วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘อัสสเดช’ ชี้หุ้นไทยผันผวนตามปัจจัยโลก จ่อปรับเกณฑ์ ESG ปีหน้า ดัน New S-Curve เสริมแกร่ง

‘อัสสเดช’ ชี้หุ้นไทยผันผวนตามปัจจัยโลก แต่ Fund Flow ต่างชาติยังเป็นบวก พร้อมเดินหน้าปรับเกณฑ์ ESG ปี 2570 ยกระดับบริษัทจดทะเบียน ควบคู่ผลักดันธุรกิจ New S-Curve เพิ่มเสน่ห์ตลาดทุนไทยในระยะยาว

KEY POINTS

  • อัสสเดช คงสิริ ชี้ว่าตลาดหุ้นไทยผันผวนระยะสั้นจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ได้แก่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่สูงขึ้น, ความไม่แน่นอนของนโยบายพลังงาน และผลประกอบการหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศ
  • ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนปรับปรุงเกณฑ์และแนวทางการให้คะแนนด้าน ESG ในปีหน้า เพื่อส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
  • ตลท. เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมใหม่และธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง (New S-Curve) ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดทุน เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนและเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว
  • แม้ตลาดจะผันผวน แต่จุดแข็งของตลาดทุนไทยคือกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ยังคงเป็นบวก ซึ่งเป็นตลาดเดียวในภูมิภาคเอเชีย ณ ช่วงเวลาที่กล่าวถึง

ตลาดหุ้นไทยเผชิญความผันผวนระยะสั้นจากปัจจัยภายนอก ทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ความไม่แน่นอนด้านนโยบายพลังงาน และผลประกอบการหุ้นเทคโนโลยีและ AI ในต่างประเทศที่ออกมาคละเคล้า อย่างไรก็ตาม ตลาดทุนไทยยังมีจุดแข็งจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่เป็นบวกและความหลากหลายของอุตสาหกรรม ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมใหม่และ New S-Curve เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว
 

อัสสเดช คงสิริ กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ความผันผวนและการปรับตัวลงของตลาดหุ้นในระยะสั้นมีสาเหตุหลักจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเข้าสู่ภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง และมีการโยกย้ายเงินทุนจากตลาดหุ้นทั่วโลกไปยังสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการประเด็นของการฟอกเงินที่ทำให้เกิดแรงเทขายในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา
 

นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายดูแลโครงสร้างราคาพลังงานยังสร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงานในระยะสั้น แม้ประเมินว่าผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทที่เกี่ยวข้องอาจไม่มากนัก ขณะเดียวกัน การประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีและ AI ในต่างประเทศที่มีทั้งดีกว่าและต่ำกว่าคาด ยังส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก

สำหรับภาพรวมตลาดทุนไทย มีผลการดำเนินงานในปีนี้โดดเด่นเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาค โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 25% นับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่กระแสเงินทุนต่างชาติ ยังคงเป็นบวก และตลาดทุนไทยเป็นตลาดเดียวในภูมิภาคเอเชียที่มีกระแสเงินทุนสะสมจากนักลงทุนต่างชาติเป็นบวก ณ ช่วงเวลาที่กล่าวถึง

ทั้งนี้ จุดแข็งของตลาดทุนไทยอยู่ที่ความหลากหลายของบริษัทจดทะเบียนในหลายอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตแตกต่างกัน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญกับการผลักดันอุตสาหกรรมใหม่และธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง หรือ New S-Curve ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดทุนไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกในการลงทุนและเสริมความน่าสนใจในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังเดินหน้าส่งเสริมมาตรฐานของบริษัทจดทะเบียนผ่านงาน SET Awards ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 เพื่อเชิดชูองค์กรและผู้บริหารที่มีผลงานโดดเด่น รวมถึงเป็นกลไกในการยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของตลาดทุนไทย โดยรางวัลครอบคลุมหลายมิติ ตั้งแต่การบริหารจัดการ การดำเนินงานด้านความยั่งยืน การบริหารห่วงโซ่อุปทาน การสื่อสารกับนักลงทุน ไปจนถึงรางวัลผู้บริหารสูงสุด (CEO Awards)

อัสสเดช กล่าวว่า SET Awards เป็นเวทีสะท้อนศักยภาพและมาตรฐานการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนไทย ตลอดจนสร้างแบบอย่างที่ดีให้แก่องค์กรอื่น ๆ และช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในปีนี้ยังมีรางวัลพิเศษด้านความยั่งยืน สำหรับบริษัทที่ได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี 5 ปี และ 10 ปี เพื่อยกย่ององค์กรที่ดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ

นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนปรับปรุงเกณฑ์และแนวทางการให้คะแนนด้าน ESG ในปีหน้า เพื่อให้การประเมินสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาตลาดทุนที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมุ่งส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ การพัฒนาคุณภาพบริษัทจดทะเบียนควบคู่กับการเพิ่มความหลากหลายของอุตสาหกรรมและการส่งเสริมธุรกิจ New S-Curve ถือเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้ตลาดทุนไทย รองรับการแข่งขันในระยะยาว และเพิ่มโอกาสดึงดูดเงินลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