วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2569

Login
Login

พิษน้ำท่วม‘กทม.-ปริมณฑล’ กดดันหุ้นประกันดิ่งยกแผง หวั่นยอดจ่ายเคลมพุ่ง

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลกดดันหุ้นกลุ่มประกัน ปรับตัวลงยกแผงจากความกังวลจำนวนเคลมรถยนต์และบ้านเรือนเพิ่มขึ้น ขณะที่นักวิเคราะห์แนะชะลอการเข้าซื้อและรอประเมินสถานการณ์ในช่วง 4-5 วันข้างหน้า

KEY POINTS

  • สถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลสร้างความกังวลว่าจะกระทบเศรษฐกิจและตลาดหุ้น โดยนักวิเคราะห์มองว่าหุ้นกลุ่มประกันได้รับแรงกดดันมากที่สุดจากความหวั่นวิตกว่าต้นทุนการจ่ายค่าสินไหมทดแทน (เคลม) จะเพิ่มขึ้น
  • หุ้นกลุ่มประกันเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันดัชนีตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2569 โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงยกแผง นำโดย THRE (-4.92%), TIPH (-3.20%), MTI (-2.27%), BLA (-1.67%) และ AYUD (-1.70%)
  • นักวิเคราะห์จาก บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า หุ้นกลุ่มประกันปรับตัวลงทั้งกลุ่มจากความกังวลของนักลงทุนต่อจำนวนการเคลมสินไหมที่อาจเพิ่มขึ้น หลังเกิดความเสียหายต่อรถยนต์และบ้านเรือนในหลายพื้นที่
  • นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มประกันภัย และรอให้สถานการณ์คลี่คลายลงก่อน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4-5 วัน

เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาพื้นที่ “กรุงเทพฯ” (กทม.) และปริมณฑล เกิดสถานการณ์ “น้ำท่วมขัง” ในหลายพื้นที่ และยังต้องเฝ้าระวังในช่วง 3-4 วัน หลังปริมาณน้ำในลุ่มเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นแตะระดับที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยกรมชลประทานระบุว่า การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในกรอบ 1,500-2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที 

ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์จะกระทบต่อ “เศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย” มากน้อยเพียงใด ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินผลกระทบยังจำกัดเมื่อเทียบกับปี 2554 แต่หุ้นที่ได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ข้างต้น ยกให้ “กลุ่มประกัน” สะท้อนผ่าน เหล่านักวิเคราะห์มีมุมมองน้ำท่วมฉับพลันกรุงเทพฯ อาจสร้าง “เซนติเมนต์” กดดันหุ้นกลุ่มประกัน เหตุหวั่นเผชิญกับต้นทุนเคลมและค่าสำรองสินไหมเพิ่ม

ความเคลื่อนไหวดัชนี “ตลาดหุ้นไทย” วานนี้ (28 ก.ย.2569) ปิดตลาดปรับตัวลดลง 5.26 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,602.37 จุด หรือ 0.33% โดยในช่วงเช้าของวานนี้ ดัชนี SET Index หลุด 1,600 จุดอีกครั้ง หนึ่งในปัจจัยกดดัน มาจาก “หุ้นกลุ่มประกัน” ซี่งล่าสุดปิดตลาดปรับตัวลดลง นำโดย บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE ร่วง 4.92% ลดลง 0.03 บาท มาอยู่ที่ 0.58 บาท , บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH ร่วง 3.20% ลดลง 0.80 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 24.20 บาท

บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI ร่วง 2.27% ลดลง 0.50 บาท มาอยู่ที่ 21.50 บาท , บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ BLA ร่วง 1.67% ลดลง 0.40 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 23.60 บาท , บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ AYUD ร่วง 1.70% ลดลง 0.75 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 43.25 บาท และบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI ระดับราคาอยู่ที่ 11.30 บาท (ไม่เปลี่ยนแปลง

นายกรรณ์ หทัยศรัทธา, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หุ้นกลุ่มประกันภัยปรับตัวลดลงค่อนข้างมากทั้งกลุ่ม จากความกังวลของนักลงทุนต่อจำนวนการเคลมสินไหมที่อาจเพิ่มขึ้น หลังเกิดความเสียหายต่อรถยนต์และบ้านเรือนหลายพื้นที่ ขณะที่ปัจจุบันยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายที่แน่ชัดได้ 

