คณะทำงานปฏิรูปประกันสังคมประชุมนัดแรก เห็นพ้องรื้อโครงสร้างสปส.สลัดภาพลักษณ์ระบบราชการล่าช้า ปรับบริหารจัดการ-สร้างความโปร่งใส- เตรียมจ้างที่ปรึกษาศึกษารูปแบบที่เหมาะสม หวังจัดทำร่างกฎหมายใหม่เสนอรัฐบาลหน้า
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงานปลัดกระทรวงแรงงาน และในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะทำงานครั้งที่ 1 ว่า เป็นการประชุมอย่างสร้างสรรค์ โดยตัวแทนจากทั้งฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และหน่วยงานรัฐได้สะท้อนและเสนอทุกแง่มุม โดยทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันในปัญหาหลักอยู่ 3 ประเด็น ได้แก่
1.ระบบความเป็นราชการ ทำให้การดำเนินงานของสำนักงานติดขัด ล่าช้า และวิธีการแก้ปัญหาก็ไม่ทันต่อความต้องการหรือความเดือดร้อนและสิ่งที่ผู้ประกันตนควรจะได้รับ
2.ความโปร่งใสและธรรมาภิบาลที่ต้องทำให้ข้อมูลทุกอย่างสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้อย่างชัดเจน
และ3.รูปแบบการบริหารจัดการระดับองค์กร ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนี้จะขาดออกจากกันไม่ได้ จึงต้องค้นหาสูตรที่เหมาะสมกับบริบทในอนาคต
“ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลง แต่จะเกิดขึ้นในรูปแบบไหนเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นอนาคตของผู้ประกันตน นายจ้าง และกระทบต่อบริบทของการดำเนินกิจกรรมของแรงงานในประเทศไทย”
พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันในการที่จะต้องมีองค์กรเข้ามาศึกษาให้ครอบคลุมทั้ง 3 บริบทและโจทย์ต่างๆที่แต่ละฝ่ายให้ความเห็น เพื่อนำไปสู่ข้อสรุกให้ได้ในเวลาที่เหมาะสม โดยคณะทำงานชุดนี้มีกรอบระยะเวลาดำเนินงาน 60 วัน
ซึ่งการประชุมครั้งต่อไปอาจจะสรุปแนวทางว่าจะดำเนินการในลักษณะอย่างไร แต่จะต้องรอเนื้อหาที่สำคัญจากการศึกษา รวบรวมข้อมูลทั้งหมด และออกแบบโมเดลมาให้เห็น ส่วนว่าจะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก็จะต้องมาพิจารณาในขั้นตอนต่อไป เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จตามกรอบระยะเวลามรากำหนด
“สำหรับองค์กรที่จะเข้ามาเป็นผู้ศึกษานั้น ได้มอบให้ทุกฝ่ายกลับไปรวบรวมและนำมาเสอนในครั้งหน้า ซึ่งมีหลายองค์กร ขอเชิญชวนสถาบันหรือองค์กรต่างๆ เข้ามาเสนอตัวร่วมศึกษาวิจัยเพื่อออกแบบโมเดลใหม่ที่ดีเป็นเรื่องใหม่ระดับสากลได้” พ.ต.ท.วรรณพงษ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงแนวคิดในการให้ภาคเอกชนเข้ามาบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลทุกมิติ ต้องไปศึกษาในรายละเอียดในเชิงบริบทว่าอะไรที่เหมาะสมและดีที่สุดในขณะนี้จนถึงอนาคต ยังไม่ได้บอกว่าจะเป็นเอกชน 100% หรือหน่วยใด 100% ที่คุยกันวันนี้คือ ทำอย่างไรให้เกิดสิ่งที่ดีที่สุด
น.ส.กาญจนา พูนแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า เมื่อได้มีการจัดจ้างที่ปรึกษามาดำเนินการ จะเน้นการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดทำขอบเขตเนื้อหา (TOR) เพื่อจ้างที่ปรึกษาเข้ามาศึกษาวิจัย โดยจะเปิดโอกาสให้ทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐร่วมให้ข้อคิดเห็นอย่างเต็มที่ เพื่อให้การปฏิรูปโครงสร้างสามารถเดินหน้าเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของกองทุน
ขณะที่ รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี คณะทำงานผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน กล่าวว่า ขณะนี้มีฉันทานติร่วมกันเกือบทุกพรรคการเมืองเรื่องการปฏิรูปประกันสังคม ซึ่งสิ่งที่เห็นพ้องต้องกันในครั้งนี้ คือ ภายใต้ระบบราชการสร้างปัญหาให้แก่ประกันสังคม ปัญหาเรื่องความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของผู้คนจำนวนมหาศาลที่ไม่สามารถเข้าถึงการบริหารกองทุนได้ รวมถึง วิธีการทำให้กองทุนมีประสิทธิภาพ และทำให้คนที่ปฏิบัติงานอยู่ในองค์กรสามารถเติบโตไปด้วยกันได้
“ความสนใจของพรรคการเมืองและกระแสสังคมในตอนนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลลัพธ์ของคณะทำงานชุดนี้จะได้เป็นร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ออกมา และทันต่อการนำสู่ข้อถกเถียงหลังการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่เข้ามา เพื่อใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลักดันการปฏิรูปองค์กรสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย”รศ.ษัษฐรัมย์กล่าว
นางสิริวัน ร่มฉัตรทอง คณะทำงานผู้แทนฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันและมาร่วมดูโจทย์ปัญหาที่แท้จริง และแยกปัญหา โดยเฉพาะในเชิงโครงสร้าง เนื่องจากประกันสังคมก็มีลักษณะเฉพาะ การบริหารจัดการอาจจะลำบากกว่าราชการเฉพาะ หรือองค์การเฉพาะ จึงต้องมาดูที่ปัญหาเร่งด่วน ซึ่งในส่วนมุมมองนายจ้าง เน้นเรื่องความมั่นคงของกองทุนและความเป็นธรรมระหว่างรุ่น จะไม่ดูว่าสิทธิประโยชน์แต่ละคนจะได้อย่างไร แต่ดูไปถึงในอนาคตข้างหน้า ต้องทำให้มั่นใจได้ว่ากองทุนมีเสถียรภาพและมั่นคงให้มั่นใจว่าทุกชีวิตที่อยู่ภายใต้ประกันนี้ปลอดภัย
“ที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันทุกเรื่องว่าจะต้องมีการปรับปรุงและแนวทางการปรับปรุง ที่ต้องอาศัยผู้มีประสบการณ์และศึกษาในเชิงลึก ซึ่งในฐานะคนใน เป็นบอร์ดประกันสังคมก็จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพราะรู้สภาพปัญหาและนำมาเรียงลำดับการปฏิรูป อะไรเป็นความจำเป็นเร่งด่วน โดยสิ่งที่กังวลอย่างยิ่ง คือ ภาพลักษณ์ของกองทุนประกันสังคม จะต้องมั่นคง เข้มแข็งและได้รับความน่าเชื่อถือจากทุกฝ่ายว่ายังเป็นที่พึ่งได้ และหวังว่าหลังการศึกษาและมีการปฏิรูปขึ้น จะทำให้ทุกฝ่ายมีความสุขและไม่มีปัญหากันอีก”นางสิริวันกล่าว





