ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 2.41 จุด แตะ 1,584.63 จุด แม้ภาพรวมยังแกว่งตัวในกรอบไซด์เวย์ โบรกฯ แนะจับตาน้ำท่วมในประเทศ บอนด์ยีลด์ระดับสูง และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากรายงานการประชุมเฟด
KEY POINTS
- ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,584.63 จุด เพิ่มขึ้น 2.41 จุด หรือ 0.15% โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 73,648.47 ล้านบาท
- นักวิเคราะห์จาก บล.บัวหลวง ระบุว่าภาพรวมตลาดยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะไซด์เวย์ (Sideway) แม้จะสามารถยืนในแดนบวกได้
- ปัจจัยที่ต้องจับตาซึ่งสร้างความระมัดระวังในการลงทุน ได้แก่ สถานการณ์น้ำท่วมในประเทศ, อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ยังอยู่ในระดับสูง และการรอติดตามรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed Minutes)
“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (7 ต.ค.2569) ปิดตลาดที่ 1,584.63 จุด บวก 2.41 จุด หรือ 0.15% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,590.74 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,573.22 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย รวม 73,648.47 ล้านบาท
หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. DELTA ราคาปิด 268.00 บาท ลดลง 4.00 บาท หรือ 1.47% มูลค่าการซื้อขาย 4,795.97 ล้านบาท
2. SCC ราคาปิด 265.00 บาท เพิ่มขึ้น 15.00 บาท หรือ 6.00% มูลค่าการซื้อขาย 3,836.80 ล้านบาท
3. CPALL ราคาปิด 42.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 3,460.90 ล้านบาท
4. SCB ราคาปิด 146.00 บาท ลดลง 2.00 บาท หรือ 1.35% มูลค่าการซื้อขาย 3,355.33 ล้านบาท
5. PTT ราคาปิด 40.50 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 2.41% มูลค่าการซื้อขาย 3,103.62 ล้านบาท
พิริยพล คงวาณิช ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ยังสามารถเคลื่อนไหวในแดนบวกได้ตลอดทั้งวัน แม้ช่วงท้ายตลาดจะมีแรงขายทำกำไรออกมาบ้าง ขณะที่ภาพรวมตลาดยังมีลักษณะแกว่งตัวแบบไซด์เวย์ และอยู่ในภาวะสลับกลุ่มลงทุน
สำหรับกลุ่มที่เป็นผู้นำตลาดวันนี้ ได้แก่ กลุ่มพลังงาน โรงกลั่น และปิโตรเคมี ซึ่งได้รับแรงหนุนจากราคาพลังงานที่ยังทรงตัวในระดับสูง ส่งผลให้หุ้นอย่าง TOP SCC และ PTTGC ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ขณะเดียวกันยังมีแรงซื้อในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ Data Center นิคมอุตสาหกรรม และโรงไฟฟ้า จากความคาดหวังถึงความชัดเจนของการลงทุน Data Center และแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าภายในเดือนนี้ โดยหุ้นที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ WHA BGRIM GPSC และ WHAUP
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังซื้อขายด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ทั้งสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศที่ยังไม่คลี่คลายอย่างสมบูรณ์ รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ยังทรงตัวในระดับกดดันตลาด ประกอบกับนักลงทุนรอติดตามรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed Minutes) ในคืนนี้
ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Selective Buy โดยเน้นเลือกหุ้นรายตัวที่มีแนวโน้มกำไรเติบโตดีและมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนชัดเจน โดยให้น้ำหนักเป็นพิเศษกับ กลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งมองว่า PTTGC ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้ นอกจากนี้ กลุ่มโรงไฟฟ้ามีโอกาสกลับมาได้รับแรงเก็งกำไรตามความคืบหน้าของแผน PDP โดยหุ้นที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ ได้แก่ BGRIM GPSC WHAUP และ GUNKUL





