SPTX วางเป้าหมายพลิกฟื้นธุรกิจ (เทิร์นอะราวด์) โดยมีกลยุทธ์สำคัญคือการเข้าซื้อหุ้น 92% ของ "รัสมิ์ภูมิ คลินิก" มูลค่า 1,185 ล้านบาท
KEY POINTS
- พญ.อัชฌา นูนคาน เข้ารับตำแหน่ง CEO ของ SPTX เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ มุ่งสู่ธุรกิจสุขภาพและความงามอย่างเต็มตัว
- วางเป้าหมายพลิกฟื้นธุรกิจ (เทิร์นอะราวด์) โดยมีกลยุทธ์สำคัญคือการเข้าซื้อหุ้น 92% ของ "รัสมิ์ภูมิ คลินิก" มูลค่า 1,185 ล้านบาท
- ตั้งเป้าบุกตลาดสุขภาพและความงามของไทยซึ่งมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท พร้อมแผนต่อยอดธุรกิจด้วยการขยายสาขาและสร้างสถาบันฝึกอบรมแพทย์
การก้าวเข้ามารับไม้ต่อในการบริหารงานเพียงแค่ 3-4 เดือน ของ “พญ.อัชฌา นูนคาน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสพีทีเอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPTX (ชื่อเดิม บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ NEWS) กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญขององค์กร จากบทบาทเดิม ๆ สู่การรีสตรัคเจอร์ครั้งใหญ่ โดยมุ่งเป้าหมายปักหมุดด้านตลาด “สุขภาพและความงาม” อย่างเต็มตัว !
จุดเริ่มต้นของ “หมออัชฌา” เติบโตมาจากการเป็น “แพทย์ประจำโรงพยาบาล” ก่อนจะออกมาเปิด “คลินิกความงาม” เป็นของตัวเอง แต่เมื่อถึง “จุดอิ่มตัว” ก็พัฒนามาเป็น Supplier ในการนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ให้เพื่อน ๆ หมอทั่วประเทศ ทำให้ได้สร้าง Community แพทย์ รู้จักบริษัทยา และพันธมิตรต่างประเทศมากมาย
ต่อมา “หมอรัสมิ์ภูมิ สุเมธีวิทย์” ซึ่งป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ของ SPTX และยังมีความเชี่ยวชาญด้าน “การลงทุน” ได้ชักชวนเข้ามาช่วยในการบริหาร SPTX เนื่องจากมองว่า คุ้นเคยกับวงการแพทย์และรู้จักผู้คนในอุตสาหกรรมในวงกว้าง รวมทั้ง ยังมีความเห็นตรงกันในเรื่องของธุรกิจ “ธุรกิจสุขภาพ” และ “ความงาม” ว่าเป็นธุรกิจที่มี “อัตรากำไร” (Margin) ระดับสูง และตลาดกว้างมาก ดังนั้น ยังมีศักยภาพเติบโตได้อีกไกล จึงเป็นที่มาของการเริ่มนำธุรกิจสาย Health เข้ามาเสริมโครงสร้าง SPTX ให้แข็งแรงมากขึ้น
ดังนั้น หนึ่งในความท้าทายของการนั่งบริหาร SPTX คือ การนำธุรกิจ SPTX กลับมา “เทิร์นอะราวด์” สะท้อนผ่าน “ไฮไลต์สำคัญ” ในปี 2570 คือ การซื้อหุ้น 92% ของ “รัสมิ์ภูมิ คลินิก” มูลค่า 1,185 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมขอมติผู้ถือหุ้นในเดือนพ.ย นี้
ส่วนสัดส่วนการถือหุ้นอีก 8% ให้ทาง “หมอรัสมิ์ภูมิ” ถือไว้ พร้อมสัญญาว่าอาจารย์จะอยู่บริหารต่อร่วมกับเรา
โดยหลักการทำงานของ “หมออัชฌา” คือ เราไม่มองใครเป็นคู่แข่ง แต่เรามองว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจของเราดี ดึง “จุดเด่นออกมาใช้” ได้อย่างไร และนำสิ่งที่เรามีไปช่วยเสริมพันธมิตรได้อย่างไร
“เป้าหมายสูงสุดคือ ต้องการเทิร์นอะราวนด์ SPTX ให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้จะเป็นงานที่ท้าทาย แต่ก็สนุกและมองว่าเป็นการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเอง ชาเชื่อว่าหากเราจริงใจ มุ่งมั่น เลือกธุรกิจที่ดี และทำเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเป็นหลัก ผลลัพธ์จะต้องออกมาดีแน่นอน”
