“กรุงเทพธุรกิจ” ได้คุยกับ “หนุ่ม มันนี่โค้ช” นักวางแผนการเงินมือฉมัง ในเรื่องที่ว่าคนรุ่นใหม่ต้องรับมือยังไง เพราะตั้งแต่เกิดมาก็เจอกับสารพัดวิกฤติ แต่ที่หนักหนาที่สุดก็คงเป็นครั้งนี้ จะรับมือยังไงดีล่ะ?
ช่วงนี้มองไปทางไหนก็มีแต่ “ความไม่แน่นอน” ทั้งเรื่องเศรษฐกิจที่ยังไม่ทันฟื้นจากโควิด-10 ก็ดันมีเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน และความขัดแย้งใหม่ๆ เข้ามาซ้ำเติมอีก ล่าสุดก็เรื่องสงครามอิหร่านที่ทำให้ “น้ำมันแพง” และทำให้ต้นทุกทุกอย่างแพงขึ้น และ “ ค่าครองชีพ” ก็แพงขึ้นตามไปด้วย
คนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยเจอวิกฤติแบบนี้มาก่อน ถึงเวลาก็หันซ้ายหันขวาเราจะเอายังไงกับชีวิตดี? จนกรุงเทพธุรกิจต้องชวน "โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์" The Money Coach นักวางแผนการเงินมาช่วยแนะนำ "วิธีรับมือ" ในภาวะสงคราม
พี่หนุ่มมองสถานการณ์ตอนนี้ยังไงบ้างคะ?
โค้ชหนุ่ม: (ยิ้ม) ต้องบอกว่าเราแทบไม่ได้มีจังหวะตั้งหลักหายใจเลย...พอโควิดเริ่มซา สงครามก็ตามมาติดๆ
โจทย์สำคัญในช่วงเวลาแบบนี้คือ อย่าคิดเรื่องเงินด้วยหัว ให้คิดบนกระดาษหรือ Excel แทน ลิสต์ออกมาเลยว่ารายรับรายจ่ายที่จำเป็นจริงๆ มีอะไรบ้าง
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ให้ระมัดระวังการสร้างภาระที่ต้องผ่อนยาวๆ อย่างการซื้อบ้านหรือรถในช่วงนี้ต้องคิดให้หนัก “เพราะไม่มีใครเดาได้ว่ามันจะออกท่าไหน” (หมายถึงจุดจบของสงครามที่ไม่มีใครคาดเดาได้)
พูดถึงเรื่องการเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ทุกสำนักพูดคล้ายๆกัน คือ ต้องมี “เงินสำรองฉุกเฉิน 3 เดือน” ยังใช้ได้กับตอนนี้มั้ย?
โค้ชหนุ่ม: ใช่ครับ นิยามเดิม 3 เดือนในสถานการณ์ปัจจุบันผมไม่แน่ใจว่ายังใช้ได้ดีอยู่ไหม ยิ่งถ้าเป็นช่วงวิกฤติหรือช่วงที่มีสงครามแบบนี้ “ผมแนะนำให้เขยิบเป็น 6-12 เดือนเลยครับ”
ถ้าใครทำได้มากกว่านั้น เช่น มีสำรอง 18 เดือน 24 เดือน หรือไปถึง 5 ปีได้เนี่ย ความกังวลทางการเงินจะเบาลงมาก แม้มันจะไม่หมดไป 100%
“แต่อย่างน้อยเราจะรู้ว่าในขณะที่คนอื่นกำลังเหนื่อย เรายังพออยู่ได้และไปรอด”
ถ้าพูดกันตามตรง คนรุ่นใหม่แบบเราๆ บางคนก็มีภาระ บางคนก็แทบไม่มีเงินเก็บ เชื่อว่าหลายคนก็จะ “คิดเยอะ” เวลาจะเก็บ จะออมดี หรือเอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหนดี ในสถานการณ์แบบนี้?
โค้ชหนุ่ม: แนะนำว่าแบ่งเป็น 2 ส่วนครับ ส่วนแรกคือเงินที่ต้องใช้ใน 30 วัน ให้ไว้ในบัญชีทั่วไป
ส่วนที่เหลือซึ่งเป็นเงินสำรอง 6 เดือนขึ้นไป แนะนำให้เอาไปไว้ใน "บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง" เพื่อให้เงินมันทำงานไปด้วย
ถ้าตอนนี้ใครที่เริ่มรู้สึกว่า "ตึง" หรือ "หมุนเงินไม่ทัน" แล้ว พี่หนุ่มแนะนำขั้นตอนการ "ปฐมพยาบาล" การเงินเบื้องต้นยังไงดีคะ?
โค้ชหนุ่ม: อันนี้สำคัญที่สุดและยากที่สุด คือต้องหยุดช้อปและพยายามอย่าเปิดแอปบ่อยๆ
เอากระดาษมาแผ่นหนึ่ง ขีดเส้นแบ่งครึ่ง ฝั่งซ้ายจดทรัพย์สิน ฝั่งขวาจดหนี้สิน กระดาษแผ่นนี้ไม่เคยหลอกใคร มันจะบอกเลยว่าคุณทำงานมาหลายปี คุณสะสมอะไรไว้บ้าง
ลิสต์หนี้ออกมาให้หมด แล้วเลือกปิดตัวที่ดอกเบี้ยสูงก่อน หรือจะเลือกปิดตัวเล็กๆ เพื่อสร้างกำลังใจก็ได้
"หันไปมองรอบตัวครับ อะไรที่ซื้อมาด้วยอารมณ์แล้วไม่ได้ใช้ เอาไปขายครับ แล้วเอาเงินมาเคลียร์หนี้ซะ"
สุดท้ายนี้ พี่หนุ่มอยากฝากอะไรถึงคนที่กำลังสู้ชีวิตท่ามกลางวิกฤติสงครามและเศรษฐกิจนี้ไหม?
โค้ชหนุ่ม: นอกจากเงินสำรองแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันในยุคนี้คือ "ทักษะสำรอง"
โลกเราเปลี่ยนเร็วมาก ถ้าเรามีทักษะใหม่ๆ เราจะมองเห็นโอกาสในวิกฤติเสมอ จำไว้ว่า "ความมั่นคงทางการเงินอยู่ที่ตัวเรา ไม่ได้อยู่ที่คนอื่น"
วันที่การเงินดีต้องรู้จักเก็บและเผื่อไว้ เงินก็เหมือนลูก ถ้าเราใส่ใจและดูแลมันดีๆ มันก็จะอยู่กับเรา
ขอให้ทุกคนมีสติและพยายามทำให้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมให้ได้มากที่สุด แล้วเราจะผ่านมันไปด้วยกัน





