วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2569

Login
Login

หุ้นไทยเช้านี้บวก 4.34 จุด รับ IMF ปรับเพิ่มมุมมองเศรษฐกิจไทย ช่วยพยุงตลาด

ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าบวก 4.34 จุด รับแรงหนุน IMF ปรับเพิ่มมุมมองเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองดัชนียังแกว่งตัวในกรอบและมี Upside จำกัด จากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ยังไม่ชัดเจน พร้อมจับตาแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ปรับตัวลง

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าปรับตัวขึ้น 4.34 จุด หรือ 0.28% มาอยู่ที่ระดับ 1,576.08 จุด
  • ปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงตลาดมาจากการที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้น
  • นักวิเคราะห์มองว่าตลาดยังมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ (Sideways) โดยมี Upside จำกัด เนื่องจากยังขาดกระแสเงินทุนจากต่างชาติที่ชัดเจน
  • ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และผลกระทบจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ปรับตัวลง ซึ่งอาจกดดันตลาดได้

ความเคลื่อนไหว "หุ้นไทย" ภาคเช้า ณ วันที่ 14 ต.ค.2569 บวก 4.34 จุด หรือ 0.28% อยู่ที่ 1,576.08 จุด มูลค่าการซื้อขาย 13,952.69 ล้านบาท

อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล. ทิสโก้ ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า  แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวในกรอบ หรือ Sideways โดยมี Upside ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากยังไม่เห็นกระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างชัดเจน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,565-1,570 จุด และแนวต้านที่ 1,585-1,590 จุด
 

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกจากการปรับมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้นจาก IMF ซึ่งช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนโดยรวม แต่ด้วยข้อจำกัดด้านกระแสเงินทุนต่างชาติและความเสี่ยงจากหุ้นบางกลุ่ม กลยุทธ์การลงทุนจึงยังเน้นเลือกซื้อหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม มองว่าหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทยได้ ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ปรับตัวลดลงค่อนข้างมากในช่วงวันหยุดของไทย อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในภูมิภาคและกดดันตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามประเด็นเฉพาะตัวของหุ้น DELTA หลังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับบริษัทย่อยในเครือที่ไต้หวัน ซึ่งอาจถูกสหรัฐฯ ไต่สวนในประเด็นการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยประเด็นดังกล่าวอาจสร้างความกังวลต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องและส่งผลต่อทิศทางตลาดได้

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งสามารถเก็งกำไรตามประเด็นผลประกอบการ ขณะที่กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเป็นอีกกลุ่มที่น่าติดตาม โดยอาศัยแนวโน้มตัวเลขภาคการท่องเที่ยวที่ทยอยปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง