วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน 2569

Login
Login

ตลท. ผนึก FETCO ร่วมคณะนายกฯ ลุยโรดโชว์ ‘นิวยอร์ก-ลอนดอน’ ดึงกองทุนระดับโลก AUM สูงสุด 48 ล้านล้านดอลลาร์

ตลท.และ FETCO ร่วมคณะนายกรัฐมนตรี โรดโชว์พบผู้ลงทุนสถาบันชั้นนำระดับโลก ณ นครนิวยอร์ก และกรุงลอนดอน 22-25 ก.ย. 2569 นำเสนอศักยภาพเศรษฐกิจไทย พบผู้ลงทุนสถาบันระดับโลกร่วมรับฟังข้อมูล 43 กองทุน AUM กว่า 48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

KEY POINTS

  • ตลท. และ FETCO ร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเดินทางไปโรดโชว์ที่นครนิวยอร์กและกรุงลอนดอน เพื่อนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุนของไทย
  • สามารถดึงดูดกองทุนชั้นนำระดับโลก 43 แห่ง ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) รวมกว่า 48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้เข้าร่วมรับฟังข้อมูล
  • นักลงทุนในนิวยอร์กให้ความสำคัญกับจุดยืนความเป็นกลางของไทย ขณะที่นักลงทุนในลอนดอนเน้นเรื่องเสถียรภาพทางการเมืองและความต่อเนื่องของนโยบาย
  • ตลท. ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) เพื่อปูทางสู่การจดทะเบียนหลักทรัพย์ข้ามตลาด (Dual Listing) และพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ร่วมกิจกรรมโรดโชว์ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 22-25 กันยายน 2569 ตามภารกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (UNGA81) โดยนำทีมไทยแลนด์เสนอทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและโอกาสการลงทุนแก่ผู้ลงทุนสถาบันต่างประเทศ ร่วมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีผู้ลงทุนสถาบันชั้นนำของโลกจาก 43 กองทุน คิดเป็นสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) กว่า 48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ*เข้าร่วมรับฟังข้อมูลและซักถามแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้นำประเทศโดยตรง

ตลท. ผนึก FETCO ร่วมคณะนายกฯ ลุยโรดโชว์ ‘นิวยอร์ก-ลอนดอน’  ดึงกองทุนระดับโลก AUM สูงสุด 48 ล้านล้านดอลลาร์

 

ส่วนที่ลอนดอน ผู้ลงทุนสถาบันอังกฤษให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางการเมืองเป็นอันดับแรก ตามด้วยแรงส่งของวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ ซึ่งสะท้อนผ่านยอดขอรับการส่งเสริมจาก BOI ที่ทำสถิติสูงสุด โดยไทยเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณการลงทุน และผู้ลงทุนยังให้น้ำหนักกับความต่อเนื่องของนโยบายรัฐบาลในการผลักดันผลลัพธ์ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยเสริมความเชื่อมั่นระยะยาวของผู้ลงทุนกลุ่มนี้ต่อประเทศไทย

 

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ที่นิวยอร์ก ผู้ลงทุนให้น้ำหนักมากที่สุดกับจุดยืนความเป็นกลางของไทยท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยมองเป็น “โอกาส” มากกว่าความเสี่ยง และหากไทยรักษาจุดยืนนี้ได้ต่อเนื่อง จะดึงดูดเงินลงทุนจากหลายประเทศเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ลงทุนยังจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลางที่อาจกดดันราคาพลังงานและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตอบข้อกังวลนี้ด้วยแผนลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนและการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ พร้อมชูโครงการ JUMP+ และ BOI to IPO เป็นกลไกดึงธุรกิจกลุ่ม New Economy เข้าสู่ตลาดทุนไทย

ตลท. ผนึก FETCO ร่วมคณะนายกฯ ลุยโรดโชว์ ‘นิวยอร์ก-ลอนดอน’  ดึงกองทุนระดับโลก AUM สูงสุด 48 ล้านล้านดอลลาร์

