KCE นำกลุ่มอิเล็กฯ พุ่ง 4.98% ดัน YTD ทะยาน 313.46% โบรกชี้รับอานิสงส์ยุโรปฟื้น-การแข่งขัน PCB ลดลง พร้อมจับตาความชัดเจน Tesla หนุนอัพไซด์ในอนาคต
KEY POINTS
- หุ้น KCE ปรับตัวขึ้น 4.98% ในวันที่ 30 ก.ย. 2569 ส่งผลให้ราคาตั้งแต่ต้นปี (YTD) ทะยานขึ้น 313.46%
- นักวิเคราะห์ (โบรกเกอร์) ชี้ว่าปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลักของ KCE โดยเฉพาะในภาคการผลิตและอุตสาหกรรมยานยนต์
- KCE ยังได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากการที่คู่แข่งหันไปมุ่งเน้นตลาด AI และ Data Center ทำให้การแข่งขันในตลาด PCB ลดลง และบริษัทมีอำนาจในการปรับขึ้นราคาขายได้ดีขึ้น
- ความร่วมมือกับ Tesla ถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่อาจเพิ่มอัพไซด์ (Upside) ให้กับกำไรและราคาหุ้นในอนาคต หากมีความชัดเจนมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยภาคเช้า ณ วันที่ 30 ก.ย.2569 หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นำโดย
หุ้น KCE บวก 4.98% เพิ่มขึ้น 3.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 79.00 บาท ราคาตั้งแต่ต้นปี 2569 บวก 313.46%
หุ้น HANA บวก 1.43% เพิ่มขึ้น 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 53.25 บาท ราคาตั้งแต่ต้นปี 2569 บวก 222.09%
หุ้น DELTA บวก 0.38% เพิ่มขึ้น 1.00 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 263.00 บาท ราคาตั้งแต่ต้นปี 2569 บวก 51.45%
นายภูวดล ภูสอดเงิน ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล.บัวหลวง ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า การปรับตัวขึ้นแรงของหุ้นบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ต่างชาติและโบรกเกอร์ที่มีฐานลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งทยอยปรับเพิ่มคำแนะนำและมุมมองต่อหุ้น ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของ KCE มีแนวโน้มฟื้นตัวตามตลาดหลักในยุโรป
ทั้งนี้ ตลาดยุโรปซึ่งเป็นตลาดสำคัญของ KCE เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว โดยเฉพาะดัชนีภาคการผลิต (PMI) และอุตสาหกรรมยานยนต์ ส่งผลให้แนวโน้มคำสั่งซื้อและรายได้ของ KCE มีโอกาสปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของตลาดดังกล่าว
นอกจากนี้ KCE ยังได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากกระแสการลงทุนใน AI และ Data Center แม้บริษัทไม่ได้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับ AI หรือ Data Center โดยตรง แต่ทว่าการที่คู่แข่งบางรายปรับเปลี่ยนกำลังการผลิตไปมุ่งเน้นตลาด AI และ Data Center มากขึ้น ทำให้การแข่งขันในตลาด PCB ที่ KCE ดำเนินธุรกิจอยู่ลดลง
อย่างไรก็ดี ปัจจัยดังกล่าวช่วยเพิ่มอำนาจในการส่งผ่านต้นทุนของ KCE โดยในช่วงที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น บริษัทสามารถเจรจาปรับราคาขายกับลูกค้าเพื่อชดเชยต้นทุนได้ดีขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดหาวัตถุดิบบางประเภท ทำให้การปรับขึ้นราคาขายมีแนวโน้มส่งผลบวกต่ออัตรากำไรอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 2/2569 และไตรมาส 3/2569 และยังมีโอกาสปรับราคาขายเพิ่มเติมในไตรมาส 4/2569
สำหรับปัจจัยหนุนในระยะถัดไป ซึ่งประเทศไทยมีทิศทางผลักดันการเป็นศูนย์กลางการผลิต Semiconductor และ PCB ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งธีมที่สนับสนุน KCE ในฐานะผู้ประกอบการรายสำคัญของไทย
ขณะที่การร่วมงานกับ Tesla ยังถือเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ปัจจุบันรายละเอียดและขนาดของโครงการยังไม่มีความชัดเจน แต่หากมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินโอกาสการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ และอาจเป็น Catalyst ต่อราคาหุ้นในอนาคต
นอกจากนี้ KCE ถือเป็นหุ้นที่นักวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวกมากที่สุดตัวหนึ่งในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากจนแตะระดับราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานแล้ว ขณะที่ในเชิงเทคนิคมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 80 บาท ซึ่งราคาหุ้นเริ่มเข้าใกล้ระดับดังกล่าว จึงมีโอกาสเห็นการชะลอตัวหรือพักฐานในระยะสั้น
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นักลงทุนระยะสั้นหรือผู้ที่ถือหุ้นอยู่แล้ว อาจพิจารณาทยอยแบ่งขายทำกำไรบางส่วน หลังราคาปรับขึ้นมาชนทั้งแนวต้านทางเทคนิคและราคาเป้าหมายพื้นฐาน ขณะที่นักลงทุนระยะยาวที่มีต้นทุนต่ำยังสามารถถือครองต่อได้ เนื่องจากปัจจัยบวกด้านผลประกอบการมีแนวโน้มทยอยสะท้อนออกมาในแต่ละไตรมาส
ทั้งนี้ มองว่าปีหน้ามีโอกาสเป็นอีกปีที่ผลประกอบการของ KCE เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่หากโครงการหรือความร่วมมือกับ Tesla มีความชัดเจนมากขึ้น จะเป็นปัจจัยที่เพิ่ม Upside ให้กับประมาณการกำไรและมูลค่าหุ้นในระยะถัดไป





