ในช่วงนี้สังคมไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะ ‘ปกติใหม่ (New Normal)’ เกือบเต็มตัว แต่ถึงแม้จะเรียกว่าเป็นภาวะปกติ เราก็ยังต้องระมัดระวังคอยป้องกันตัวจากไวรัสอยู่ตลอด
ความเครียดที่อาจเกิดจากปัจจัยต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในร่างกาย เป็นบ่อเกิดของโรคมากมายและเป็นภัยเงียบที่ทำให้ภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพลดลงโดยไม่รู้ตัว
เพื่อลดทอนปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดในขอบเขตที่เราจัดการได้ มีหนังสือหลายเล่มที่เกี่ยวข้องกับวิธีฟื้นฟูความผิดปกติของระบบภายในร่างกายที่มักเป็นต้นเหตุความเจ็บป่วยของคนยุคใหม่อย่าง ‘ระบบประสาทอัตโนมัติ'
- ความลับของอวัยวะทั้งห้า
ผลงานของ ฟุจิโมโตะ ยะซุชิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลร่างกายของผู้นักกีฬา นักเต้น และนักดนตรีชาวญี่ปุ่น ภายในเล่มเล่าถึงอวัยวะในร่างกายที่ทำงานสัมพันธ์กัน 5 ระบบ ได้แก่ ระบบการหายใจ ระบบประสาทและสมอง ระบบการย่อยอาหาร ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก และระบบการไหลเวียนโลหิต ในระบบเหล่านี้มีอวัยวะสำคัญๆ ที่เราควบคุมการทำงานโดยตรงไม่ได้ ไม่เหมือนกับการสั่งให้แขนขาขยับเคลื่อนไหว นั่นเพราะ ‘ระบบประสาทอัตโนมัติ’ ทำหน้าที่ควบคุมอวัยวะเหล่านั้นอยู่และเป็นระบบที่ทำให้ร่างกายทำงานอย่างราบรื่น
สิ่งที่น่าสนใจคือ ฟุจิโมะโตะเปรียบเทียบระบบอวัยวะข้างต้นเป็นแผนกสำคัญๆ ในบริษัท 5 แผนก คือ 1) ระบบการหายใจ เป็นฝ่ายบุคคลที่คอยจัดสรรบุคลากรให้ร่างกาย 2) ระบบประสาทและสมอง เป็นฝ่ายวางแผนที่ทำงานประสานกับส่วนต่างๆ อย่างเหมาะสม 3) ระบบการย่อยอาหาร เป็นฝ่ายผลิตที่นำอะไหล่จากภายนอกเข้ามาประกอบเป็นผลิตภัณฑ์หรือร่างกายของเรา 4) ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เป็นฝ่ายขายที่รับคำสั่งจากสมองแล้วนำไปปฏิบัติ และ 5) ระบบการไหลเวียนโลหิต เป็นฝ่ายบัญชีที่คอยรวบรวมและกระจายทุนให้แก่ฝ่ายต่างๆ หนังสือจึงอธิบายความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นแก่ระบบเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมและเข้าใจง่าย พร้อมแนะนำวิธีบริหารร่างกายที่ผู้อ่านทำตามได้ทันที
- ฟื้นฟูระบบประสาทอัตโนมัติด้วยตนเอง
หนังสืออีกเล่มที่ช่วยเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับระบบประสาทอัตโนมัติให้ผู้อ่านได้อย่างดี ผลงานของ ดร.ฮิโระยุกิ โคะบะยะชิ แห่งคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุนเท็นโด ที่เล่าความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผ่านตัวการ์ตูนมากอารมณ์ขัน และฉายภาพชีวิตประจำวันที่ใครหลายๆ ต้องเคยมีประสบการณ์ร่วมกันมาบ้าง ก่อนจะแนะนำเทคนิคปรับพฤติกรรมให้ระบบประสาทอัตโนมัติกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บางเทคนิคเราอาจคุ้นเคยหรือปฏิบัติกันอยู่แล้ว แต่กลับไม่เคยรู้มาก่อนว่าทำไมวิธีดังกล่าวจึงดีต่อร่างกาย เช่น การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย การยิ้มแย้มแจ่มใส หรือกระทั่งการแหงนหน้ามองฟ้าแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ ในเล่มคุณหมออธิบายให้เราเห็นว่าพฤติกรรมเหล่านี้สัมพันธ์กับระบบประสาทอัตโนมัติอย่างไร ลองนึกถึงเวลาที่กำลังเครียด สังเกตได้ว่าร่างกายจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ทั้งหัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว บางคนเหงื่อออก เวียนหัว เพราะความดันเพิ่มสูงขึ้น ทั้งหมดเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่สมองประเมินว่าไม่ดีต่อตัวเรา หากปล่อยให้อยู่ในภาวะนั้นนานเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะระบบประสาทอัตโนมัติทำงานภายใต้ภาวะตึงเครียด จึงยิ่งคิดอะไรไม่ออก ทำงานไม่ราบรื่น และอาจสุ่มเสี่ยงเผลอระบายอารมณ์ใส่คนรอบข้างจนกระทบเรื่องความสัมพันธ์ได้
- ปวดหัว เวียนหัว หูอื้อ หายได้ แค่เข้าใจสมอง
นอกจากความอ่อนล้าที่ปรากฏเป็นอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวแล้ว อาการปวดหัว วิงเวียนศีรษะก็เป็นสัญญาณของโรคที่พบบ่อยของคนยุคใหม่ หนังสืออีกเล่มที่นำมาฝาก เขียนโดยนายแพทย์ไล่เหรินฉง แพทย์ชื่อดังด้านหู คอ จมูกจากไต้หวัน ภายในเล่มนี้ได้อธิบายสาเหตุของอาการปวดหัวแต่ละแบบให้ผู้อ่านจำแนกได้ว่า แท้จริงแล้วเราปวดหัวเพราะเป็นไมเกรน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามากันแน่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้รู้วิธีรักษาอาการอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ เลิกพฤติกรรมซื้อยามากินเองโดยขาดความรู้ความเข้าใจและอาจเป็นอันตราย แล้วเปลี่ยนมาป้องกันไม่ให้ตนเองกลับมามีอาการวิงเวียนหรือปวดศีรษะซ้ำเพราะเราอาจเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้มีอาการดังกล่าวได้ตั้งแต่ต้น
- สุดยอดการฟื้นฟูร่างกายวิถีสแตนด์ฟอร์ด
ส่วนความเหนื่อยล้าสะสมที่มักถูกมองข้าม เพราะหลายคนคิดว่า “ยังไม่ได้ป่วยสักหน่อย แค่รู้สึกเหนื่อยๆ เท่านั้น” ในหนังสือเล่มนี้ของ โทะโมะโอะ ยะมะดะ นักกายภาพด้านกีฬาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดจะช่วยขยายขอบข่ายความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบที่ ‘ระบบประสาทอัตโนมัติ’ มีต่อร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ รับรองว่าอ่านเล่มนี้แล้วคุณจะได้แนวทางสังเกตตัวเองว่า “พร้อมลุย” หรือ “ควรพักผ่อน” ด้วยเกณฑ์ตรวจเช็ก 4 อย่าง คือ 1) ชีพจรเต้นผิดปกติหรือไม่ 2) นอนหลับมีคุณภาพหรือเปล่า 3) กล้ามเนื้อบริเวณหลังเป็นอย่างไร หลังงอ หลังแอ่น หรือปวดหลังหรือไม่ และ 4) หายใจถูกวิธีกันหรือเปล่า
การตระหนักรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกายอาจฟังดูเป็นเรื่องยาก วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือทำกายบริหารก็ดูเป็นเรื่องเฉพาะจุด แต่ความรู้และแนวทางที่หนังสือทั้ง 4 เล่มหยิบยกมาให้ความรู้แก่เราล้วนเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและตัดวงจรการเกิดโรคที่มีประสิทธิภาพ





