ช่วงโควิดระบาด เหตุใด 'สุขภาพฟัน' คนไทยย่ำแย่?

ช่วงโควิดระบาด เหตุใด 'สุขภาพฟัน' คนไทยย่ำแย่?

การระบาดของไวรัสโควิด ทำให้คนไทยไม่กล้าไปหาหมอฟัน ประกอบกับการทำงานที่บ้านเยอะขึ้น จึงบริโภคขนมขบเคี้ยวและอาหารที่มีน้ำตาลและเป็นกรดมากขึ้น สุขภาพฟันจึงมีแนวโน้มจะย่ำแย่

ผลสำรวจล่าสุดจาก จีเอสเค คอนซูเมอร์ เฮลธ์แคร์ ซึ่งจัดทำโดยบริษัทสำรวจและวิจัยตลาดอิปซอสเปิดเผยว่า การระบาดของ โรคโควิด-19 ส่งผลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้บริโภคอย่างชัดเจน

จากการสำรวจความคิดเห็นออนไลน์กับผู้บริโภคจำนวน 4,500 คน อายุมากกว่า 18 ปีจาก 5 ประเทศในยุโรป (ฝรั่งเศสเยอรมนี สหราชอาณาจักร สเปนและรัสเซีย) และ 4 ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์และไทย)

ข้อค้นพบที่สำคัญของผู้บริโภคในประเทศไทยจากผลสำรวจมีดังนี้ ผู้บริโภคในประเทศไทยส่วนใหญ่เชื่อว่า การมีปัญหาสุขภาพช่องปาก อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ตามมา แต่ยังไม่มีแนวทางดีพอในการจัดการสุขภาพช่องปากให้ดีขึ้น

การแพร่ระบาดของโรคของโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคในประเทศไทยเปลี่ยนแนวทางการดำเนินชีวิตมาตรการล็อคดาวน์ในหลายพื้นที่ ทำให้ผู้คนใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น

ผลการศึกษาจึงสังเกตเห็นได้ว่า การเปลี่ยนแปลงกิจวัตรประจำวันและพฤติกรรมของผู้บริโภค อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากโดยรวมของพวกเขา

ในประเทศไทย ผู้บริโภค9 ใน 10 คน  หรือกว่า 92% เห็นว่า การดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีจะส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม

63% เชื่อว่าการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีสามารถลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

85% เชื่อว่าการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีสามารถส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีได้

66% เชื่อว่าการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีจะส่งผลดีต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหรือการจัดการกับโรคเบาหวานได้

ในบรรดาผู้ที่เผชิญปัญหาเกี่ยวกับช่องปากอย่างน้อยหนึ่งอาการ พบว่ามีผู้บริโภคในประเทศไทยเพียง 38%เท่านั้นที่ระบุว่ามีการใช้ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางเพื่อดูแลช่องปาก

161656027320

(การดื่มกาแฟเยอะๆ มีผลต่อสุขภาพช่องปาก)

  

และมีเพียง 6เท่านั้นไปเข้ารับการตรวจเช็คหรือทำความสะอาดช่องปากกับผู้เชี่ยวชาญด้านทันตกรรมเป็นประจำเพื่อรักษาปัญหาดังกล่าว

ถึงแม้มีข้อเท็จจริงที่ระบุว่า79%ของผู้บริโภคในประเทศไทยอ้างว่าตนเองมีปัญหาเสียวฟันโดย 68% เห็นว่าโดยทั่วไปแล้วรู้สึกเจ็บฟันเมื่อรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่ม

ผลสำรวจเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงทัศนคติของคนไทยที่ไม่กระตือรือร้นในการรักษาสุขภาพช่องปากโดยรวม แม้หลายคนจะเผชิญกับปัญหาสุขภาพช่องปากอย่างน้อยหนึ่งอาการอยู่แล้วก็ตาม

