เทคโนโลยีประเมินความเสี่ยง"โรคหัวใจ"ที่แม่นยำด้วยการตรวจเลือด

เทคโนโลยีประเมินความเสี่ยง"โรคหัวใจ"ที่แม่นยำด้วยการตรวจเลือด

อีกเทคโนโลยี ตรวจเลือด เพื่อหาค่าโทรโปนินไอ โปรตีนที่เป็นองค์ประกอบกล้ามเนื้อหัวใจ เพื่อประเมินความเสี่ยง"โรคหัวใจและหลอดเลือด"โดยคาดการณ์โรคล่วงหน้าได้แม่นยำ

คนไทยเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ด้วยอัตราการเสียชีวิตกว่า 58,000 รายในปี 2563 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ 

หลายคนอาจมองว่าโรคหัวใจนั้นเป็นเรื่องไกลตัว และไม่ได้คาดคิดว่าพฤติกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันอาจส่งผลให้โรคร้ายนี้ก่อตัวเป็นภัยร้ายแฝงอยู่ในร่างกายอย่างเงียบๆ

แล้วเราจะเริ่มประเมินความเสี่ยงและรับมือกับภัยเงียบนี้ได้อย่างไร มาร่วมเจาะลึกทุกเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับโรคหัวใจ และหลอดเลือด กับ อาจารย์นายแพทย์ ปริญญ์ วาทีสาธกกิจ อายุรแพทย์สาขาโรคหัวใจโรงพยาบาลรามาธิบดี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะมาถ่ายทอดความรู้และแนวทางการป้องกันโรคที่แม่นยำและทันสมัย

รู้ทันโรคหัวใจและหลอดเลือด

นอกเหนือจากอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดแล้ว ยังมีผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกกว่า 6 แสนรายในปี 2564 

และในแต่ละปีช่วงวัยของกลุ่มผู้ป่วยมีแนวโน้มที่จะลดน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ค่อนข้างอันตรายสำหรับคนไทย 

โดยส่วนใหญ่แล้วอาการของโรคมักพบในผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 40 ปี ขึ้นไป แต่ก็มีโอกาสพบในผู้ป่วยที่อายุต่ำกว่า 40 ปีด้วยเช่นกัน ซึ่งมักจะเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง 

และอาจเกิดได้หลากหลายปัจจัย หรือที่เราเรียกว่า ‘สหปัจจัย’ ซึ่งเกิดได้ทั้งจากพันธุกรรมและพฤติกรรม เช่น มีประวัติคนในครอบครัวที่เคยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

หรือปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น พฤติกรรมการดื่มสุรา สูบบุหรี่ พักผ่อน ไม่เพียงพอ ภาวะความเครียด ความดัน ไขมันในเลือดสูง อ้วน น้ำหนักเกิน และเบาหวาน เป็นต้น

นายแพทย์ปริญญ์ กล่าวว่า ลักษณะของโรคหัวใจที่น่าเป็นห่วงและมักพบได้บ่อยในกลุ่มคนที่มีอายุน้อยและ ดูแข็งแรงดี คือ ผู้ป่วยอาจมีคราบไขมันสะสมในเส้นเลือดซ่อนอยู่ก่อน โดยที่ไม่ได้ก่อให้เกิดการตีบตันใดๆ 

"หากวันใดวันหนึ่งที่ร่างกายเกิดความเครียดมาก จนคราบไขมันที่อยู่ในเส้นเลือดเกิดการแตกออก ร่างกายจะซ่อมแซมตนเองด้วยการส่งเกล็ดเลือดไปอุดบริเวณที่เสียหาย

เกล็ดเลือดที่ไปรวมกันในหลอดเลือดเล็กๆ นั้น สามารถที่จะทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดอุดตันฉับพลันได้ไม่ยาก ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดฉับพลัน

และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ เหมือนที่เราจะเห็นได้ จากหลายๆ เคสที่ผู้ป่วยยังอายุไม่เยอะและสุขภาพร่างกายดูแข็งแรงปกติดี แต่กลับล้มลงและเสียชีวิตขณะออกกำลังกาย”

