ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย เปิดมุมมอง Beauty & Wellbeing ยุคใหม่ จากการดูแลความงาม สู่การสร้างสุขภาวะที่ดีในระยะยาว
ในวันที่ตลาดเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพที่หลากหลายขึ้นกว่าที่เคย ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น เปรียบเทียบมากขึ้น และคาดหวังจากแบรนด์มากขึ้น ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ (Beauty & Wellbeing) ของไทยจึงกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากการแข่งขันด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่หรือส่วนผสมที่เป็นกระแส ไปสู่การแข่งขันด้าน "ความเข้าใจผู้บริโภค" และ "ความน่าเชื่อถือที่พิสูจน์ได้จริง" เมื่อนิยามของ "ความงาม" ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก แต่เชื่อมโยงกับสุขภาพผิว เส้นผม หนังศีรษะ ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากขึ้น
จิดานันท์ ตันพิทักษ์สิทธิ์ ผู้อำนวยการการตลาดเชิงกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพ กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กล่าวถึงการพัฒนานวัตกรรมที่มุ่งเน้นวิทยาศาสตร์ (Science-led Innovation) ควบคู่กับการประยุกต์ใช้ Data และ AI ว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคไทยในกลุ่มความงามและสุขภาพตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาว่า มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญใน 3 มิติหลัก ได้แก่
- ผู้บริโภคฉลาดเลือกขึ้น : ไม่ได้ตัดสินใจซื้อตามคำโฆษณา แต่ซื้อเพราะเข้าใจส่วนผสม อ่านฉลาก เปรียบเทียบข้อมูล และเชื่อรีวิวจากผู้ใช้จริงมากกว่าการสื่อสารทางเดียวจากแบรนด์
- เส้นทางการซื้อย้ายสู่โซเชียล (Social-first Consumer Journey) : ด้วยอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขั้นตอนตั้งแต่การค้นหา เปรียบเทียบ ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Social Commerce กลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้บริโภค
- นิยามความงามที่ขยายสู่สุขภาวะองค์รวม (Holistic Wellbeing) : ความงามถูกตีความครอบคลุมทั้งสุขภาพผิว เส้นผม หนังศีรษะ ร่างกาย และจิตใจ สะท้อนผ่านกระแสการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
จิดานันท์ กล่าวเพิ่มว่า การเปลี่ยนแปลงทั้ง 3 ด้านนี้ได้เปลี่ยนวิธีคิดในการทำงานของ ยูนิลีเวอร์ ให้เป็นองค์กรแบบ Social-first อย่างแท้จริง เริ่มต้นคิดค้นนวัตกรรมจากการฟังเสียงและความต้องการจริงของผู้บริโภคบนโซเชียล ไม่ใช่เริ่มจากห้องประชุมหรือตัวเลขบนกระดาษ ทุกนวัตกรรมจึงมุ่งตอบคำถามเดียวกันว่าผู้บริโภคจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยเหตุผลอะไร และจะทำให้ผลิตภัณฑ์นั้นตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของเขาได้ดีกว่าเดิมอย่างไร เพราะปัจจุบันความสวยงามกับสุขภาพดีแทบจะรวมเป็นหนึ่งเดียว การดูแลตัวเองกลายเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่ผลลัพธ์ชั่วข้ามคืน
"แนวคิด Longevity จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองจาก Anti-aging ในอดีตที่เน้นการแก้ไขริ้วรอยหลังจากที่เกิดขึ้นแล้ว มาสู่การสะสมสุขภาพในเชิงป้องกันตั้งแต่วัย 20 ต้นๆ โดยมุ่งหวังให้การดูแลตัวเองเชิงป้องกันนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อสร้างสุขภาพความงามของทุกคนอย่างแท้จริง" จิดานันท์ อธิบายเพิ่มเติม
"Science-led Innovation" นวัตกรรมพิสูจน์ได้จริง
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและมีผลิตภัณฑ์ใหม่เกิดขึ้นในตลาดแทบทุกวัน "ความน่าเชื่อถือ" กลายเป็นสมรภูมิหลักของการแข่งขัน ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงผลิตภัณฑ์ที่ดูน่าสนใจ แต่ต้องการเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไมจึงควรเลือกใช้และควรใช้ต่อเนื่อง จิดานันท์ ชี้ว่า นี่คือจุดแข็งสำคัญของแบรนด์ที่ไม่ได้แข่งขันด้วยกระแสระยะสั้น แต่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิด Science-led Innovation เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือ ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และสร้างความแตกต่างจากสินค้าตามกระแสใน 3 มิติ
- จุดตั้งต้น : เริ่มต้นจากความเข้าใจในปัญหาจริงของผู้บริโภคและกลไกทางชีววิทยา โดยแพทย์ เภสัชกร และนักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เริ่มจากส่วนผสมที่เป็นกระแสชั่วคราว
- การพิสูจน์ : ทุกคำกล่าวอ้าง (Claims) ต้องมีผลการทดสอบทางคลินิกรองรับโดยสถาบันวิจัยที่ได้มาตรฐานระดับโลก พร้อมสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องผ่านผู้เชี่ยวชาญ
