วันจันทร์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

บล.บัวหลวง มองหุ้นไทยเดือน พ.ย.ผันผวน แนะกลยุทธ์ตั้งรับ ลุยหุ้นปันผลสูง ควบคู่หุ้นกำไรเด่น

หุ้นไทยเดือนพ.ย.ผันผวนหนัก “บล.บัวหลวง” ชี้ตลาดส่งสัญญาณ Oversold เปิดทางรีบาวด์ระยะสั้น พร้อมแนะกลยุทธ์ "Defensive–Yield Play" ชูหุ้นปันผลสูง-กำไรแกร่งเป็นเกราะกันภัยฝ่าตลาดปั่นป่วน

KEY POINTS

  • บล.บัวหลวงคาดการณ์ว่าตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤศจิกายนจะมีความผันผวนสูง โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาทั้งจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ และมาตรการกระตุ้นในประเทศ
  • แนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบบ "ตั้งรับ" (Defensive) โดยเน้นการคัดเลือกหุ้นรายตัว (Stock Selection) เนื่องจากตลาดอยู่ในภาวะ Oversold ซึ่งมีโอกาสรีบาวด์ระยะสั้น
  • ชู 3 ธีมการลงทุนเด่น ได้แก่ 1. หุ้นปันผลสูงและผันผวนต่ำ (Dividend & Defensive) 2. หุ้นที่คาดว่าจะมีกำไรเติบโตโดดเด่น (Earnings Play) และ 3. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากปัจจัยเฉพาะตัว (Event Play)

หุ้นไทยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเผชิญแรงกระแทกหนักหน่วงจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และโรงกลั่น ดึงดัชนี SET ร่วงลง 2.6% MoM แต่ในวิกฤติยังมีโอกาส! บล.บัวหลวง ชี้ตลาดส่งสัญญาณ Oversold พร้อมเปิดฉากเดือนพฤศจิกายนด้วยกลยุทธ์ "ตั้งรับ" เน้นหุ้นปันผลสูงและกำไรแกร่งสวนกระแสความผันผวนโลก

สรุปตลาด ต.ค. แรงขายกระจุก "อิเล็กทรอนิกส์" แต่กลุ่มปันผลยังยืนหยัด

นายพิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์การลงทุน บล.บัวหลวง  เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ดัชนี SET ปรับลดลง 2.6% MoM มาอยู่ที่กรอบ 1,480–1,500 จุด โดยแรงกดดันหลักกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ นำโดย DELTA ตัวเดียวฉุดดัชนีร่วงไปกว่า 30 จุด (คิดเป็น 73% ของภาพรวมการลดลงทั้งหมด) ประกอบกับกลุ่มโรงกลั่นที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เปราะบาง ดัชนีหุ้นปันผลสูง (SETHD) กลับบวกสวนตลาดได้ถึง 2.7% MoM สะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนที่เริ่มหมุนเงิน (Rotation) เข้าหาหุ้นที่มีความมั่นคงและทนทานต่อความผันผวนทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นพลังงาน (ที่ไม่ใช่โรงกลั่น), โรงไฟฟ้า, ค้าปลีกสินค้าจำเป็น และกลุ่มโรงพยาบาล

4 ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในเดือนพ.ย.

บล.บัวหลวง ประเมินว่า สัปดาห์แรกของเดือน พ.ย. นี้ ตลาดจะต้องเผชิญกับบททดสอบความผันผวนระลอกใหญ่ ก่อนจะเริ่มเห็นทิศทางที่ชัดเจนขึ้นจากนโยบายและผลประกอบการ โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด:

1. สัปดาห์ชี้ชะตาดอกเบี้ยและเศรษฐกิจสหรัฐฯ (2–6 พ.ย.): ติดตามตัวเลข ISM ภาคการผลิต, ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ซึ่งหากออกมาแข็งแกร่งเกินคาด อาจจุดชนวนความกังวลเรื่องดอกเบี้ยสูงและดัน Bond Yield ให้พุ่งขึ้น กดดันสินทรัพย์เสี่ยง

2. มาตรการกระตุ้นและตัวเลขในประเทศ: จับตาร่างเกณฑ์ Data Center ที่จะเสนอ ครม. วันที่ 3 พ.ย. นี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยบวก (Sentiment) หนุนกลุ่มโรงไฟฟ้า

ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ต.ค. (5 พ.ย.) ที่คาดว่าจะขยับขึ้นแตะ 3% YoY สะท้อนต้นทุนพลังงานและกำลังซื้อในประเทศ

การประกาศ GDP ไตรมาส 3/2026 ในวันที่ 16 พ.ย. ซึ่งมีลุ้นปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ทั้งปีหากตัวเลขภาคการผลิต (MPI) ถูกปรับน้ำหนักใหม่

3. ไฮซีซั่นการท่องเที่ยว: เข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวโดยเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ที่มีกำลังซื้อสูง แม้ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวรวมจะย่อตัวลง แต่รายรับเฉลี่ยต่อคนยังเติบโตได้ราว 4%

4. กองทุน TISA: ความคืบหน้าของมาตรการหนุนการลงทุนระยะยาว ที่คาดว่าจะช่วยสร้างแรงส่งเชิงบวกให้กับกลุ่มหุ้นปันผล

กลยุทธ์ลงทุน "Defensive–Yield Play" ตั้งรับอย่างมีชั้นเชิง

แม้สถิติทางเทคนิคจะชี้ว่าตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ภาวะ Oversold (มีสัดส่วนหุ้นที่ทำจุดต่ำสุดใหม่และ RSI ต่ำกว่า 30 ในระดับสูงเทียบค่าเฉลี่ย +2SD) ซึ่งเปิดโอกาสให้เกิดการรีบาวด์ระยะสั้นบริเวณ 1,480–1,500 จุด แต่บล.บัวหลวงยังคงแนะนำให้เน้นการคัดสรรหุ้นรายตัว (Stock Selection) มากกว่าการเพิ่มความเสี่ยง

แบ่งกลยุทธ์การลงทุนออกเป็น 3 ธีมเด่น

1. Dividend & Defensive (หุ้นปันผลสูง กำไรผันผวนต่ำ): เหมาะสำหรับการถือลงทุนระยะยาวเพื่อหลบพายุความผันผวน นำโดย:

CPN (คาด Dividend Yield ปี 2027 ที่ 4.2%)

OSP (5.2%) | ICHI (7.6%)

TLI (5.8%) | BDMS (4.2%) | TRUE (4.2%)

2. Earnings Play (หุ้นกำไรเด่น): หุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการเติบโตโดดเด่นในช่วงไตรมาส 3–4 ปีนี้ ได้แก่ AWC และ CRC

3. Event Play (เก็งกำไรตามปัจจัยเฉพาะ): รับอานิสงส์เชิงบวกจากร่างเกณฑ์ Data Center ได้แก่ GULF และเก็งกำไรระยะสั้นใน EGCO