ก.ล.ต. ยันพิจารณาตามกองทรัสต์ “แกรนด์รีท” เปิดประชุมผู้ถือหน่วยโหวตขาย “รอยัล ออคิด เชอราตัน” และ “เลิกกองทรัสต์” ทำได้ตามกฎหมาย ชี้เป็นสิทธิ์ผู้ถือหน่วยเพื่อประโยชน์สูงสุด พร้อมตั้งการ์ดสูงติดตามความคืบหน้าใกล้ชิด ขณะเดียวกัน สั่งเดินหน้าตรวจฐานะการเงิน “แกรนด์” หลังชี้แจงสละสิทธิตามหุ้นเพิ่มทุน “อาร์โอเอช” เพื่อแก้ “ฟรีโฟลต” ดักทางวิกฤติหนี้หุ้นกู้ 11 รุ่น นัดถกผ่อนผัน 4 รุ่น เหตุผิดนัดชำระดอกเบี้ย 7 ต.ค.นี้
KEY POINTS
- ก.ล.ต. ยืนยันว่ากองทรัสต์ GROREIT สามารถจัดประชุมผู้ถือหน่วยเพื่อลงมติขายทรัพย์สิน (โรงแรมรอยัล ออคิด) และเลิกกองทรัสต์ได้ โดยจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด
- การดำเนินการดังกล่าวมีสาเหตุจากข้อขัดแย้งเรื่องสิทธิการซื้อคืนโรงแรมระหว่างกองทรัสต์ GROREIT และเจ้าของเดิม (ROH) ที่ไม่สามารถตกลงกันได้หลังพ้นกำหนดเวลา
- ก.ล.ต. เน้นย้ำว่าการขายทรัพย์สินและเลิกกองทรัสต์เป็นเรื่องที่ต้องให้ผู้ถือหน่วยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ เพื่อรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยโดยรวมเป็นสำคัญ
มหากาพย์ศึกโรงแรมหรู 4.8 พันล้านบาท ที่เป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในแวดวง “ตลาดทุนไทย” ในช่วงที่ผ่านมา คงไม่พ้นความขัดแย้งกรรมสิทธิ์ “โรงแรม รอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส” ที่ลากยาวมาหลายเดือน เนื่องจากการตีความสัญญาที่มีข้อตกลงในการซื้อคืนที่แตกต่างกัน ฝั่งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออร์คิด โฮสพีทาลิตี้ที่มีข้อตกลงในการซื้อคืน (GROREIT) มองว่าเมื่อเงินไม่มาตามนัดคือสัญญาขาด สิทธิซื้อคืนหลุดลอย และเตรียมเปิดประมูลเจ้าของรายใหม่ เพื่อคืนเงินให้ผู้ถือหน่วย พร้อมทั้งดำเนินการเลิกกองทรัสต์ GROREIT ทันที
และฝั่ง “ผู้เช่า” ซึ่งเป็นอดีตเจ้าของเดิมอย่าง บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH หลังพ้นกำหนดเส้นตายวันดีเดย์ซื้อขายคืนแล้ว แต่ก็ยังยืนยันสามารถซื้อคืนได้
มหากาพย์ศึกโรงแรมหรู 4.8 พันล้านบาท ที่เป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในแวดวง “ตลาดทุนไทย” ในช่วงที่ผ่านมา คงไม่พ้นความขัดแย้งกรรมสิทธิ์ “โรงแรม รอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส” ที่ลากยาวมาหลายเดือน เนื่องจากการตีความสัญญาที่มีข้อตกลงในการซื้อคืนที่แตกต่างกัน ฝั่งกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออร์คิด โฮสพีทาลิตี้ที่มีข้อตกลงในการซื้อคืน (GROREIT) มองว่าเมื่อเงินไม่มาตามนัดคือสัญญาขาด สิทธิซื้อคืนหลุดลอย และเตรียมเปิดประมูลเจ้าของรายใหม่ เพื่อคืนเงินให้ผู้ถือหน่วย พร้อมทั้งดำเนินการเลิกกองทรัสต์ GROREIT ทันที
และฝั่ง “ผู้เช่า” ซึ่งเป็นอดีตเจ้าของเดิมอย่าง บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH หลังพ้นกำหนดเส้นตายวันดีเดย์ซื้อขายคืนแล้ว แต่ก็ยังยืนยันสามารถซื้อคืนได้
กรณีดังกล่าว นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การขายทรัพย์สินและการเลิกกองทรัสต์เป็นเรื่องที่ต้องให้ “ผู้ถือหน่วยมีส่วนร่วมตัดสินใจ” โดยผู้จัดการกองทรัสต์และทรัสตีต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง และคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยโดยรวม
สำหรับกรณีนี้ กองทรัสต์ GROREIT พิจารณาแล้วเห็นว่า ควรเปิดประชุมผู้ถือหน่วยเพื่อให้ใช้สิทธิออกเสียงในประเด็นดังกล่าว ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะติดตามติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. ยังได้ติดตามข้อมูลที่ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND เปิดเผยผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงฐานะการเงิน สภาพคล่อง และข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกรณีที่ GRAND สละสิทธิจองซื้อหุ้น “เพิ่มทุน ROH” ตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการกระจายการถือหุ้นรายย่อย และภายหลังรายการดังกล่าว GRAND ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ ROH
ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะติดตามให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ ทันเวลา และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประสานงานกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ ปัจจุบัน GRAND มีหุ้นกู้คงค้าง 13 รุ่น มูลค่ารวม 3,605.47 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นหุ้นกู้มีประกัน ซึ่งทั้งหมดเป็นการเสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่
โดยเหตุผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้บางรุ่น เนื่องจากมีข้อจำกัดด้าน “สภาพคล่อง” และ “ความล่าช้าของแผนจำหน่ายทรัพย์สิน” (ซึ่งผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้อยู่ระหว่างดำเนินการฟ้องร้องคดีเพื่อบังคับชำระหนี้ หุ้นกู้ 2 รุ่นที่ผิดนัดชำระหนี้ทั้งจำนวน)
ทั้งนี้ ในวันที่ 7 ต.ค. GRAND จะจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 11 รุ่น เพื่อขอผ่อนผันเหตุผิดนัดของหุ้นกู้ 4 รุ่น ที่ผิดนัดชำระดอกเบี้ย ผลการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับมติของผู้ถือหุ้นกู้ในแต่ละรุ่น ส่วน ROH ไม่มีหุ้นกู้คงค้าง จึงยังไม่พบประเด็นผลกระทบโดยตรงในส่วนของหุ้นกู้
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา ทางสำนักงาน ก.ล.ต. ได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยขอให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้อย่างเคร่งครัด และออกข่าวแจ้งเตือนผู้ลงทุนเพื่อใช้สิทธิและออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นกู้





