3 เหตุผล เคย"เสริมอก"มาแล้ว แต่กลับมาทำ"ศัลยกรรม"แก้ไข เพราะอะไร

3 เหตุผล เคย"เสริมอก"มาแล้ว แต่กลับมาทำ"ศัลยกรรม"แก้ไข เพราะอะไร

สำหรับผู้หญิงแล้ว เรื่องความสวยความงามต้องมาก่อน โดยเฉพาะหน้าอก หลายคนไม่พอใจสิ่งที่ธรรมชาติให้มา จึงต้องไป"เสริมอก" ให้ดูดี แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับฝีมือนักศัลยกรรม

การ ศัลยกรรมเสริมอก เป็นที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยี ความปลอดภัย ความชำนาญของศัลยแพทย์ตกแต่ง และมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ ส่งผลให้การทำศัลยกรรมหน้าอก ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว

และใคร ๆ ก็ตัดสินใจทำ เพื่อความสวยงาม การแต่งกาย บุคลิกที่ดี ส่งผลถึงโอกาสดี ๆ มากกมายทางสังคม

แต่ก็มีคนไข้จำนวนไม่น้อย เสริมอกไปแล้ว กลับมาทำศัลยกรรมแก้ไขอีกครั้ง

ซึ่งสาเหตุ นพ.ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด ได้อธิบายไว้ว่า มาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1.หน้าอกแข็ง ซึ่งเมื่อคนไข้ตรวจหรือสัมผัสหน้าอกจะรู้สึกได้ว่าแข็งขึ้น ทั้งนี้เมื่อใส่ถุงซิลิโคนไปนาน ๆ บางท่านอาจเกิดอาการหน้าอกจะแข็งขึ้นได้

ทางการแพทย์เรียกว่า Capsular Contracture ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่พบได้มากที่สุด คือ เกิดจากการใส่ถุงซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่เกินโครงสร้างของร่างกาย

3 เหตุผล เคย"เสริมอก"มาแล้ว แต่กลับมาทำ"ศัลยกรรม"แก้ไข เพราะอะไร

และเทคนิคการเสริมแบบเหนือกล้ามเนื้อ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเช่นนี้ สามารถแก้ไขได้โดย การผ่าตัดเปลี่ยนถุงซิลิโคนให้มีขนาดที่พอเหมาะ ร่วมกับการผ่าตัดเลาะพังผืด (Capsulectomy)

และเปลี่ยนเทคนิคการเสริมถุงซิลิโคนให้เป็นแบบใต้กล้ามเนื้อ หรือ Dual Plane ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาหน้าอกแข็งนี้ได้
2.ปัญหาถุงซิลิโคนรั่วซึม หรือแตก ( Gel Bleeding/Ruptured Silicone) ปัญหานี้ จะเกิดกับถุงซิลิโคนรุ่นเก่า

ผู้ที่เคยเสริมหน้าอกมากกว่า 10 ปีขึ้นไป มีโอกาสรั่วซึมหรือแตกได้สูง คนไข้จึงควรตรวจเช็คหน้าอกเป็นประจำ โดยการตรวจกับแพทย์เฉพาะทาง ร่วมกับการตรวจ Ultrasound Mammogram หรือ MRI ก็จะช่วยวินิจฉัยภาวะนี้ได้

และสำหรับผู้ที่มีปัญหาดังกล่าว สามารถผ่าตัดแก้ไขได้โดย การนำถุงซิลิโคนเดิมออกและนำซิลิโคนที่ตกค้างออก (Silicone Removal)  

หลังจากนั้นแพทย์จะทำการล้างโพรงที่ใส่ซิลิโคนเดิมให้สะอาด ร่วมกับเลาะพังผืดรอบถุงเต้านมเทียมเดิมออก (Capsulectomy) และทำการใส่ถุงซิลิโคนใหม่ด้วยเทคนิคและวัสดุที่เหมาะสม
3.คนไข้มีความต้องการเปลี่ยนขนาดถุงเต้านม ในบางท่านอาจไม่ได้มีภาวะแทรกซ้อนใด แต่ต้องการเปลี่ยนขนาดถุงซิลิโคนให้มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง ตามความประสงค์  ก็สามารถทำได้เช่นกัน

ซึ่งในกรณีนี้ แนะนำให้มาตรวจวิเคราะห์โดยละเอียดกับศัลยแพทย์ก่อนว่า ควรเปลี่ยนเป็นขนาดเท่าใด  

และแนะนำให้เปลี่ยนเป็นถุงซิลิโคนรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ความปลอดภัยสูง มี Safety Profile ที่ดี

เนื่องจากถุงซิลิโคนเต้านม ณ ปัจจุบัน (6th Generation Implant) จะมีความเป็นธรรมชาติ ทั้งรูปทรงและเนื้อสัมผัส ทั้งยังมีการรับประกันตลอดชีวิต โอกาสรั่วซึมน้อย เกิดพังผืดน้อยลง

และยังไม่พบรายงานการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง Anaplastic Large Cell Lymphoma (ALCL) ซึ่งหากเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนขนาดแล้ว ก็จะได้เปลี่ยนซิลิโคนที่มีคุณภาพดีขึ้นไปในการผ่าตัดครั้งเดียวกัน
....................

ข้อมูลจากศูนย์ศัลยกรรมความงามโรงพยาบาลบางมด โทร. 0-2867-0606 ต่อ 1200-1204