ปปง.ขยายผลยึดทรัพย์ “หมอบุญ” กับพวก เพิ่ม 286 รายการ มูลค่า 1,799 ล้านบาท ทั้งรถ ที่ดิน ห้องชุด และเงินฝาก หลังยึดครั้งก่อน 404 ล้านบาท ส่งผลยอดทรัพย์สินที่ถูกยึดในคดีฉ้อโกงประชาชนรวมกว่า 2,203 ล้านบาท
KEY POINTS
- สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งยึดทรัพย์สินของ นพ.บุญ วนาสิน กับพวก เพิ่มเติมในคดีฉ้อโกงประชาชน
- ทรัพย์สินที่ถูกยึดเพิ่มเติมมีจำนวน 286 รายการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,799 ล้านบาท
- รายการทรัพย์สินที่ถูกยึดประกอบด้วยยานพาหนะ, ที่ดิน, ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร
- การยึดทรัพย์ครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการยึดครั้งก่อนหน้ามูลค่า 404 ล้านบาท ทำให้ยอดรวมทรัพย์สินที่ถูกยึดในคดีนี้มีมูลค่าประมาณ 2,203 ล้านบาท
- คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนในโครงการทางการแพทย์ โดย นพ.บุญ ได้หลบหนีออกนอกประเทศ
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 8/2569 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 โดยมี นายเทพสุ บวรโชติดารา เป็นกรรมการและเลขานุการ ที่ประชุมมีมติดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินในคดีความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ การพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ
ทั้งนี้ ผลการดำเนินการที่น่าสนใจ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่ง ยึดและอายัดทรัพย์สิน 39 รายคดี รวม 918 รายการ พร้อมดอกผล คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,902 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการในคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวกับการก่อการร้าย โดยส่งรายชื่อให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้เป็นบุคคลที่ถูกกำหนด จำนวน 8 รายคดี
โดยหนึ่งในคดีที่น่าสนใจเป็นพิเศษคงหนีไม่พ้นคดีนายบุญกับพวก หรือ นพ.บุญ วนาสิน อดีตประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ซึ่งเกี่ยวข้องกับความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยก่อนหน้านี้มีทรัพย์สินส่วนหนึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 200/2568 รวมมูลค่าประมาณ 404 ล้านบาท ตามย.159/2568
ล่าสุด ในการพิจารณาครั้งนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม จำนวน 286 รายการ ตามคำสั่ง ย.196/2569 รวมมูลค่าประมาณ 1,799 ล้านบาท
โดยทรัพย์สินที่ถูกยึดเพิ่มเติมครอบคลุมหลายประเภท ทั้ง ยานพาหนะ ที่ดิน ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร โดยมูลค่าทรัพย์สินในส่วนของคดีนายบุญดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของทรัพย์สินที่คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งดำเนินการในครั้งนี้
ทั้งนี้ หากย้อนกลับไป คดีดังกล่าวเริ่มจากกรณี นพ.บุญกับพวกถูกกล่าวหาว่าชักชวนประชาชนให้ร่วมลงทุนในโครงการทางการแพทย์ ผ่านรูปแบบสัญญากู้ยืมเงินและเสนอผลตอบแทนในอัตราสูง โดยอ้างว่าจะนำเงินไปพัฒนาโครงการต่างๆ ทั้งศูนย์มะเร็งย่านปิ่นเกล้า เวลเนสเซ็นเตอร์ย่านพระราม 3 โครงการโรงพยาบาลในลาวและเวียดนาม รวมถึงธุรกิจ Medical Intelligence
โดยการระดมทุนมีหลายรูปแบบ ทั้งการกู้ยืมโดยไม่มีหลักประกัน การใช้หุ้น THG หรือเช็คค้ำประกัน การมีบุคคลหรือนิติบุคคลค้ำประกัน และการร่วมลงทุนในหุ้น IPO โดยเสนอผลตอบแทนราว 5-15% ต่อปี ก่อนต่อมาไม่สามารถดำเนินโครงการและชำระเงินคืนได้ จนนำไปสู่การดำเนินคดี โดยมีผู้เสียหาย 605 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 16,100 ล้านบาท
ขณะที่ วันที่ 14 ก.พ.2568 อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง นพ.บุญกับพวกรวม 16 คน ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ขณะที่ นพ.บุญได้หลบหนีออกนอกประเทศ โดยมีข้อมูลว่าอาจพำนักอยู่ในประเทศจีน แต่ยังไม่มีการยืนยันสถานที่อยู่ในปัจจุบัน
ด้านการติดตามทรัพย์สิน ก่อนหน้านี้ DSI ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและส่งต่อให้ ปปง.ดำเนินการ โดยเมื่อวันที่ 5 ส.ค.2568 คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์ 370 รายการ มูลค่าประมาณ 404 ล้านบาท ตามคำสั่ง ย.159/2568 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 200/2568
ล่าสุด ปปง.ขยายผลและมีคำสั่งยึดทรัพย์เพิ่มเติม 286 รายการ มูลค่าประมาณ 1,799 ล้านบาท ส่งผลให้ทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดจากคำสั่งทั้งสองครั้งมีมูลค่ารวมประมาณ 2,203 ล้านบาท และจะเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายต่อไป





