วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ ร่วง 16.11 จุด แกว่งตัวลงรับแรงกดดันบอนด์ยีลด์พุ่ง

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 29 ต.ค. 2569 ปรับลง 16.11 จุด หรือ 0.07% อยู่ที่ 1,549.99 จุด มูลค่าการซื้อขาย 13,397.43 ล้านบาท 

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยเปิดภาคเช้าร่วงลง 16.11 จุด โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ที่ปรับตัวสูงขึ้นทะลุ 5%
  • บรรยากาศการลงทุนได้รับผลกระทบเชิงลบจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ
  • ปัจจัยในประเทศกดดันเพิ่มเติมจากการที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนบางแห่งที่ออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 29 ต.ค. 2569 ปรับลง 16.11 จุด หรือ 0.07% อยู่ที่ 1,549.99 จุด มูลค่าการซื้อขาย 13,397.43 ล้านบาท 

หุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ ร่วง 16.11 จุด แกว่งตัวลงรับแรงกดดันบอนด์ยีลด์พุ่ง

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ เปิดเผยถึง แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้ว่า ตลาดมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่ง Sideways ถึง Sideways Down โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ที่ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 5% อีกครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อบรรยากาศการลงทุน

นอกจากนี้ แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด แต่ตลาดคาดการณ์โอกาสเกือบ 80% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนธันวาคม ประกอบกับผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในสหรัฐฯ ออกมาผสมผสาน โดย Alphabet ราคาหุ้นปรับตัวลง จากความกังวลในธุรกิจคลาวด์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อ Sentiment หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในไทย

ด้านปัจจัยในประเทศ นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายสุทธิหลังจากซื้อต่อเนื่องหลายวัน ทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้นกับการประกาศผลประกอบการ Real Sector โดยเมื่อวานนี้ SCC รายงานกำไรต่ำกว่าคาดเกือบ 40% แม้จะมีข่าวดีเรื่องความคืบหน้าการร่วมทุน (JV) กับ PTTGC แต่เมื่อหักลบกันแล้ว ผลประกอบการที่ออกมาแย่กว่าคาดยังคงเป็นปัจจัยกดดันหลักอยู่ 

สำหรับหุ้นกลุ่มโรงกลั่น คาดว่ารับรู้ปัจจัยกดดันไปมากแล้ว และมีโอกาสที่จะทรงตัวหรือรีบาวด์ได้ในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องระมัดระวังความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐที่อาจเข้ามาดูแลหรือกำหนดแนวทางควบคุมราคาพลังงานหากยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง

พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,550 – 1,555 จุด และแนวต้าน 1,590 จุด