วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

'อภิสิทธิ์' เตือนรัฐบาลอย่าหลงทาง 'รื้อภาษีบาปตัดงบ สสส.เข้าคลัง'

"อภิสิทธิ์" เตือนรัฐบาลอย่าหลงทาง รื้อภาษีบาปตัดงบ สสส.เข้าคลัง ชี้กระทบงานสร้างเสริมสุขภาพ ทำปวดหัวคิดภาษี "บุหรี่-เหล้า" ให้ได้เท่าเดิม สวนกลับปัญหาคือใช้ "แบงก์รัฐ" สร้างหนี้ล้านล้าน

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2569  ภายในงานปณิธานรำลึก “ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ครั้งที่  2 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีมีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ที่ยกเลิก Earmarked Tax จากภาษีบาป เข้าสู่กองทุน สสส. ให้ไปใช้งบประมาณปกติ โดยอ้างเรื่องวินัยการเงินการคลังว่า นโยบายรัฐบาลมีการเขียนเรื่องการเอาเงินนอกงบประมาณเข้ามา ซึ่งเข้าใจจากสถานการณ์วิกฤตงบประมาณ แต่เป็นเรื่องแปลก เพราะคณะกรรมาธิการของตนได้นำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณา จนถึงวันนี้ยังไม่มีข้อเสนอที่เป็นกฎหมายจากรัฐบาล กลับกลายเป็นกฎหมายของพรรคการเมืองที่เป็นพรรคแกนนำเท่านั้นเอง

"ปัญหาใหญ่ที่เกี่ยวกับวินัยการเงินการคลัง ไม่ได้เกิดจากตัวนี้ และวันที่เขาทำกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ถึงได้มีบทเฉพาะกาลว่า สิ่งที่ทำไปแล้วไม่ได้เป็นปัญหาก็สามารถดำเนินต่อไปได้ จริงๆ ปัญหาเรื่องวินัยการเงินการคลังตอนนี้ ควรไปดูเรื่องที่รัฐบาลมักใช้ธนาคารของรัฐหรือองค์กรต่างๆ ของรัฐใช้งบประมาณมหาศาลที่ตอนนี้เป็นหนี้อยู่ล้านล้านบาท นั่นต่างากที่เป็นเรื่องเร่งด่วนวินัยทางการเงินการคลัง" นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนองค์กรทั้งหลายที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือถูกตรวจสอบอยู่ เห็นว่าการตรวจสอบทุกคนต้องยอมรับ แต่ดูแล้วอาจจะแก้ปัญหาเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณหรือการจัดสรรเงินทุน อย่างกรณีของ สสส. ก็ควรไปแก้เรื่องกลไกการตรวจสอบ หรือมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลมากกว่าพูดเรื่องที่มาของแหล่งรายได้ขององค์กร

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองการแก้ไขเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่องานสร้างเสริมสุขภาพอย่างไร  นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนความมั่นคงของงานสร้างเสริมสุขภาพ ในฐานะคนเริ่มต้นเรื่องนี้ขึ้นมาตอนเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น  ต้องการให้มีความมั่นคง คนทำงานมั่นใจว่า จะมีเงินที่มาสนับสนุนการทำงานทางด้านนี้ รวมถึง ต้องการการทำงานที่หลุดออกไปจากกรอบของราชการ อาศัยภาคประชาชนมาขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพ 

"ถ้าไปเปลี่ยนแปลงสู่ระบบงบประมาณปกติ จะมีความสุ่มเสี่ยงกระทบต่องานเหล่านี้ค่อนข้างมาก ยังไม่นับรวมกระทรวงการคลังต้องปวดหัว ว่าต้องไปคำนวณภาษีสรรพาสามิตอย่างไรไม่ให้ไปเปลี่ยนแปลงภาระของบริษัทเหล้า บุหรี่ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าเลิกตัวนี้ไปแล้วไปใส่ในภาษีสรรพาสามิตต้องไปคำนวณให้ได้ว่าทำอย่างไรถึงจะเก็บได้เท่าเดิม"นายอภิสิทธิ์กล่าว