วันจันทร์ ที่ 6 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สถาบันมะเร็งฯ ผนึก CytoAurora ญี่ปุ่น-ไต้หวัน ดันไทยสู่ศูนย์กลาง Precision Medicine อาเซียน

ประเทศไทยเดินหน้าขับเคลื่อนการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) อย่างเป็นรูปธรรม หลังสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข จับมือ บริษัท ไซโตออโรร่า ไบโอเทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด (CytoAurora Biotechnology) ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์โรคมะเร็ง พร้อมเชื่อมองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นและไต้หวัน หวังยกระดับศักยภาพการวินิจฉัยและรักษามะเร็งของไทยสู่มาตรฐานสากล

พิธีลงนามจัดขึ้นที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ โดยมีผู้บริหาร นักวิจัย และบุคลากรทางการแพทย์เข้าร่วม โดย นพ.ธนะรัตน์ อิ่มสุวรรณศรี รองผู้อำนวยการด้านวิชาการและแพทยศาสตรศึกษา สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวรายงาน ก่อนที่ เรืออากาศเอกสมชาย ธนะสิทธิชัย ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ จะกล่าวเปิดงานและต้อนรับผู้เข้าร่วม ขณะที่ ดร.กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไซโตออโรร่า ไบโอเทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด นำเสนอวิสัยทัศน์และแนวทางความร่วมมือระหว่างทั้งสององค์กร

สาระสำคัญของบันทึกความร่วมมือคือการผสานจุดแข็งของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ซึ่งมีองค์ความรู้ทางคลินิกและเครือข่ายผู้ป่วยทั่วประเทศ เข้ากับเทคโนโลยีด้านชีวการแพทย์ของ CytoAurora ทั้งการตรวจวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาดิจิทัล (Digital Pathology) การตรวจวิเคราะห์ภูมิคุ้มกัน เทคโนโลยีตรวจหาเซลล์มะเร็งในกระแสเลือด (CTC) และเทคโนโลยีสเต็มเซลล์ชนิดเหนี่ยวนำ (iPSC) เพื่อเร่งผลักดันผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ทางคลินิกและการรักษาผู้ป่วยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สถาบันมะเร็งฯ ผนึก CytoAurora ญี่ปุ่น-ไต้หวัน ดันไทยสู่ศูนย์กลาง Precision Medicine อาเซียน

ชูเทคโนโลยี iPSC-CTC พลิกโฉมการรักษามะเร็ง

ภายหลังพิธีลงนาม มีการจัดเวทีวิชาการนานาชาติ โดย Dr. Shinsuke Yoshida อดีตรองผู้อำนวยการ CiRA Foundation มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ถ่ายทอดพัฒนาการของเทคโนโลยีสเต็มเซลล์ชนิดเหนี่ยวนำ หรือ iPSC ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การค้นพบจนถึงการประยุกต์ใช้รักษาผู้ป่วย

เทคโนโลยี iPSC เป็นการนำเซลล์ร่างกายทั่วไป เช่น เซลล์ผิวหนังหรือเม็ดเลือด มาปรับโปรแกรมให้ย้อนกลับไปมีคุณสมบัติเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถพัฒนาเป็นเซลล์ชนิดต่าง ๆ ของร่างกายได้ ถือเป็นรากฐานสำคัญของเวชศาสตร์ฟื้นฟูและการรักษาด้วยเซลล์ในอนาคต โดยองค์ความรู้นี้เป็นผลงานของศาสตราจารย์ชินยะ ยามานากะ ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ในปี 2555

อีกหัวข้อสำคัญคือการบรรยายของ Professor Jou Hei-Jen รองผู้อำนวยการ Seventh-day Adventist Hospital และอดีตนายกสมาคม Taiwan Society for Precision Medicine ซึ่งนำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี CTC ในยุค Precision Medicine

CTC หรือการตรวจหาเซลล์มะเร็งที่หลุดลอยอยู่ในกระแสเลือด เป็นเทคโนโลยี Liquid Biopsy ที่ใช้การเจาะเลือดเพียงเล็กน้อย แทนการตัดชิ้นเนื้อแบบเดิม ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัย ติดตามผลการรักษา ประเมินการแพร่กระจายของโรค รวมถึงตรวจพบภาวะดื้อยาหรือการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็งได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

สถาบันมะเร็งฯ ผนึก CytoAurora ญี่ปุ่น-ไต้หวัน ดันไทยสู่ศูนย์กลาง Precision Medicine อาเซียน

ไทยรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น-ไต้หวัน

ความร่วมมือครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากญี่ปุ่น โดยนาย Hiroaki Kawamura สมาชิกสภาจังหวัดชิบะ ซึ่งมีบทบาทผลักดันความร่วมมือระหว่าง CytoAurora กับมหาวิทยาลัยชิบะ

เขาระบุว่า ความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่น ไต้หวัน และประเทศไทย จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายวิจัยทางการแพทย์ระดับภูมิภาค ผ่านการนำองค์ความรู้ด้าน iPSC จากญี่ปุ่น เทคโนโลยี CTC จากไต้หวัน และศักยภาพด้านสาธารณสุขของไทย มาผสานกันเพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคมะเร็งของเอเชียในระยะยาว

วางรากฐานไทยสู่ Medical Hub ด้านชีวการแพทย์

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว CytoAurora จะสนับสนุนเทคโนโลยีหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การตรวจ CTC สำหรับ Liquid Biopsy ระบบพยาธิวิทยาดิจิทัลและการสแกนสไลด์ทั้งแผ่น (Whole Slide Imaging) เทคโนโลยีภูมิคุ้มกันบำบัด และเทคโนโลยี iPSC เพื่อรองรับการพัฒนาเซลล์บำบัดในอนาคต

การผสานเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ากับเครือข่ายทางคลินิกของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ จะช่วยยกระดับระบบวินิจฉัย คัดกรอง และติดตามการรักษาโรคมะเร็งของไทยให้ครบวงจร ตั้งแต่ระดับเซลล์จนถึงการรักษาทางคลินิก

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก เสริมศักยภาพนักวิจัยและบุคลากรทางการแพทย์ด้าน Precision Medicine และ Regenerative Medicine พร้อมวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพของอาเซียน

ในมุมของประชาชน ความร่วมมือครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยมะเร็งเข้าถึงการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่มีมาตรฐานสูงภายในประเทศ ลดความจำเป็นในการเดินทางไปรักษาต่างประเทศ

ขณะที่เทคโนโลยี CTC จะช่วยให้การติดตามโรคมีความแม่นยำและลดความเจ็บปวดจากการตัดชิ้นเนื้อ ส่วนองค์ความรู้ด้าน iPSC จะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาการรักษาด้วยเซลล์ในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ยกระดับประสิทธิภาพการรักษา และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งไทยในระยะยาว