background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ วางเป้าปี 68 ชู Big Goal ให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยมากยิ่งขึ้น

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ วางเป้าปี 68 ชู Big Goal ให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยมากยิ่งขึ้น

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ วางเป้าใหญ่ปี 2568 เน้นย้ำองค์กรนวัตกรรมแห่งความยั่งยืน เติบโตควบคู่ธุรกิจ ชู Big Goal ให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยมากยิ่งขึ้น

บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ มุ่งมั่นสู่ความเป็นองค์กรด้านนวัตกรรมแห่งความยั่งยืนเติบโตควบคู่ธุรกิจ วางเป้าหมายใหญ่ปี 2568 ภายใต้แนวคิด "Beyond Insurance มากกว่าการประกันภัย" ชู Big Goal ให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยมากยิ่งขึ้น ตั้งเป้าเติบโตถึง 2 หลัก โดยมีเป้าหมายรายได้ของปี 2568 นี้ที่ 8,500 ล้านบาท พร้อมนำหลัก ESG ผสานการดำเนินธุรกิจอย่างครอบคลุม ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการดำเนินงานด้านสังคม เยาวชนและการศึกษา สิ่งแวดล้อม พร้อมผนึกองค์กรพันธมิตรเดินหน้าขับเคลื่อนและยกระดับการทำงาน ล่าสุดจัดงาน Road to Sustainability ชูองค์กรที่ให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนในทุกมิติ

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้าน InsurTech ของไทย กล่าวว่า ประกันภัยไทยวิวัฒน์ มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจตามกรอบ ESG ที่คำนึงถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคมและชุมชน (Social) รวมถึงธรรมาภิบาลที่ดี (Governance) โดยเน้นการพัฒนานวัตกรรมประกันภัยเพื่อความยั่งยืนเป็นหัวใจหลัก ภายใต้แนวคิด Beyond Insurance มากกว่าการประกันภัย ด้วยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการด้านการประกันภัยใหม่ๆ ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการและรองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภคไปพร้อมกับการสร้างสรรค์สังคมที่ดีกว่า 

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ วางเป้าปี 68 ชู Big Goal ให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยมากยิ่งขึ้น

สำหรับแผนธุรกิจในปี 2568 ตั้งเป้าหมายใหญ่เพื่อผลักดันให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยมากยิ่งขึ้น เพราะเชื่อว่าการประกันภัยไม่ใช่แค่เรื่องของความคุ้มครอง แต่เป็นพื้นฐานของการวางแผนอนาคตที่ดี ไทยวิวัฒน์ จึงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้คนไทยเข้าถึงประกันภัยได้ง่ายขึ้น จ่ายเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของแต่ละไลฟ์สไตล์ พร้อมสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมควบคู่กันไป ด้วยการยกระดับการพัฒนานวัตกรรมประกันภัย ทั้งกลุ่ม Motor และ Non-Motor ในรูปแบบของ Digital Product ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน และ Digital Service ที่เพิ่มศักยภาพในการให้บริการโดยไม่เพิ่มต้นทุน ควบคู่ไปกับขยายความร่วมมือกับพันธมิตรรายใหม่ๆ และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงการประกันภัยที่สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าผลักดันเบี้ยรับรวมโตทะลุ 8,500 ล้านบาท 

นายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ กล่าวเพิ่มว่า นอกเหนือจากการมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค สร้างความสะดวกในการที่จะทำให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยได้มากยิ่งขึ้น และการบริการที่ตอบสนองความต้องการของ ผู้เอาประกัน อย่างไร้รอยต่อ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อสังคมที่ยั่งยืนโดยเน้นส่งเสริมใน 3 ด้าน ดังนี้

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ วางเป้าปี 68 ชู Big Goal ให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยมากยิ่งขึ้น

 

