วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2569

Login
Login

‘กลุ่มท่องเที่ยว’ กระทบจำกัด ปมเลื่อน ‘ไทยเที่ยวไทย’ ไปช่วงเม.ย. 70 หนุนช่วยลดผันผวนโลว์ซีซัน

เลื่อน “ไทยเที่ยวไทยพลัส” หวังช่วยรองรับท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซันปีหน้า รับกระทบจำกัด “บล.ทิสโก้” ชี้หนุนรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวสม่ำเสมอ-ช่วยลดผันผวนตามฤดูกาล “บล.พาย” มองย้ายไปช่วงมี.ค.-เม.ย. ช่วยกระตุ้นการเดินทางหลังปีใหม่ได้ดีกว่า “บล.เอเซีย พลัส” คาดเก็บงบไว้ใช้โลว์ซีซันจะช่วยหนุนโรงแรมที่มีฐานในไทยฟื้นตัวของ “รายได้-กำไร” จากฐานต่ำได้

KEY POINTS

  • นักวิเคราะห์มองการเลื่อนโครงการ “ไทยเที่ยวไทย” ไปเป็น เม.ย. 70 ส่งผลกระทบต่อกลุ่มท่องเที่ยวจำกัดในระดับ Neutral ถึงค่อนข้างดี เนื่องจากช่วงปลายปีเป็น High Season ที่มีความต้องการท่องเที่ยวสูงอยู่แล้ว
  • การย้ายโครงการไปใช้ในช่วง Low Season จะช่วยให้รายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวมีความสม่ำเสมอมากขึ้น และช่วยลดความผันผวนตามฤดูกาล
  • บล.พาย ชี้ว่าการย้ายไปช่วง มี.ค.-เม.ย. จะช่วยกระตุ้นการเดินทางและใช้จ่ายหลังเทศกาลปีใหม่ได้ดีกว่า และเพื่อไม่ให้มาตรการซ้อนทับกับโครงการอื่น
  • บล.เอเซีย พลัส คาดว่าการเก็บงบไว้ใช้ช่วงโลว์ซีซัน จะช่วยหนุนให้โรงแรมที่มีฐานธุรกิจในไทยสามารถฟื้นตัวของ “รายได้-กำไร” จากฐานที่ต่ำได้อย่างเด่นชัด

การท่องเที่ยวไทยยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ โดยในช่วงปลายปีเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ขณะที่ภาครัฐเตรียมปรับช่วงเวลาของมาตรการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” จากเดิมที่วางไว้ในช่วงปลายปี 2569 ไปเป็นประมาณเดือนเม.ย. 2570 เพื่อให้สอดคล้องกับจังหวะการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายในแต่ละช่วงของปี ด้านนักวิเคราะห์ประเมินผลต่อกลุ่มท่องเที่ยวในทิศทางใกล้เคียงกัน โดยมองว่าการเลื่อนมาตรการไม่ได้กระทบผลประกอบการ ขณะที่ช่วงปลายปียังมีปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ High Season ก่อนที่มาตรการจะเข้ามาช่วยกระตุ้นในช่วง Low Season ปีหน้า

‘กลุ่มท่องเที่ยว’ กระทบจำกัด ปมเลื่อน ‘ไทยเที่ยวไทย’ ไปช่วงเม.ย. 70 หนุนช่วยลดผันผวนโลว์ซีซัน

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ ให้สัมภาษณ์กับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การที่รัฐบาลเลื่อนโครงการ “ไทยเที่ยวไทย” จากเดิมที่จะดำเนินการในเดือนตุลาคม 2569 ไปเป็นเม.ย. 2570 มองจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่มท่องเที่ยวไม่มากนัก โดยประเมินผลกระทบในระดับ Neutral ถึงค่อนข้างดี เนื่องจากการเลื่อนโครงการไปใช้ในปีหน้าจะช่วยรองรับการท่องเที่ยวในช่วง Low Season ทำให้รายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวมีความสม่ำเสมอมากขึ้น และช่วยลดความผันผวนตามฤดูกาล

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี ยังคงมุมมอง Positive ต่อกลุ่มท่องเที่ยว โดยช่วงปลายปีจะมีอีเวนต์และกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตามธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้น การเลื่อนโครงการของรัฐบาลออกไปจึงเปรียบเสมือนการ “เก็บกระสุน” ไว้ใช้สนับสนุนและกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่มีความจำเป็นมากกว่า โดยเฉพาะช่วง Low Season ในปีหน้า

ด้านหุ้นเด่นได้แก่ ในกลุ่มโรงแรม ยังเลือก ERW เป็นหนึ่งในหุ้น Top Pick หลักของกลุ่ม ขณะที่ SHR และ S เป็นอีกหนึ่ง Top Pick ที่น่าสนใจ มีลักษณะเป็นหุ้น Turnaround ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ในระดับที่ถูก และมี Valuation ต่ำกว่า ERW ส่วน CENTEL เป็นอีกหนึ่งหุ้นในกลุ่มโรงแรมที่ติดตาม

