอย่างไร ต้องดูจากการทำงานไปแล้ว 3-6 เดือน ก็จะมองเห็นทัศนคติ ซึ่งไม่เกี่ยวว่ามาจากมหาวิทยาลัยไหน เพราะบางคนจบจากมหาวิทยาลัยดีแต่ทัศนคติอาจจะไม่ดี  รวมทั้งต้องมี On the Job Training  พัฒนาตัวเองระหว่างการทำงาน และอย่าคิดว่าเราทำไม่ได้”มารีน่า กล่าว

อย่างไรก็ตาม นักศึกษาควรรีบเตรียมตัวเพื่อออกสู่ตลาดงานให้ไว เพราะบางอย่างในชั้นเรียนไม่สามารถก่อให้เกิดการเรียนรู้ได้ ธุรกิจเกือบทุกอย่างมีการปรับเปลี่ยน การเรียนรู้ไปพร้อมกับการทำงานจริงเป็นสิ่งสำคัญ และอยากให้คนรุ่นใหม่มีความอดทน อย่าย่อท้อ ขอให้มีความมุ่นมั่นว่าสามารถทำได้