เมื่อวันที่ 10 ก.พ.2569 ที่สำนักงานประกันสังคม นางนิยดา เสนีย์มโนมัย โฆษกสำนักงานประกันสังคม แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาในเรื่องการปรับปรุงประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม เรื่องหลักเกณฑ์และอัตราสำหรับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน
กรณีรักษาผู้ประกันที่ป่วยด้วยโรคหยุดหายใจขณะหลับ และมีความจำเป็นต้องใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก หรือ เครื่อง CPAP โดยคณะกรรมการการแพทย์ (บอร์ดแพทย์) ได้ประเมินผล และให้มีการปรับปรุงเกณฑ์การส่งตรวจ CPAP เช่น ต้องผ่านเกณฑ์การตรวจภาวะหยุดหายใจระหว่างหลับต้องกี่ครั้ง ,การส่งทำตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Test โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง ไม่ใช่แพทย์ทั่วไป
รวมถึง ต้องกำหนดรายละเอียดอุปกรณ์ให้ชัดเจน โดยผู้ประกันตนที่จะได้รับเครื่องไปใช้ จะต้องมีการทดสอบเครื่องก่อนว่า สามารถใช้กับเครื่องนี้ได้หรือไม่ กำหนดเวลาทดสอบค่อนข้างชัดเจนภายใน 1-2 สัปดาห์ และกรณีรพ.ตามสิทธิไม่สามารถให้บริการเครื่อง CPAP ได้ ทางผู้ประกันตนสามารถไปตรวจ Sleep test ในสถานพยาบาลอื่นๆ ที่ผ่านการรับรองจากราชวิทยาลัย นี่คือ คณะกรรมการการแพทย์ได้เสนอให้บอร์ดสปส.พิจารณา
เคาะกรอบจ่ายค่าผ่าฟันคุด ไม่ต้องสำรองจ่าย
นางนิยดา กล่าวอีกด้วย่วา บอร์ดยังมีการพิจารณาเรื่องการปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีทันตกรรม โดยให้ผู้ประกันตนไปใช้บริการในรพ.รัฐที่ไม่ได้ทำ MOU เรื่องทันตกรรมกับประกันสังคมได้ แต่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน แล้วนำมาเบิกกับประกันสังคม ส่วนกรณีที่ทำMOU นั้นไม่ต้องสำรองจ่ายอยู่แล้ว
ถามถึงกรณีผ่าฟันคุดที่ก่อนหน้านี้บอร์ดเคยเห็นชอบเพิ่มสิทธิประโยชน์แต่ทันตแพทยสภาขอให้ทบทวนอัตราการจ่าย นางนิยดา กล่าวว่า ยืนยันอัตราตามเดิม คือ กรณีไม่ยาก อัตรา 1,500 บาท และกรณียากซับซ้อน อัตรา 2,500 บาท โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
ยินดีร่วมผ่าฟันคุดราว 500 แห่ง
ทั้งนี้ จากการที่สำนักงานประกันสังคม(สปส.) ทำการสำรวจสอบถามไปยังหน่วยบริการทันตกรรมที่ได้ทำ MOU กับประกันสังคมอยู่เดิม 5,000 แห่ง ตอบกลับมา 1,800 แห่ง พบว่า ยินดีเข้าร่วมในอัตราดังกล่าวราว 30 % ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตัดสินใจ โดยคาดว่าจะเริ่มให้สิทธิประโยชน์ทันตกรรมใหม่ที่เพิ่มขึ้นได้ในวันที่ 1 พ.ค.2569
ผู้สื่อข่าวถามถึงการทำ MOU กับหน่วยบริการทันตกรรมจะทำ MOU ฉบับเดียวแบบหน่วยบริการที่ให้บริการทั้ง อุดฟัน ขูดหินปูน และ ถอนฟัน ในวงเงิน 900 บาทต่อปี และผ่าฟันคุด อัตรา 1,500-2,500 บาท หรือแยกเป็น 2 MOU โดยฉบับหนึ่งเป็นหน่วยบริการที่รับเฉพาะอุดฟัน ขูดหินปูน และถอนฟัน กับอีกฉบับเป็นหน่วยบริการที่รับทั้งกรณีอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และผ่าฟันคุด เนื่องจากการสำรวจมียินดีร่วมกรณีผ่าฟันคุดราว 540 แห่งเท่านั้น นางนิยดา กล่าวว่า ต้องส่งไปให้คณะกรรมการการแพทย์(บอร์ดแพทย์)ทบทวนอีกครั้งว่าจะ MOU ในลักษณะใด
ด้านรศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี บอร์ดประกันสังคม ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องสิทธิประโยชน์ทันตกรรมที่ค้างคามานาน ทางบอร์ดฝ่ายผู้ประกันตนยืนยันข้อเสนอในเรื่องการทำMOUกับหน่วยบริการทันตกรรม จะต้องเป็น MOU ฉบับเดียวที่ครอบคลุมหน่วยบริการที่ให้บริการทั้งกรณีสิทธิการอุดฟัน ขูดหินปูน และถอนฟัน ในวงเงิน 900 บาทต่อปี และผ่าฟันคุดในอัตราตามที่บอร์ดอนุมัติ โดยผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้า