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า "ตั้งแต่ต้นปี 2569 เงินทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้าตลาดหุ้นไทยแล้วราว 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 10% ของเงินทุนที่ไหลออกกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา นับเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่ดีและยังมีโอกาสให้ไหลกลับได้อีกมาก โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากเสถียรภาพทางการเมือง แผนเศรษฐกิจระยะยาวที่ชัดเจน และการกลับเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นของกำไรบริษัทจดทะเบียน นอกจากนั้น การที่ผู้บริหารระดับสูงของกองทุนชั้นนำในนิวยอร์กเดินทางมาร่วมรับฟังด้วยตนเอง ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกอย่างมากต่อตลาดทุนไทย เพราะกองทุนในสหรัฐฯ ส่วนมากมักสนใจเฉพาะตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ที่มีขนาดใหญ่ รวมทั้งจะเข้ารับฟังข้อมูลก็ต่อเมื่อมั่นใจจริงในแนวโน้มระยะยาวของตลาดทุนนั้น ๆ ประเด็นที่ผู้ลงทุนให้ความสนใจมากคือความชัดเจนของนโยบายรัฐบาล ทั้งสิ่งที่รัฐบาลตั้งใจจะผลักดันและความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในการนำนโยบายไปปฏิบัติ รวมทั้งเสถียรภาพทางการเงินและค่าเงินบาท ซึ่งนายกรัฐมนตรีและคณะได้ตอบข้อซักถามครบทุกประเด็นอย่างชัดเจน ผมเชื่อว่าการพบปะกับผู้ลงทุนในนิวยอร์กครั้งนี้ จะช่วยให้ผู้ลงทุนมั่นใจในทิศทางของเศรษฐกิจและโอกาสของตลาดทุนไทยมากขึ้น”

สรุปผลโรดโชว์ตลาดทุนร่วมกับรัฐบาลไทย นิวยอร์ก-ลอนดอน 22-25 กันยายน 2569

นครนิวยอร์ก: ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร ธนาคารแห่งอเมริกา เนชั่นแนล แอซโซซิเอชั่น ในการเชิญผู้ลงทุนสถาบันต่างประเทศ เกือบทั้งหมดตอบรับเข้าร่วมโรดโชว์ และการประชุมแบบกลุ่มมี 22 กองทุนชั้นนำ อาทิ BlackRock, Blackstone, Citadel, Fidelity, Schroders ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) รวมประมาณ 45 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และพบแบบone-on-one อีก 2 ราย ได้แก่ Pacific Investment Management Company (PIMCO) และ Brookfield รวมทั้งองค์กรชั้นนำ Microsoft และ Google ได้ร่วมหารือกับนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ ยังมี Jefferies สถาบันวาณิชธนกิจชั้นนำของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรของตลาดหลักทรัพย์ฯ นำ 15 กองทุนชั้นนำ AUM รวมกันประมาณ 1.7ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ร่วมรับฟังข้อมูลจากนายกรัฐมนตรีโดยตรง

ลอนดอน: ร่วมกับ UBS โดยผู้ลงทุนสถาบันที่มาร่วมรับฟังข้อมูลเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดจาก 8 กองทุน อาทิ BlackRock, Schroders  มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) รวมกันประมาณ 16.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในโอกาสเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange: NYSE) เกี่ยวกับกรอบความร่วมมือด้านการจดทะเบียนหลักทรัพย์ทั้งสองตลาด (Dual Listing) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ อาทิ ETF (Exchange-Traded Fund) ข้อมูลตลาดและผลิตภัณฑ์ดัชนี ผลิตภัณฑ์และบริการด้าน ESG รวมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อบริษัทและผู้ลงทุนของทั้งสองประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยานนอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ร่วมลั่นระฆังเปิดการซื้อขาย ณ NYSE เพื่อประชาสัมพันธ์ศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทยต่อหน้าผู้ลงทุนระดับโลก

ตลท. ผนึก FETCO ร่วมคณะนายกฯ ลุยโรดโชว์ ‘นิวยอร์ก-ลอนดอน’  ดึงกองทุนระดับโลก AUM สูงสุด 48 ล้านล้านดอลลาร์