ด้านสังคม - ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการประกันภัย พร้อมเพิ่มช่องทางการขายเพื่อให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยได้ง่ายและสะดวกขึ้น โดยผลิตภัณฑ์ที่โดนเด่นและยังไม่มีบริษัท ประกันวินาศภัย ใดๆ ในประเทศสามารถนำเสนอต่อคนไทยได้คือการประกันรถเปิดปิด นวัตกรรมประกันภัยรถยนต์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้เอาประกันภัย ผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ช่วยให้ผู้เอาประกันภัยสามารถประหยัดค่าเบี้ยประกันได้สูงสุดถึง 80% และยังให้ความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง เหมือนเดิม ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงการประกันภัยได้ในราคาที่สมเหตุสมผล นอกจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าใจผู้บริโภคแล้ว ล่าสุดทางบริษัทฯ ได้พัฒนาเพิ่มฟีเจอร์ใหม่สำหรับการประกันรถเปิดปิด คือรถติด ไม่คิดเบี้ย ตอบโจทย์คนเมืองใช้รถ โดยขณะรถติดก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเบี้ยประกัน ซึ่งหลังจากมีการเปิดตัวได้ทำการคืนชั่วโมงความคุ้มครองให้กับลูกค้าแล้วกว่า 4 ล้านนาที และเพื่อเป็นการส่งต่อสิ่งดีๆ คืนสู่สังคม ทางบริษัทฯ ยังได้ริเริ่มโครงการ Thaivivat Caring Forward คิดเผื่อเพื่อสังคม ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของการทำประกันภัยที่สามารถช่วยเหลือสังคมได้ เพียงลูกค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการขับรถปลอดภัย ผ่าน Application Thaivivat นอกจากผู้เอาประกันภัยจะได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประวัติดีตอนต่ออายุประกันภัยแล้ว บริษัทฯ ยังมอบสิ่งดีๆ เพิ่มให้กับผู้เอาประกันภัยที่ขับรถปลอดภัย โดยบริจาคเงินในนามผู้เอาประกันภัยกับมูลนิธิเพื่อสังคมที่ผู้เอาประกันได้ลงทะเบียนไว้ ซึ่งผู้เอาประกันจะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากยอดเงินบริจาคนี้ ซึ่งจากการเปิดตัวเพียง 4 เดือน มีผู้เอาประกันภัยให้ความสนใจเป็นจำนวนมากถึง 10,000 กรมธรรม์ ทางบริษัทฯ จึงมีการขยายระยะเวลาการลงทะเบียนถึง 31 ธันวาคม 2568 เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนผ่าน Application Thaivivat ได้มีส่วนร่วมในการทำความดีคืนสู่สังคมได้มากขึ้น 

ด้านเยาวชนและการศึกษา - ทางบริษัทฯ เชื่อว่าการพัฒนาด้านการศึกษาและการเพิ่มศักยภาพให้กับเยาวชนถือเป็นรากฐานและแนวทางขับเคลื่อนการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวของประเทศ บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สนับสนุนโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา หรือ Partnership School เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติ เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยพัฒนาตนเอง และเตรียมความพร้อมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยในความร่วมมือครั้งนี้ นอกจากทางบริษัทฯ ให้สนับสนุนด้านทุนการศึกษาแล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้สนับสนุนในการเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษให้นักเรียนและครู พร้อมวางระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้แบบ Smart e-Learning Innovation ในโรงเรียนที่ทางกระทรวงศึกษาธิการคัดเลือกให้เข้าโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาในแต่ละจังหวัด โดยทางบริษัทฯ ได้เป็นผู้สนับสนุน 5 โรงเรียน ใน 5 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดพัทลุง จังหวัดสตูล จังหวัดระนอง จังหวัดยโสธร และจังหวัดพะเยา

นอกจากโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนาแล้ว ทางบริษัทฯ ยังได้ส่งเสริมด้านนวัตกรรมให้กับเด็กและเยาวชน ผ่านโครงการ Thaivivat Innovation Awards โครงการประกวดนวัตกรรมประกันภัยสร้างสรรค์ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนคิดและนำเสนอไอเดียในการพัฒนาประกันภัยเพื่อจัดการความเสี่ยงในสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีองค์ประกอบของ IoT, AI, Big Data และ Lifestyle ในผลงานซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และมีน้องๆ ให้ความสนใจและเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 1,500 คน จากสถาบันการศึกษากว่า 100 สถาบัน ทั้งในกรุงเทพปริมณฑลและในภูมิภาค โดยโครงการที่ได้นำเสนอเข้ามาแข่งขันในโครงการ Thaivivat Innovation Awards ถึงปัจจุบันมีกว่า 300 โครงการ