สำหรับอาการเบื้องต้นของโรคหัวใจและหลอดเลือดที่พบได้บ่อยและสามารถสังเกตได้ง่าย คือ อาการเจ็บแน่นหน้าอกด้านซ้าย หรืออาการปวดลึกๆ บริเวณกลางอก อาจลามไปถึงแขนหรือกราม โดยอาการเจ็บส่วนใหญ่มักจะสัมพันธ์กับการออกแรง เมื่อได้หยุดพักอาการจะดีขึ้น

ปัจจุบันบุคคลทั่วไปสามารถลองทำแบบประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ง่ายๆ โดยไม่จำกัดอายุ ชุดข้อมูลพื้นฐานที่เป็นสากลในการทำแบบประเมิน คือ อายุ เพศ ค่าความดันโลหิต เบาหวาน ไขมันในเลือด และประวัติการสูบบุหรี่ เป็นต้น 

จากสถิติพบว่า ยิ่งมีปัจจัยเสี่ยงหลายข้อ โอกาสเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดก็จะเพิ่มขึ้นมากกว่าคนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงใดๆ

รู้ไว ห่างไกลโรค กับโทรโปนินไอ

ทั้งนี้เนื่องจากแบบประเมินพื้นฐานดังกล่าวถูกออกแบบมา เพื่อรองรับการใช้งานได้ง่ายกับกลุ่มคนทุกเพศ ทุกวัย ในหลากหลายประเทศทั่วโลก ค่าความเสี่ยงที่ได้จึงจะเป็นค่าความเสี่ยงเบื้องต้นเท่านั้น 

หากต้องการความแม่นยำที่มากขึ้น หรือจำเพาะเจาะจงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น โรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่งในประเทศไทยจึงเริ่มนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการช่วยประเมินความเสี่ยงให้แม่นยำขึ้นเข้ามาประยุกต์ใช้ควบคู่กัน 

ยกตัวอย่างเช่น การตรวจเลือดเพื่อหาค่าโทรโปนินไอ ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบหนึ่งของกล้ามเนื้อหัวใจ และมีความจำเพาะต่ออาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง จึงสามารถเป็นตัวชี้วัดสุขภาพของกล้ามเนื้อหัวใจ รวมถึงช่วยประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้นั่นเอง

ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย จึงมีการตรวจหาค่าโทรโปนินไอที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และแม่นยำมากขึ้น หรือที่เรียกว่า ‘High Sensitivity Troponin-I (hsTni)’ “การตรวจเจาะเลือดแบบ High Sensitivity Troponin-I มีความไวและแม่นยำมากขึ้นเรื่อยๆ สามารถตรวจได้แม้กระทั่งในบุคคลทั่วไปที่ไม่แสดงอาการเจ็บป่วยใดๆ 

โดยมีโอกาสตรวจพบค่าโทรโปนินไอในคนทั่วไปที่ไม่ได้มีอาการของโรคหัวใจได้สูงถึง 80 เปอร์เซนต์ ซึ่งเป็นประโยชน์มาก โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มคนที่สุขภาพร่างกายอาจดูแข็งแรงปกติดี 

แต่อาจจะมีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งการตรวจเลือดด้วยวิธีการอื่นๆ ทั่วไป อาจไม่ได้มีความละเอียดมากพอ สำหรับค่าเฉลี่ยมาตรฐานของโทรโปนินไอสำหรับผู้ชายไม่ควรเกิน 12 และสำหรับผู้หญิงไม่ควรเกิน 10 โดยค่าที่ได้นั้น 

นายแพทย์ปริญญ์ บอกว่า เมื่อนำมาใช้ร่วมกับแบบประเมินความเสี่ยงพื้นฐาน ก็จะสามารถเพิ่มความสามารถในการบ่งบอกถึงความเสี่ยง รวมถึงคาดการณ์ระยะเวลาที่จะเกิดโรคได้ล่วงหน้าถึง 10 ปี เพื่อเตรียมแนวทางในการป้องกัน หรือวางแผนการดูแลรักษาเพื่อบรรเทาความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ผู้ที่สนใจเข้ารับการตรวจ High Sensitive Troponin – I (hsTni) สามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน และสามารถรอรับผลตรวจได้อย่างรวดเร็วภายใน 1 วัน