วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘สาระ’ ย้ำเวที ‘IMF-World Bank 2026’ โอกาสไทย ชู ‘ฮับดิจิทัล-ประกัน’

“สาระ” ย้ำภาพโอกาสทองโชว์ศักยภาพศูนย์กลางการเงินและเศรษฐกิจของภูมิภาค พร้อมชูจุดแข็งทางภูมิรัฐศาสตร์มีหนุนไทยเร่งเครื่องปฏิรูปกฎระเบียบและติดอาวุธ “เอสเอ็มอี” ชี้โจทย์ใหญ่ดันจีดีพีโต 5% ต้องฝ่าวิกฤติสังคมสูงวัยด้วยการยกระดับ “ทุนมนุษย์” พร้อมเตือนรัฐเร่งสร้างนิเวศหนุนภาคการเงิน-ประกันภัย ป้องกันเม็ดเงินลงทุนไหลออกนอกประเทศ

KEY POINTS

  • การเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2026 เป็นโอกาสสำคัญที่ไทยต้องมองไกลกว่าผลประโยชน์ระยะสั้น โดยมุ่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่
  • นายสาระ ล่ำซำ เสนอให้ใช้เวทีนี้ผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลและประกันภัย โดยภาครัฐต้องเร่งปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
  • หัวใจสำคัญคือการพัฒนาทักษะทรัพยากรมนุษย์ให้เท่าทันเทคโนโลยี AI เพื่อรับมือสังคมสูงวัย ควบคู่กับการสนับสนุนธุรกิจ SME ให้เติบโตและขยายตลาดส่งออก
  • ภาคธุรกิจประกันภัยมีความพร้อมในการแข่งขัน แต่ต้องการนโยบายกำกับดูแลที่เอื้อต่อการเพิ่มศักยภาพและป้องกันไม่ให้เงินทุนไหลออกนอกประเทศ

การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมประจำปี IMF - World Bank Group 2026 นับเป็นเวทีระดับโลกครั้งสำคัญที่จะต้อนรับ “ผู้นำเศรษฐกิจ” และ “ภาคการเงิน” จากทั่วโลก ท่ามกลางกระแสการจัดระเบียบเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยในการเป็นศูนย์กลางความร่วมมือทางธุรกิจและพันธมิตรที่ยั่งยืน 

อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนชั้นนำมองว่า ไทยต้องไม่หยุดเพียงแค่ผลประโยชน์ระยะสั้นจากการกระตุ้นการท่องเที่ยว หรือการจับจ่ายใช้สอยในธุรกิจโรงแรม แต่ต้องมองไกลกว่านั้น ด้วยการเร่งวาง “โครงสร้างพื้นฐานระยะยาว” เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทย เข้าสู่ “ยุคเศรษฐกิจใหม่” อย่างแท้จริง

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมระดับนานาชาติครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของประเทศใน “การปรับเปลี่ยน” และ “รับมือกับความผันผวน” ของบริบทโลก

อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนมองว่าไทยยังคงต้องมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับโจทย์ทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ทั้งในเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระบบการเงิน และโครงสร้างเศรษฐกิจในประเทศอย่างจริงจัง 

‘สาระ’ ย้ำเวที ‘IMF-World Bank 2026’  โอกาสไทย ชู ‘ฮับดิจิทัล-ประกัน’

อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มธุรกิจวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) จะถูกยกเป็นหัวใจสำคัญของระบบเศรษฐกิจ แต่สัดส่วนการมีส่วนร่วมในภาคการส่งออกกลับยังมีอยู่เพียงน้อยนิด โดยแตกต่างจากองค์กรขนาดใหญ่ที่มีทั้งศักยภาพ เงินทุน และเครื่องมือในการปรับตัว 

ดังนั้น “สาระ ”กล่าวย่ำว่า การสนับสนุนกลุ่มธุรกิจ SME อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถยกระดับศักยภาพและขยายตลาดส่งออกได้ จึงเป็นวาระสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ขณะเดียวกัน การจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ถึงเป้าหมายของผลิตภัณฑ์มวลรวมในปประเทศ (GDP) 5% จึงจำเป็นต้องมี “ภาครัฐ” เป็น “หัวหอกหลัก” ในการนำทิศทางอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยง และสม่ำเสมอ โดยภาคเอกชนสะท้อนว่า “กฎระเบียบ” และ “ข้อบังคับ” หลายฉบับในปัจจุบันยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องเร่งปรับแก้ไขกฎหมายให้มีความยืดหยุ่นและเท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

“สาระ” อยากฝากถึงว่า ในมิติด้านเทคโนโลยี แม้สังคมจะพูดถึงเรื่อง Data, Digital หรือ AI กันอย่างกว้างขวาง แต่หัวใจที่แท้จริง คือ "ความสามารถของทรัพยากรมนุษย์" ในการปรับตัวให้ทันกับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ” ซึ่งในภูมิภาคอาเซียนมีเพียง ไทย และ สิงคโปร์ เท่านั้นที่เผชิญภาวะนี้

ด้วยเหตุนี้ การเร่งยกระดับทักษะ (Upskilling) และการเตรียมความพร้อมของกำลังคนให้สามารถทำงานร่วมกับ AI ได้ จึงต้องได้รับการสนับสนุนอย่างชัดเจนและรวดเร็ว ทั้งจากภาครัฐ ระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) และภาคเอกชน เพราะหากองค์กรและบุคลากรสามารถปรับตัวได้ เศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศจึงจะสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

นอกจากนี้ ในเชิงโครงสร้างของประเทศไทย ถือว่าได้เปรียบในแง่ของตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อยู่แล้ว ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ การนำจุดแข็งนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นฐานรากสำคัญทางเศรษฐกิจ

ขณะที่ ในฝั่งของภาคธุรกิจการเงินและประกันภัยของไทยเอง แม้ปัจจุบันจะมีความพร้อมในการแข่งขัน แต่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนด้านกฎเกณฑ์และนโยบายกำกับดูแลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) เพื่อป้องกันไม่ให้เม็ดเงินลงทุนไหลออกไปยังประเทศอื่น โดยทุกภาคส่วนจะต้องทำงานร่วมกันอย่างเป็นบูรณาการ เพื่อให้กฎหมายและข้อบังคับสอดรับกับศักยภาพการดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง

“ภาคประกันภัยของไทยพร้อมสู้ แต่นโยบายกำกับดูแลต้องช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อไม่ให้เม็ดเงินลงทุนไหลออกไปยังประเทศอื่น”

นายสาระ สรุปทิ้งท้ายว่า การพัฒนาเศรษฐกิจไทยในยุคดิจิทัลไม่ใช่เพียงการวิ่งตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ เท่านั้น แต่คือ “การบูรณาการอย่างต่อเนื่อง” ระหว่างการพัฒนาศักยภาพของคน การนำของภาครัฐ การปรับตัวของภาคเอกชน และการปฏิรูปกฎหมายให้สอดรับกัน เพื่อเปลี่ยนโอกาสจากภูมิรัฐศาสตร์และการเป็นเจ้าภาพเวทีระดับโลก ให้กลายเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและจับต้องได้จริงสำหรับคนไทยทุกคน