กูรู มอง Crypto ETF เพิ่มทางเลือกลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านตลาดหุ้นไทย เปิดโอกาสโบรกเกอร์สร้างรายได้และขยายฐานลูกค้า พร้อมเพิ่มช่องทางลงทุนให้สถาบัน แต่เตือนจับตาความเสี่ยงเม็ดเงินไหลออกจากหุ้นไทย
KEY POINTS
- ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเปิดซื้อขาย Crypto ETF ในตลาดหุ้นไทยเป็นพัฒนาการเชิงบวก ช่วยเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านระบบซื้อขายหุ้นปกติได้โดยไม่ต้องจัดการกระเป๋าเงินดิจิทัลเอง
- การมี Crypto ETF จะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้บริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติม และรักษาฐานลูกค้าที่หันไปลงทุนในแพลตฟอร์มต่างประเทศมากขึ้น
- ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะช่วยขยายโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้กว้างขึ้น จากเดิมที่บางกองทุนจำกัดเฉพาะผู้มีความมั่งคั่งสูง และยังเปิดทางให้นักลงทุนสถาบันสามารถลงทุนผ่านช่องทางที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลได้
- การเปิด Crypto ETF ถูกมองว่าเป็นการเพิ่มความเป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างโบรกเกอร์หุ้นกับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในตลาดทุนไทย
- อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าการนำสินทรัพย์ประเภทใหม่เข้ามาอาจดึงเม็ดเงินลงทุนและสภาพคล่องออกจากหุ้นไทย ซึ่งเป็นความท้าทายที่ตลาดทุนต้องเผชิญควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสใหม่ๆ
“ตลาดทุนไทย” เตรียมเปิดทาง Crypto ETF อ้างอิง Bitcoin และ Ethereum หลัง ก.ล.ต. กำหนดหลักเกณฑ์มีผล 16 ต.ค. 2569 เพื่อเป็น “การเพิ่มทางเลือกลงทุน” ผ่านตลาดหุ้น
“ประกิต สิริวัฒนเกตุ” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การที่สำนักงาน ก.ล.ต. เปิดให้ซื้อขาย Bitcoin ETF และ Ethereum ETF ผ่านตลาดหุ้นไทย ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวก ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้สะดวกขึ้น โดยซื้อขายผ่านระบบ Streaming ได้เหมือนหุ้นทั่วไป ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการกระเป๋าเงินดิจิทัล Wallet หรือเปิดบัญชีกับกระดานซื้อขายคริปโทฯ โดยตรง
นอกจากนี้ ยังช่วยขยายโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้มากขึ้น จากเดิมที่กองทุนบางประเภทจำกัดเฉพาะผู้มีความมั่งคั่งสูงมาก พร้อมเสนอให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ สนับสนุน ETF ที่มีคุณภาพและหลากหลาย เนื่องจากมีโอกาสช่วยลดต้นทุนค่าธรรมเนียมเมื่อเทียบกับการลงทุนผ่านกองทุนบางประเภท
ส่วนในด้านธุรกิจ การเปิด Crypto ETF ช่วยเพิ่มความเป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างโบรกเกอร์หุ้นกับศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) เนื่องจาก Exchange สามารถขยายธุรกิจสู่นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ได้ ขณะที่ โบรกเกอร์ที่ต้องการเข้าสู่ธุรกิจคริปโทฯ ต้องพัฒนาระบบและเชื่อมต่อเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งมีความซับซ้อนกว่า
“กรรณ์ หทัยศรัทธา”, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) กล่าวว่า การเปิดให้ซื้อขาย Bitcoin ETF และ Ethereum ETF ในตลาดหุ้นไทย เป็นการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ลงทุน จากเดิมที่มีหุ้นไทย DR และลงทุนในต่างประเทศโดยตรง อีกทั้งช่วยเพิ่มโอกาสธุรกิจให้โบรกไทยนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่และสร้างรายได้เพิ่มเติม ท่ามกลางนักลงทุนรุ่นใหม่ที่หันไปใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศมากขึ้น
การเปิดตัวดังกล่าวล่าช้าเกือบ 5 ปี เทียบกับกระแสความนิยมในสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากนักลงทุนสามารถซื้อขายคริปโทผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Gulf Binance, Bitkub และ InnovestX ได้อยู่แล้ว การเปิดซื้อขาย ETF จึงเป็นการเพิ่มช่องทางลงทุนผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมมากกว่าการสร้างตลาดใหม่ โดยตามความเข้าใจของนักวิเคราะห์ ผลิตภัณฑ์ต้องจัดตั้งและบริหารโดย บลจ. ในไทย ขณะที่ Crypto ETF ที่จดทะเบียนในต่างประเทศยังไม่สามารถนำมาซื้อขายโดยตรงได้
“ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน” อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์การเงิน และเป็นอินฟลูเอนเซอร์สายการลงทุนและสินทรัพย์ดิจิทัล กล่าวว่า การเปิดซื้อขาย Bitcoin ETF และ Ethereum ETF ในตลาดหุ้นไทย ช่วยให้เข้าถึงคริปโทผ่านระบบซื้อขายหุ้นทั่วไป เช่น Streaming โดยไม่ต้องเปิดบัญชีกระดานเทรดเพิ่มเติม หรือจัดการกระเป๋าเงินดิจิทัลเอง อีกทั้งช่วยเปิดทางให้นักลงทุนสถาบันที่มีข้อจำกัดในการถือครอง Bitcoin โดยตรงสามารถลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์ภายใต้กรอบกำกับดูแลได้สะดวกขึ้น
อย่างไรก็ตาม มองการผลักดัน Crypto ETF และ DR อาจมีเป้าหมายส่วนหนึ่งเพื่อช่วยให้โบรกเกอร์รักษาฐานลูกค้าและรายได้ค่าธรรมเนียม หลังนักลงทุนหันไปซื้อขายหุ้นต่างประเทศและสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มอื่นมากขึ้น โดย Crypto ETF ยังมีข้อจำกัดด้านแรงจูงใจทางภาษี เนื่องจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศมีมาตรการยกเว้นภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนดอยู่แล้ว ทำให้ ETF ต้องแข่งขันด้วยความสะดวก ค่าธรรมเนียม และคุณภาพผลิตภัณฑ์เป็นหลัก
อีกด้านหนึ่ง การนำสินทรัพย์ต่างประเทศและคริปโทฯ เข้ามาอยู่บนกระดานหุ้นไทย อาจทำให้เงินลงทุนถูกจัดสรรออกจากหุ้นไทยมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อลูกค้ารายใหญ่สามารถลงทุนใน ETF ผ่านโบรกเกอร์เดิมได้ทันที ส่งผลให้สภาพคล่องหุ้นไทยลดลง อาจซ้ำเติมตลาด IPO ที่เผชิญปัญหาขาดความน่าสนใจอยู่แล้ว จากการแข่งขันกับสินทรัพย์ต่างประเทศที่นักลงทุนมองว่ามีโอกาสเติบโตสูงกว่า
ดังนั้น แม้ Crypto ETF จะช่วยเพิ่มทางเลือกลงทุนและโอกาสทางธุรกิจให้โบรกเกอร์ แต่ตลาดทุนไทยยังต้องสร้างผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันได้ ควบคู่กับการเพิ่มความน่าสนใจของหุ้นไทย เพื่อรักษาเม็ดเงินลงทุนและสภาพคล่องในระยะยาว