การเพิกเฉยต่อการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดำเนินไปในระยะยาว อาจส่งผลกระทบต่อภาวะสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้บริโภคและอาจจะเกิดความเสี่ยงอื่นๆ ตามมา

ผู้บริโภคในประเทศไทย เห็นว่า ในช่วงระหว่างการระบาดของโควิด-19 พวกเขารับประทานขนมขบเคี้ยวเพิ่มขึ้น 20กาแฟหรือชา 22%ขนมที่มีส่วนประกอบของไอศกรีม19% น้ำผลไม้บรรจุกล่อง 21% และน้ำดื่มอัดลม12%

การรับประทานอาหารและเครื่องดื่มประเภทนี้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลชัดเจนต่อสุขภาพช่องปาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นปัจจัยที่เข้าไปเร่งการสึกหรอของสารเคลือบฟันซึ่งร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูได้ตามธรรมชาติ

ดังที่กล่าวมาแล้วนั้น ผู้บริโภคในประเทศไทยประสบปัญหาสุขภาพช่องปากที่แย่ลงอยู่แล้ว ซึ่งเกิดจากการบริโภคอาหารและดื่มเครื่องดื่มดังกล่าว  79% ระบุว่ามีอาการเสียวฟัน 47% ระบุว่ามีปัญหาฟันเหลืองและ 60% ระบุว่ามีปัญหาคราบหินปูน

และนี่คือ 3 ปัญหาหลักเกี่ยวกับช่องปากที่ผู้บริโภคในประเทศไทยกำลังเผชิญ

เมื่อสำรวจความคิดเห็นว่าพวกเขามีแนวทางในการจัดการกับปัญหาช่องปากของตนเองอย่างไร

26ระบุว่าหนึ่งในแนวทางสำคัญที่จะช่วยแก้ปัญหา คือการแปรงฟันเป็นประจำ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขาดเป้าหมายและแนวทางเฉพาะในการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้บริโภค

นอกจากนี้มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 14% เท่านั้นที่เข้าไปรับการตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำกับทันตแพทย์เพื่อจัดการกับสภาวะสุขภาพช่องปากของพวกเขาอย่างกระตือรือร้น

เพราะโควิด-19 ทำให้ผู้บริโภคในประเทศไทยเกิดความลังเลที่จะไปพบทันตแพทย์

67% กังวลกับการไปพบทันตแพทย์ด้วยตนเอง เนื่องจากเหตุผลที่ต้องการยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19

34% ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทยลดหรือหยุดการไปพบทันตแพทย์ในทันทีในบรรดาผู้บริโภคที่อ้างว่ารู้สึกกังวลหรือค่อนข้างกังวลที่จะไปพบทันตแพทย์ด้วยตนเอง

39% ระบุว่าด้วยจำนวนคนในคลินิกทันตกรรมที่มากเกินไปจึงเกรงว่าจะไม่ได้ปฏิบัติตนตามมาตรการในการเว้นระยะห่างทางสังคมได้

45% กลัวว่าจะติดเชื้อโควิด -19 จากการสัมผัสอุปกรณ์ทันตกรรม และ 36% ระบุว่าไม่มั่นใจว่าคลินิกทันตกรรมได้มีการฆ่าเชื้อและทำความสะอาดอย่างทั่วถึงและเรียบร้อยดีแล้วหรือไม่

รศ.ทพ.ยสวิมล คูผาสุข ทบ. ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก (ปริทันตวิทยา) กล่าวว่า  ปัจจุบันผู้บริโภคกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพช่องปากมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคราบหินน้ำลายที่สะสมหรืออาการเสียวฟันขณะรับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่ม ปัญหาเหล่านี้เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปาก

"หลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ความกังวลในการไปพบทันตแพทย์เป็นเหตุให้ได้รับการรักษาที่ล่าช้า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ ดังนั้น การพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาเป็นประจำและการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากอย่างดีเป็นสิ่งจำเป็น การแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟันอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพช่องปากที่ดี”