ด้านสิ่งแวดล้อม -  เพราะทาง ไทยวิวัฒน์ ทราบดีว่าความยั่งยืนนั้นไม่ใช่แค่เรื่องการประกอบธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่การดูแลโลกให้คนรุ่นต่อไปก็เป็นสิ่งที่ทุกองค์กรต้องให้ความใส่ใจ บริษัทฯ จึงนำแนวคิดที่จะนำ Greenovation และ Digital Transformation มาใช้เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยริเริ่มการดำเนินงานจากภายในองค์กรผ่านโครงการ Thaivivat Greenovation เปลี่ยนโลกด้วยนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน สร้างความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมภายในองค์กรให้กับพนักงาน เปลี่ยนของใช้มาเป็นของใช้ที่สามารถนำมารีไซเคิลต่อได้ อาทิ ของชำร่วย ยูนิฟอร์มพนักงาน รวมถึงน้ำดื่มของบริษัทฯ และส่งเสริมการแยกขยะให้ถูกวิธีมาเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันเรื่องความยั่งยืนภายในองค์กรเพราะต้องการจุดประกายและส่งเสริมให้พนักงานได้ตระหนักและหันมาให้ความสำคัญจากเรื่องใกล้ตัว

อีกทั้ง ยังมีการดำเนินงานด้าน Digital Transformation ผ่านการใช้งานบน Thaivivat Application เพื่อลดการใช้พลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้เทคโนโลยี AI ตรวจสภาพรถก่อนทำประกัน เพื่อลดการขับขี่ส่งเสริมการลดการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, ลดการใช้กระดาษด้วยการออกกรมธรรม์แบบ e-Policy รวมถึงการเคลมประกันผ่าน e-Claim โดยไม่ต้องใช้เอกสารและลดการเดินทางของพนักงานในการตรวจสอบความเสียหายที่เกิดกับทรัพย์สินที่เอาประกัน 

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ วางเป้าปี 68 ชู Big Goal ให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยมากยิ่งขึ้น

และล่าสุดในฐานะองค์กรนวัตกรรมแห่งความยั่งยืน ทาง ไทยวิวัฒน์ ได้จับมือกับพันธมิตรคนสำคัญ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) ในโครงการคนไทยไร้ E-Waste ตั้งจุดทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมขยายผลกับสถานศึกษาหรือโรงเรียนที่ใกล้เคียงเพื่อผลักดันการทิ้งและการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี พร้อมส่งเสริมการสร้างองค์ความรู้ให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ล้นโลก จึงเดินทางร่วมเป็นหนึ่งใน Ecosystem ในการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงสร้างกระบวนการจัดเก็บเพื่อให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลแบบ Zero Landfill ตามมาตรฐานสากล โดยมีสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าหน่วยธุรกิจประชาสัมพันธ์และงานธุรกิจสัมพันธ์ AIS เป็นผู้ร่วมลงนาม  

พร้อมกันนี้ ยังได้จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งดำเนินธุรกิจที่หลากหลายอุตสาหกรรมและมีสาขาทั่วโลก บริษัท อิโตชู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ITOCHU Corporation) แห่งประเทศญี่ปุ่น  เพื่อร่วมผลักดันและพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรมประกันภัย ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพื่อให้โอกาสคนไทยได้เข้าถึงการประกันภัยได้มากขึ้นอันจะเป็นการสร้างสังคมแห่งความยั่งยืนในอนาคต พร้อมกันนั้นยังเป็นการตอบสนองนโยบายของภาครัฐที่ส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศให้มากขึ้น อันเป็นส่วนสำคัญในการเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบริษัท อิโตชู ประเทศไทย จำกัด (ITOCHU Thailand) มิสึอากิ ทานากะ (Mr. Mitsuaki Tanaka) ร่วมเป็นเกียรติภายในงานในวันนี้ 

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ วางเป้าปี 68 ชู Big Goal ให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยมากยิ่งขึ้น