หุ้นท่องเที่ยวกอดคอร่วงรับแรงขายทำกำไร หลังพ้น Golden Week นักลงทุนผวาความไม่แน่นอนตะวันออกกลางกระทบเส้นทางบิน ขณะที่เงินต่างชาติไหลออกซ้ำเติมแรงกดดัน เหตุเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อกระแสเงินทุนสูง
KEY POINTS
- หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวปรับตัวลดลงจากแรงขายทำกำไรหลังสิ้นสุดช่วงวันหยุดยาว Golden Week ของจีน ซึ่งนักลงทุนได้เข้าเก็งกำไรไปก่อนหน้านี้
- ตลาดเผชิญแรงกดดันจากความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบินและการเดินทางระหว่างประเทศ
- การไหลออกของเงินทุนต่างชาติเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาหุ้น เนื่องจากหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวมีความอ่อนไหวต่อกระแสเงินทุนสูง
ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 6 ต.ค.2569 หุ้นท่องเที่ยว ปรับตัวลดลง นำโดย
หุ้น MINT ร่วง 2.37% ลดลง 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 20.60 บาท
หุ้น AOT ร่วง 2.09% ลดลง 1.25 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 58.50 บาท
หุ้น AWC ร่วง 1.26% ลดลง 0.04 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 3.14 บาท
หุ้น AAV ร่วง 1.20% ลดลง 0.01 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 0.82 บาท
หุ้น CENTEL ร่วง 1.14% ลดลง 0.50 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 43.25 บาท
หุ้น ERW ร่วง 1.12% ลดลง 0.04 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 3.54 บาท
หุ้น SHR ร่วง 0.66% ลดลง 0.01 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.51 บาท
หุ้น BA ร่วง 0.52% ลดลง 0.10 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 19.10 บาท
หุ้น VRANDA ร่วง 0.46% ลดลง 0.02 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 4.32 บาท
ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวปรับตัวลดลงสาเหตุสำคัญมาจากแรงขายทำกำไรหลังผ่านพ้นช่วงวันหยุดยาว Golden Week ของจีน ซึ่งก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวได้รับแรงเก็งกำไรจากความคาดหวังต่อจำนวนนักท่องเที่ยวและการเดินทางในช่วงวันหยุดดังกล่าว เมื่อผ่านช่วงเทศกาลจึงเกิดแรงขายเพื่อปรับฐาน
ขณะเดียวกัน ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลต่อสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านเส้นทางบินและการใช้น่านฟ้า ซึ่งอาจกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศและสร้างความกังวลต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะสั้น
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญมาจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่ยังมีต่อเนื่อง โดยหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวถือเป็นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อกระแสเงินทุนค่อนข้างสูง ทำให้เมื่อเกิดภาวะเงินทุนต่างชาติไหลออก หุ้นในกลุ่มดังกล่าวมีโอกาสเผชิญแรงขายมากกว่ากลุ่มอื่น
ส่วนสถานการณ์น้ำในประเทศก็มีส่วนกดดันบรรยากาศการลงทุนโดยรวม แต่ไม่น่าจะใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้หุ้นท่องเที่ยวปรับตัวลงทุกตัว เนื่องจากแม้แต่หุ้นที่มีฐานธุรกิจอยู่นอกประเทศไทยก็ได้รับแรงขายเช่นกัน โดยเฉพาะ MINT ซึ่งมีฐานโรงแรมส่วนใหญ่อยู่ในยุโรป แต่ราคาหุ้นก็ปรับตัวลดลงแรงตามภาพรวมของตลาด
สำหรับแนวโน้มระยะถัดไป ยังมีปัจจัยบวกที่สามารถเข้ามาช่วยหนุนการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โดยเฉพาะการประชุม IMF และ World Bank ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกระยะสั้นที่ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มโรงแรมโดยตรง ขณะที่ปัจจัยสำคัญมากขึ้นมาจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของการท่องเที่ยวไทยในเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและเป็นแรงหนุนต่อราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวให้มีโอกาสฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม ในด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนยังไม่ต้องรีบร้อนเข้าซื้อหุ้นที่มีแรงขายออกมาอย่างหนักในช่วงนี้ เนื่องจากตลาดยังมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและกระแสเงินทุนต่างชาติ โดยควรรอจังหวะและใช้กลยุทธ์ทยอยสะสมมากกว่าเข้าซื้อในครั้งเดียว
สำหรับหุ้นที่ให้น้ำหนักความสนใจ แนะนำเน้นหุ้นที่มีโครงสร้างรายได้อิงกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเข้าสู่ช่วง High Season ในช่วงปลายปี โดยหุ้นเด่นที่แนะนำ ได้แก่ CENTEL และ ERW ซึ่งมองว่ายังมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทยในระยะถัดไป




