Binance เผชิญกระแสข่าวปมธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่า 5.7 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 1.85 แสนล้านบาท หลังมีข้อสงสัยอาจเกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์ ด้าน ‘Binance TH’ สั่งระงับฝาก-ถอนชั่วคราวระหว่างตรวจสอบระบบ พร้อมยืนยันสินทรัพย์ลูกค้ายังปลอดภัย เหตุ Cold Wallet แยกจาก Binance อย่างเป็นอิสระ ขณะที่ต้นตอ และความเสียหายที่แท้จริงยังต้องรอผลตรวจสอบ
KEY POINTS
- Binance TH ประกาศระงับการฝาก และถอนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นการชั่วคราว เพื่อตรวจสอบระบบความปลอดภัย
- การดำเนินการนี้เป็นมาตรการป้องกันเชิงรุก หลังมีข่าวเกี่ยวกับธุรกรรมต้องสงสัยบนแพลตฟอร์ม Binance ทั่วโลก มูลค่าราว 1.85 แสนล้านบาท (5,700 ล้านดอลลาร์)
- Binance TH ยืนยันว่าสินทรัพย์ของลูกค้ายังคงปลอดภัย เนื่องจากระบบจัดเก็บสินทรัพย์แบบออฟไลน์ (Cold Wallet) ของไทยแยกออกจากระบบของ Binance ทั่วโลกอย่างเป็นอิสระ
- บริการฝาก และถอนจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังการตรวจสอบระบบเสร็จสิ้น โดยบริการอื่นๆ ยังคงใช้งานได้ตามปกติ
- ปัจจุบัน Binance กำลังตรวจสอบธุรกรรมดังกล่าว และยังไม่มีข้อสรุปว่าเกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์จริงหรือไม่
บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล Binance TH ในประเทศไทย ประกาศระงับการฝาก และถอนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นการชั่วคราว เพื่อดำเนินการตรวจสอบระบบความปลอดภัย หลัง Binance เผชิญกระแสข่าวเกี่ยวกับธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงถึง 5,700 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 185,000 ล้านบาท ซึ่งถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์
อย่างไรก็ตาม กัลฟ์ ไบแนนซ์ ยืนยันว่า สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า Binance TH ยังคงปลอดภัย เนื่องจากระบบจัดเก็บสินทรัพย์แบบออฟไลน์ (Cold Wallet) ของแพลตฟอร์มไทยมีการแยกออกจากระบบของ Binance อย่างเป็นอิสระ โดยดำเนินงานภายใต้นิติบุคคล และระบบจัดเก็บสินทรัพย์ของตนเอง การระงับฝาก-ถอนครั้งนี้จึงเป็นมาตรการป้องกันเชิงรุกระหว่างการตรวจสอบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ
ทั้งนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถใช้บริการอื่นบนแพลตฟอร์มได้ตามปกติ ขณะที่บริการฝาก และถอนจะกลับมาเปิดให้บริการเมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้น โดยบริษัทจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่ลูกค้า
สำหรับข้อมูลสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับธุรกรรมดังกล่าว ประกอบด้วย Bitcoin (BTC) มูลค่า 1,450 ล้านดอลลาร์, Ethereum (ETH) 875 ล้านดอลลาร์, TRON (TRX) 234 ล้านดอลลาร์, Tether Gold (XAUT) 50 ล้านดอลลาร์, Tether (USDT) 1,570 ล้านดอลลาร์, USD Coin (USDC) 823 ล้านดอลลาร์, Wrapped Beacon ETH (WBETH) 75 ล้านดอลลาร์, Ripple USD (RLUSD) 88.5 ล้านดอลลาร์ และคริปโทเคอร์เรนซีประเภทอื่นๆ อีกประมาณ 447.5 ล้านดอลลาร์ รวมมูลค่าประมาณ 5,700 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นมูลค่าธุรกรรมที่มีการรายงาน และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นความเสียหายจากการถูกโจรกรรมทั้งหมด เนื่องจากการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์บนเครือข่ายบล็อกเชนอาจเกิดจากการโอนระหว่างกระเป๋าเงิน การปรับโครงสร้างการจัดเก็บสินทรัพย์ หรือการบริหารสภาพคล่องภายในแพลตฟอร์มได้เช่นกัน
ด้าน Binance รับทราบรายงานความผิดปกติ และอยู่ระหว่างตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยยังไม่มีข้อสรุปว่าเกิดการโจมตีทางไซเบอร์จริงหรือมีสินทรัพย์ของผู้ใช้งานได้รับผลกระทบหรือไม่ พร้อมเตือนให้ลูกค้าติดตามข้อมูลผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการ และระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจอาศัยสถานการณ์ดังกล่าวหลอกลวงหรือขโมยข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





