วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เสนอเพิ่มโทษ ’เมาแล้วขับ’ ติดคุกสถานเดียว ไม่รอลงอาญา

เสนอเพิ่มโทษ ’เมาแล้วขับ’  ติดคุกสถานเดียว ไม่รอลงอาญา

"เมาแล้วขับ" เรื่องเดิมๆ ที่ต้องกล่าวถึงทุกปี โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลสำคัญ ถ้าอย่างนั้นการเสนอให้เพิ่มโทษมากขึ้น เห็นด้วยไหม

 เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ เสนอกรรมาธิการฯ แก้ไข พรบ.จราจรทางบก ให้เพิ่มโทษหนักคนเมาแล้วขับ ทำผิดซ้ำสองต้องติดคุก ไม่รอลงอาญา และยืนยันผลโพล ร้อยละ94 เห็นด้วยอยากให้ขยายผลผู้ขายเหล้าเบียร์ให้คนเมาไปก่อเหตุร่วมรับผิดชอบ รวมทั้งอยากให้วัดแอลกอฮอล์กรณีอุบัติเหตุทุกราย ปิดช่องว่างที่อ้างว่าเจ็บหนัก 

เครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสาน งานเครือข่าย พัฒนาคุณภาพชีวิต  และเจษฎา  แย้มสบาย ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ กทม. พร้อมด้วยเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง  และภาคีกว่า 30 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาพ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่พ.ศ.....) เพื่อเรียกร้องให้เพิ่มโทษกรณีเมาแล้วขับทำความผิดซ้ำ ต้องติดคุกสถานเดียว โดยไม่รอลงอาญา 

ส่วนผู้ที่ขายให้คนเมาแล้วก่อเหตุ ต้องมีส่วนรับผิดร่วมด้วย เพื่อสร้างความตระหนัก หยุดความสูญเสียบนท้องถนน หวั่นเทศกาลหยุดยาวสงกรานต์ที่จะมาถึง คนดื่มหนักขึ้น ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เจ็บตายมากขึ้น

เครือมาศ   กล่าวว่า  ทางเครือข่ายได้นำเสนอข้อมูลและข้อเรียกร้อง  เพื่อประกอบการพิจารณา คือ กรณีอุบัติเหตุจากคนดื่มแล้วขับที่กระทำความผิดซ้ำและคนขายที่ขาดความรับผิดชอบ ขายให้คนเมาครองสติไม่ได้ แล้ดื่มแล้วขับ

ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่าเฉพาะจำนวนผู้ที่กระทำความผิดฐานดื่มแล้วขับช่วงเทศกาลปีใหม่2563 เกิดขึ้น11,997 คดี ในจำนวนนี้ทำผิดซ้ำ 277ราย

ขณะที่ปีใหม่ 2564จำนวนคดีดื่มแล้วขับเกิดขึ้น 4,435 คดี แม้จะลดลงจากการระบาดของไวรัสโควิด-19แต่ผู้กระทำซ้ำกลับมีจำนวนใกล้เคียงกับปีที่แล้ว นั่นคือ 203 ราย  

 

ดื่มแล้วขับ จับมาคุมประพฤติ และโทษจำคุกให้รอลงอาญานั้น ไม่สามารถทำให้นักดื่มเกิดความเกรงกลัวกฎหมาย และยังคงมีพฤติกรรมเดิมๆ  ซึ่งชี้ชัดจากตัวเลขคนดื่มแล้วขับทำความผิดซ้ำลดลงน้อยมาก”  เครือมาศ กล่าว

เรื่องนี้สอดคล้องกับข้อมูลสวนดุสิตโพล ต่อมาตรการเพิ่มโทษและห้ามการรอลงอาญาในความผิด ดื่มแล้วขับในกลุ่มตัวอย่าง 2,152ราย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่า กว่าครึ่ง ร้อยละ 56.37 เคยพบเห็นหรือตกอยู่ในเหตุการณ์เมาแล้วขับ โดยเกือบทั้งหมด ร้อยละ 93.96  เห็นด้วยว่าควรมีการเพิ่มโทษ สำหรับผู้ที่ทำผิดซ้ำ ในข้อหาขับรถขณะเมาสุรา 

และร้อยละ 87.45 เห็นด้วยหากผู้ที่กระทำผิดซ้ำในข้อหาขับรถในขณะเมาสุราเป็นครั้งที่สอง ควรถูกตัดสินโทษจำคุกอย่างเดียวโดยไม่รอลงอาญา เช่นเดียวกับประเทศพัฒนาแล้ว เช่นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส

ด้านเจษฏา  แย้มสบาย ประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ กทม.  กล่าวว่า เพื่อให้การปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.จราจรทางบก มีประสิทธิภาพ ลดอุบัติเหตุเมาแล้วขับได้มากขึ้น เครือข่ายฯ จึงขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อคณะกรรมาธิการฯดังนี้ 

1.ระบุในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ให้ลงโทษผู้ที่ทำความผิดซ้ำเมื่อเกิดอุบัติเหตุดื่มแล้วขับ ต้องจำคุกทุกกรณี โดยไม่รอลงอาญา 

2.กำหนดความผิดร่วมของผู้ที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้คนเมาครองสติไม่ได้แล้วไปเกิดอุบัติเหตุ ให้ร่วมรับผิดจากความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย มิใช่แค่ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551มาตรา 29 เท่านั้น

และ3.เครือข่ายฯ เป็นห่วงว่าในช่วงสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้  สถานการณ์การดื่มสุราจะเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน  จึงขอเรียกร้องผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งมีมาตรการเชิงรุก เพื่อลดอุบัติเหตุอย่างเป็นรูปธรรม 

“มิใช่วนเวียนอยู่กับมาตรการเดิมๆที่ได้ผลน้อย ทั้งนี้ในช่วงท้ายเครือข่ายได้เสนอให้ระบุเรื่องการวัดแอลกอฮอล์ในอุบัติเหตุทุกรายด้วย หวั่นซ้ำรอยกรณีไฮโซปลาวาฬ ที่ไม่มีการตรวจวัดแอลกอฮอล์ โดยข้ออ้างผู้ก่อเหตุเจ็บหนัก ทั้งที่ในความเป็นจริงการตรวจวัดแอลกอฮอล์ทำได้หลายวิธี “เจษฏา เล่า