‘กลุ่มท่องเที่ยว’ กระทบจำกัด ปมเลื่อน ‘ไทยเที่ยวไทย’ ไปช่วงเม.ย. 70 หนุนช่วยลดผันผวนโลว์ซีซัน

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ต่ออายุมาตรการ “ไทยช่วยไทย” ถึงเดือนพ.ย. จึงเลื่อน “ไทยเที่ยวไทย” เพื่อไม่ให้มาตรการซ้อนทับกัน ขณะที่ไตรมาส 4 เป็น High Season ที่มีความต้องการท่องเที่ยวอยู่แล้ว การย้ายโครงการไปเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซัน จึงช่วยกระตุ้นการเดินทาง และใช้จ่ายหลังเทศกาลปีใหม่ได้มากกว่าโดยมองผลกระทบต่อผลประกอบการกลุ่มท่องเที่ยวเป็น Neutral เนื่องจากการมีหรือไม่มีมาตรการในไตรมาส 3-4 ไม่ได้สร้างความแตกต่าง

ขณะที่ ปัจจัยที่เข้ามาช่วยหนุนกลุ่มท่องเที่ยวในระยะถัดไปคือ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนของธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยว หลังจากก่อนหน้านี้ต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานในระดับสูง หากราคาน้ำมันปรับตัวลงต่อเนื่อง ยังมีโอกาสทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินลดลงตาม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางเข้าประเทศไทย รวมถึงการเดินทางท่องเที่ยวของคนในประเทศ ส่งผลดีต่อรายได้และผลประกอบการของกลุ่มท่องเที่ยว

ด้านกลยุทธ์ลงทุนยังมีมุมมองที่ดีต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว โดยมองเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากปัจจัยฤดูกาล หรือ Seasonal Trend แต่แนะนำให้เลือกหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นมาน้อยกว่าหุ้นอื่นในกลุ่ม หรือหุ้นที่มีลักษณะ Laggard เพื่อเปิดโอกาสรับการฟื้นตัวราคาหุ้น

สำหรับ หุ้นเด่นแนะนำ MINT เนื่องจากราคาหุ้นยังปรับตัวขึ้นมาไม่มาก ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการและกำไรยังเติบโตได้ดีในระดับมากกว่า 10% เมื่อเทียบกับหุ้นอื่นในกลุ่ม เช่น CENTEL และ AWC ที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมากแล้ว ทำให้ MINT ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรและโอกาสในการฟื้นตัวของราคาหุ้น

‘กลุ่มท่องเที่ยว’ กระทบจำกัด ปมเลื่อน ‘ไทยเที่ยวไทย’ ไปช่วงเม.ย. 70 หนุนช่วยลดผันผวนโลว์ซีซัน

นายภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า การเลื่อนโครงการเป็นการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะกับช่วงเวลา เพราะช่วงไฮซีซันมีความต้องการท่องเที่ยวอยู่แล้ว จึงเก็บงบไว้กระตุ้นช่วงโลว์ซีซันเพื่อเพิ่มประสิทธิผลทางเศรษฐกิจ โดยโรงแรมที่มีฐานธุรกิจในไทย เช่น ERW และ CENTEL จะได้ประโยชน์ เนื่องจากไตรมาส 2-3 เป็นช่วงฐานกำไรต่ำ ทำให้มาตรการกระตุ้นช่วยหนุนรายได้และกำไรเด่นชัดกว่าการใช้ในช่วงไฮซีซัน

ขณะที่ แนวโน้มการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปี โดยเฉพาะไตรมาส 4 จะเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซันเต็มตัว โดยเดือนต.ค. มีปัจจัยหนุนจากนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางในช่วงวันหยุดยาว Golden Week ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. และคาบเกี่ยวกับเทศกาลไหว้พระจันทร์ โดยหากมีการลาหยุดเพิ่มเติมอาจทำให้เกิดช่วงวันหยุดยาวได้ถึง 13 วัน 

นอกจากนี้ ยังมีการจัดประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF-World Bank Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการเข้าพักในกลุ่มโรงแรม ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป จะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ โดยมีแรงหนุนสำคัญจากนักท่องเที่ยวยุโรปที่เริ่มเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวในช่วงปลายปีมีปัจจัยสนับสนุนต่อเนื่อง

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเน้นสะสมหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่มีโครงสร้างรายได้จากประเทศไทยเป็นหลัก โดยหุ้นเด่น ได้แก่ CENTEL, AOT และ ERW ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการเข้าสู่ช่วงไฮซีซันในช่วงปลายปี