- ความยั่งยืน : เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเข้าไปอยู่ในกิจวัตรประจำวันของผู้บริโภคเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้านและมอบคุณค่าในระยะยาว
ทั้งนี้ ได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญคิดค้นสูตรเพื่อเสริมเกราะปกป้องผิวตามธรรมชาติ เน้นการเปลี่ยนความเข้าใจเชิงลึกของผู้บริโภคให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่แก้ปัญหาได้จริง ใช้ง่าย เข้ากับกิจวัตรประจำวัน และมีเหตุผลมากพอให้ผู้บริโภคเลือกใช้ต่อเนื่อง แม้ว่าในแง่การสื่อสารจะทำงานแบบ Social-first ที่พร้อมตอบรับกระแสได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่ในแง่ผลิตภัณฑ์เรายึดมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพระดับโลกอย่างเคร่งครัด การพัฒนาผลิตภัณฑ์เกิดจากการที่ทีมนักวิจัยทั่วโลกได้ศึกษาชีววิทยาพื้นฐานล่วงหน้าอยู่ตลอดเวลา มีคลังของเทคโนโลยีและส่วนผสมที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วพร้อมพัฒนาต่อยอดได้ทันที
ขับเคลื่อนด้วย Data -AI "เรื่องเดียวเล่าได้ล้านแบบ"
ยูนิลีเวอร์ นำข้อมูลเชิงลึกมาประมวลผลร่วมกันอย่างเป็นระบบเพื่อค้นหาความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง (Unmet Needs) โดยใช้ Social Listening ในการจับสัญญาณเทรนด์และปัญหาแบบเรียลไทม์ ใช้ Search Behavior เพื่อเจาะลึกสิ่งที่ผู้บริโภคกำลังหาทางแก้ไข ใช้ข้อมูล E-commerce เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการเปรียบเทียบและเลือกซื้อ และนำ Consumer Feedback จากหน้าร้านและงานวิจัยมาถอดรหัสที่มาของตัวเลขยอดขาย นอกจากนี้การนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาลยังเปิดโอกาสให้แบรนด์ก้าวสู่การดูแลแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) มากยิ่งขึ้น
สำหรับ ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของภูมิภาค ด้วยโครงสร้างคอมเมิร์ซที่ครบวงจร ผู้บริโภคเป็นกลุ่ม Early Adopter ที่เปิดรับนวัตกรรมเร็ว และมีระบบนิเวศของครีเอเตอร์ที่แข็งแกร่งส่งผลให้ไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดขนาดใหญ่ แต่ยังทำหน้าที่เป็น "สนามทดลองเชิงกลยุทธ์" ของโมเดลการทำงานใหม่ๆ ที่ยูนิลีเวอร์สามารถนำบทเรียนไปต่อยอดในระดับภูมิภาคและระดับโลก ในตลาดที่ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลาย ความสามารถในการเข้าใจความต้องการที่แตกต่างของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มและแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้จริง ไม่ได้เพียงนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด แต่ยังร่วมกำหนดวิธีที่ผู้บริโภคค้นพบ ทดลอง และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ความงามในยุคใหม่
จิดานันท์ ระบุว่า AI ช่วยให้เราขยายขีดความสามารถในการเข้าใจผู้บริโภคได้ละเอียดถึงระดับบริบทเฉพาะบุคคลปรับรูปแบบคอนเทนต์และการเลือกใช้สื่อ ทำให้เราสามารถสื่อสารในรูปแบบเรื่องเดียว เล่าได้ล้านแบบ โดยที่แบรนด์ยังคงรักษาจุดยืนและอัตลักษณ์เดิมสามารถเลือกวิธีเล่าเรื่องให้ตรงใจผู้รับสารแต่ละคนได้ โดยมอง AI เป็นเครื่องมือเสริมศักยภาพมนุษย์ ไม่ใช่สิ่งทดแทนความคิดสร้างสรรค์
ยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเติบโตยั่งยืน
เมื่อมองไปข้างหน้าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า จิดานันท์ มองว่า อำนาจในการตัดสินใจได้ย้ายไปอยู่ในมือของผู้บริโภคอย่างสมบูรณ์ แบรนด์ที่จะเป็นผู้ชนะในตลาด Beauty & Wellbeing ต้องตอบโจทย์ 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
- ของจริงที่พิสูจน์ได้ : ผลิตภัณฑ์ต้องให้ผลลัพธ์ได้จริงตามคำกล่าวอ้างบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความไว้วางใจในระยะยาว
- ความเฉพาะตัว (Personalization) : เปลี่ยนผ่านจากคำว่า "ดีที่สุด" ไปสู่ "ใช่ที่สุดสำหรับฉัน"
- สุขภาพในระยะยาว (Longevity) : ผู้บริโภคจะถามหาความคุ้มค่าจากการใช้ต่อเนื่องเพื่อสร้างสุขภาพผิวและผมที่ดีในระยะยาว
- คุณค่าและความหมายของแบรนด์ (Brand Purpose) : การแสดงจุดยืนด้านความหลากหลาย ความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
"เราให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรฐานตลาด ทั้งในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่พิสูจน์ได้จริง เพราะผู้บริโภคควรได้รับผลิตภัณฑ์ที่เชื่อถือได้ ใช้แล้วมั่นใจ และเข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน การเติบโตอย่างยั่งยืนของยูนิลีเวอร์ คือความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของเราอย่างต่อเนื่อง และการสร้างสุขภาวะที่ดีในระยะยาวให้แก่ผู้บริโภค คู่ค้า ครีเอเตอร์ และสังคมร่วมกัน" จิดานันท์ กล่าว