สอดรับ เป้าหมายธุรกิจในปีหน้า SPTX คือ การต่อยอด “รัสมิ์ภูมิ คลินิก” ด้วยการขยายสาขา , เพิ่มโครงสร้าง Academy สถาบันฝึกอบรมแพทย์ รวมถึงนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และ Supply Chain ของเราเข้าไปเสริมร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลประกอบการปีนี้ของ SPTX อาจจะยัง “ติดลบ” จากการรับรู้ผลขาดทุนและการตัดจำหน่ายสินทรัพย์เดิม แต่เมื่อรับรู้รายได้จาก รัสมิ์ภูมิ คลินิก เข้ามาในปีหน้า ประกอบกับกำไรจาก Super Trader และ ดร.เจล เรามั่นใจว่าจะช่วย “พลิกฟื้น” ผลการดำเนินงานให้กลับมาได้อย่างแน่นอน
“หมออัชฌา” ฉายภาพเทรนด์ของ “ตลาดความงามและสุขภาพ” ในประเทศไทย มูลค่า 200,000 ล้านบาทต่อปี และพิจารณาจากวอลุ่มที่ผู้นำเข้า (Distributor) นำเข้าอุปกรณ์และยาจากต่างประเทศเข้ามาก็ตกปีละกว่า 80,000 ล้านบาทแล้ว ซึ่งยังไม่รวมมูลค่าการซื้อขายหมุนเวียนภายในประเทศจริงๆ
ดังนั้น “ธุรกิจความงามในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องความสวยงามภายนอกอีกต่อไปแล้ว แต่ได้ขยายวงกว้างเข้าสู่เรื่อง Wellness และ Anti-aging อย่างเต็มรูปแบบ เพราะการดูแลแค่ภายนอกอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องดูแลมาจากภายใน หากสุขภาพข้างในแข็งแรง เลือดดี ระบบภูมิคุ้มกันดี ก็จะส่งผลออกมายังผิวพรรณภายนอก”
สอดคล้องกับ “เทรนด์ความงาม” ยุคนี้ไม่ใช่การทำหน้าขาวโป๊ะเหมือนมาสก์กระจกแบบสมัยก่อน หรือการตึงดึงจนล้นและดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่เปลี่ยนมาเป็น Healthy Beauty หรือความสวยสมวัย ดูสุขภาพดี มีออร่า และยังคงเอกลักษณ์ความเป็นตัวเอง หรือ “ความสวยเฉพาะตัว”
นอกจากนี้ ผู้บริโภคเริ่มหันมาโฟกัสเรื่อง “บอร์ดี้” (Body) การดูแลรูปร่างและการออกกำลังกายมากขึ้น คลินิกต่าง ๆ จึงเริ่มปรับตัวมาเน้นบริการกลุ่มนี้
สำหรับเทรนด์ในปีหน้า ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Peptide (เปปไทด์) จะมาแรงมาก ซึ่งคนทั่วไปอาจรู้จักในรูปแบบยาฉีดลดน้ำหนัก แต่จริง ๆ แล้วเปปไทด์มีประโยชน์กว้างกว่านั้น ทั้งการดูแล Wellness, การสร้างกล้ามเนื้อ (Muscle), การลดการอักเสบ และการเพิ่มโกลว์หรือโทนผิวเมื่อใช้กับใบหน้า
ขณะที่ นวัตกรรมและเทคโนโลยีจากต่างประเทศ กำลังเข้ามามีอิทธิพลในไทย สะท้อนผ่านตอนนี้เทรนด์ใหม่กำลังหลั่งไหลมาจาก “ประเทศจีน” เนื่องจากเทคโนโลยีและคุณภาพผลิตภัณฑ์ของจีนพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มได้รับการยอมรับในระดับสากล ประกอบกับการตลาดของจีนแรงมากและทำราคาได้ดี เช่น เทรนด์การทำทรงจมูกแบบจีนเริ่มเข้ามาได้รับความสนใจแทนที่ทรงจมูกเกาหลีแบบเดิม ๆ
โดยตอนนี้เรากำลังอยู่ในขั้นตอนการประสานงานกับ Academy ในประเทศจีน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการระหว่างแพทย์ไทยและจีน หากการเจรจาบรรลุข้อตกลงร่วมกันก็มีแผนจะเดินทางไป
สุดท้าย “หมออัชฌา” ทิ้งท้ายไว้ว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ในช่วงครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และกำลังซื้อที่ย่อตัวลงบ้าง แต่ในไตรมาส 4 ปี 2569 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน สิ่งสำคัญคือ ธุรกิจ Health & Lifestyle เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคตัดออกได้ยาก คนยังคงยอมจ่ายเพื่อดูแลสุขภาพและความงาม
“แม้ในช่วงครึ่งปีแรกเราได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และกำลังซื้อที่ย่อตัวลงบ้าง แต่ในไตรมาส 4 ปี 2569 เราเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน สิ่งสำคัญคือ ธุรกิจ Health & Lifestyle เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคตัดออกได้ยาก คนยังคงยอมจ่ายเพื่อดูแลสุขภาพและความงาม”