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มประกันภัยยังมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่ยังทรงตัวในระดับสูงบริเวณ 5% โดยการปรับตัวลงรอบนี้มองว่าเป็นผลจากความกังวลเรื่องการเคลมสินไหมเป็นหลัก หลังจากก่อนหน้านี้หุ้นกลุ่มประกันภัยสามารถยืนระยะได้ค่อนข้างดี

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนชะลอการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มประกันภัย และรอให้สถานการณ์รวมถึงความกังวลดังกล่าวสงบลงก่อน โดยประเมินว่าประเด็นนี้น่าจะคลี่คลายได้ภายใน 4-5 วัน ขณะที่ผลกระทบต่อภาพรวมตลาดยังมีจำกัด เนื่องจากตลาดมองว่าเป็นการเก็งกำไรเฉพาะกลุ่ม

ทั้งนี้ หากนักลงทุนต้องการเข้าซื้อหุ้นในช่วงตลาดย่อตัว สามารถพิจารณาสับเปลี่ยนไปยังกลุ่มอื่น โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังมีปัจจัยหนุนจากตัวเลขการส่งออกในเดือนล่าสุดที่ยังออกมาดี ขณะที่กลุ่มโรงพยาบาลมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 ที่จะออกมาดี

บริษัทหลักทรัพย์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมในไทยยังเฝ้าระวัง หลังฝนตกหนักถึงหนักมากและมีมวลน้ำจากภาคเหนือไหลสมทบพื้นที่ภาคกลาง ส่งผลให้เกิดอุทกภัยแล้ว 25 จังหวัด ครอบคลุม 128 อำเภอ สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องช่วงวันที่ 2527 ก.ย. 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ และกระทบการเดินทาง โดย กทม. พบจุดน้ำท่วมบนถนนหลายสาย 

ขณะที่พื้นที่ลุ่มต่ำและริมคลองได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ ล่าสุดฝนมีแนวโน้มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกซ้ำและใช้เวลาระบายน้ำประมาณ 12 วัน รัฐบาลจึงประกาศให้ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ 2829 ก.ย. เพื่อบรรเทาผลกระทบและลดการเดินทางของประชาชน

“เราประเมินผลกระทบต่อ SET Index ในระยะสั้น จาก sentiment เชิงลบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่คาดว่าผลกระทบต่อผลการดำเนินงานยังไม่มาก ขณะที่ประกันภัย TIPH, TVH, MTI, BKI, AYUD ได้รับผลกระทบจากการจ่ายค่าชดเชยจากน้ำท่วม” 

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ให้มุมมองว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในพื้นที่กรุงเทพฯช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเมินว่าอาจเห็นแรงซื้อและแรงขายต่อตัวหุ้นที่เกี่ยวข้องในระยะสั้น โดยในฝั่งของตัวหุ้นที่อาจได้รับแรงกดดันด้านเซนติเมนต์

โดยมองไปยังบริษัทประกันที่มีพอร์ตประกันรถยนต์/ทรัพย์สิน ซึ่งอาจเผชิญกับต้นทุนเคลมและค่าสำรองสินไหมที่เพิ่มขึ้น เช่น TIPH,THRE 

นอกจากนั้น กลุ่มที่อิงกับ Mobility ของผู้คน เช่น ห้างสรรพสินค้าร้านอาหาร อาทิเช่น CRC, CPN และ กลุ่ม Mass transit ที่เช่น BEM, BTS อาจได้รับผลกระทบจาก Traffic ที่ลดลงในช่วงสั้น

ส่วนในทางกลับกันนั้น ประเมินเซนติเมนต์เชิงบวกมีโอกาสเกิดขึ้นกลับหุ้นกลุ่มค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น เช่น ร้านสะดวกซื้อ (CPALL) และHypermarket (BJC, CPAXT) ที่มีโอกาสเห็นอุปสงค์ต่อการกักตุนสินค้า ในระยะสั้น รวมไปถึงกลุ่ม Home improvement และวัสดุก่อสร้าง ที่อาจได้ประโยชน์จากความต้องการซื้อสินค้าหลังน้ำลด เช่น HMPRO, TOA เป็นต้น