เซมิคอนดักเตอร์และหุ้น AI ร่วงยกแผง ฉุดตลาดเอเชียดิ่ง ‘เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น-ไต้หวัน‘ เปิดลบ นักลงทุนความกังวลการใช้จ่ายบิ๊กเทคสหรัฐชะลอ
KEY POINTS
- หุ้น AI ในตลาดเอเชียและวอลล์สตรีทเผชิญแรงเทขายอย่างหนักหน่วง ส่งผลให้ดัชนีสำคัญอย่าง Kospi ของเกาหลีใต้และ Nikkei 225 ของญี่ปุ่นดิ่งลงเข้าสู่ภาวะตลาดหมีตามความกังวลเรื่องการใช้จ่ายเทคโนโลยีที่ชะลอตัว
- ชัยชนะของพรรคเดโมแครตในสหรัฐ จุดชนวนความกังวลว่ามาตรการควบคุมศูนย์ข้อมูลจะเข้มงวดขึ้น
- ฉุดให้หุ้นกลุ่ม Magnificent Seven รวมถึงชิปยักษ์ใหญ่อย่าง Nvidia, SK Hynix และ TSMC มูลค่าตลาดร่วงกราวรูด
ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิก ดิ่งลงอย่างหนักในวันศุกร์ ตามรอยแรงเทขายครั้งใหญ่ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเมื่อคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางความกังวลระลอกใหม่เกี่ยวกับหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ดัชนี ‘กอสปี-นิกเกอิ’ ร่วงแรง
- เกาหลีใต้
ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลงนำภูมิภาคมากกว่า 8% หลุดระดับ 5,000 จุด ดิ่งลงลึกเข้าสู่ภาวะตลาดหมี และรุนแรงจนต้องใช้มาตรการ Circuit Breakers ระงับการซื้อขายชั่วคราวเป็นเวลา 20 นาที ส่วนดัชนีขนาดเล็ก Kosdaq ร่วงลงมากกว่า 7%
หุ้น SK Hynix ดิ่งลงมากกว่า 8%, Samsung Electronics ลดลง 7% นอกจากนี้ LG Innotek และ LG Display ปรับตัวลดลง 10% และ 7.7% ตามลำดับ
- ญี่ปุ่น
ดัชนี Nikkei 225 ร่วงหลุดลงเข้าสู่แดนตลาดหมี โดยดิ่งลงมากกว่า 6% และต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนมิ.ย. มากกว่า 20%
ดัชนีในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับชิปและเทคโนโลยีปรับตัวลงรุนแรง นำโดย Advantest ผู้ผลิตอุปกรณ์ทดสอบชิปดิ่งลงถึง 12.2%, SoftBank Group ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนในเทคโนโลยีร่วงลง 11.6%, Tokyo Electron ลดลง 7.3%, Kioxia Holdings ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ ร่วงเกือบ 10% และ Renesas Electronics ลดลง 7.5%
- ไต้หวัน
ดัชนี Taiwan Weighted (TAIEX) ของตลาดหุ้นไต้หวันเปิดลบ 9% ลงมาอยู่ที่กรอบ 38,000 จุด จากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่เผชิญแรงขายอย่างหนัก
บริษัทผู้ผลิตชิปตามสัญญาอันดับหนึ่งอย่าง TSMC ปรับตัวลดลง 9.6% ด้านผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อย่าง Hon Hai Precision Industry หรือที่รู้จักกันในชื่อ Foxconn และ Foxconn Technology ร่วงลง 9.4% และ 9.1% ตามลำดับ ตามความรุนแรงของตลาดเทคโนโลยีในภูมิภาคที่ดิ่งลงลึก
ร่วงตามตลาดสหรัฐ กังวล Data Center ชะลอตัว
หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดร่วงลงอย่างรุนแรง คือ ความกังวลของนักลงทุนต่อการชะลอตัวของการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) หลังจากพรรค “เดโมแครต” คว้าชัยชนะครั้งใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐคนสำคัญอย่างเท็กซัส
บรรดาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยักษ์ หรือ Magnificent Seven มีมูลค่าตลาดรวมกันหายไปมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ นำโดย Nvidia ดิ่งลง 9% ทำมูลค่าตลาดหายไปกว่า 4.4 แสนล้านดอลลาร์ และพลิกกลับมาติดลบสำหรับปี 2026, Tesla ร่วง 10.8%, Meta ลดลง 3.9%, Microsoft ลดลง 3.6%, Alphabet ลดลง 2.2%, Amazon ลดลง 2.2% และ Apple ลดลง 1.5%
หุ้นกลุ่มชิปและโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เช่น Micron Technology และ Advanced Micro Devices (AMD) ดิ่งลงถึง 17% ต่อตัว ส่วน CoreWeave ลดลง 10%
สถานการณ์ตลาดหุ้นสหรัฐ
ตลาดหุ้นสหรัฐ เผชิญกับการเทขายอย่างหนักในการซื้อขายปกติเมื่อวันพฤหัสบดี ส่งผลให้ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีทำผลงานรายวันแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2025
- Nasdaq Composite ดิ่งลง 5.5% ปิดตลาดร่วงลงมากกว่า 10% จากจุดสูงสุดล่าสุด เข้าสู่ภาวะปรับฐาน
- S&P 500 ลดลง 4.4% โดยกลุ่มธุรกิจทั้ง 11 กลุ่มใน S&P 500 ปิดในแดนลบทั้งหมด และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
- Dow Jones Industrial Average ร่วงลงมากกว่า 1,800 จุด หรือคิดเป็น 3.4%
Victoria Greene ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (CIO) ของ G Squared Private Wealth ให้ความเห็นกับ CNBC ว่า การย่อตัวครั้งนี้ถือเป็น "โอกาสในการซื้อ" และมองว่ากระแสการลงทุนใน AI ยังไม่ตาย แต่มันคือส่วนลดที่ดี พร้อมระบุว่า การซื้อหุ้นในช่วงที่ตลาดผันผวนถือเป็นเรื่องที่ดี ตราบใดที่ยังไม่อยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย




