หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ากลับมาได้รับความสนใจ รับ 3 ปัจจัยหนุนทั้งกระแสลงทุน Data Center ราคาน้ำมันลดลง และเงินบาทแข็งค่า จับตา “อนุทิน” พบผู้บริหาร Google 23 ก.ย. ดันความต้องการใช้ไฟระยะยาว โบรกฯ ชี้ GULF-BGRIM-GPSC-EGCO เด่น
KEY POINTS
- หุ้นโรงไฟฟ้า GULF, BGRIM, และ GPSC กลับมาน่าสนใจจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ กระแสการลงทุน Data Center, ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงซึ่งช่วยลดต้นทุนก๊าซ และเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
- GULF และ BGRIM เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการขยายตัวของ Data Center โดย GULF มีศูนย์ข้อมูลที่เปิดดำเนินการแล้วและมีแผนขยายธุรกิจต่อเนื่อง ส่วน BGRIM อยู่ระหว่างการก่อสร้าง Data Center ขนาด 48 เมกะวัตต์
- ราคาน้ำมันที่ลดลงเป็นปัจจัยบวกต่อ BGRIM และ GPSC ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมสูง ทำให้มีโอกาสที่ส่วนต่างกำไร (Margin) จะฟื้นตัว
- ฝ่ายวิจัยแนะนำ GULF จากปัจจัยหนุนด้าน Data Center, BGRIM จากแนวโน้มการฟื้นตัวของ Margin ตามทิศทางราคาน้ำมัน และ GPSC สามารถใช้กลยุทธ์ซื้อขายตาม Sentiment ของกลุ่มได้
ทิศทางการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ากลับมาได้รับความสนใจมากขึ้น หลังปัจจัยด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ต้นทุนพลังงาน และค่าเงินบาท เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อแนวโน้มผลประกอบการ ขณะที่การขยายตัวของ Data Center ในไทยยังเป็นประเด็นที่ตลาดจับตาในระยะกลางถึงระยะยาว
ธัญญา อุดม นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ และ IAA บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ากลับมาได้รับความสนใจจาก 3 ปัจจัยหลัก โดยประเด็นแรกคือกระแสการลงทุน Data Center รอบใหม่ หลังนายกรัฐมนตรี อนุทิน มีกำหนดหารือกับผู้บริหาร Google ในวันที่ 23 ก.ย. 2569 เกี่ยวกับดิจิทัล เทคโนโลยี AI และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ทั้งนี้ Google มีแผนลงทุนประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนา Data Center และ Cloud ในไทย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้าจากเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะยาว และเป็นโอกาสต่อยอดการลงทุนสำหรับผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าที่มีธุรกิจ Data Center
ขณะที่ปัจจัยที่สองคือราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมัน Dubai และ Brent ลดลงราว 3% และ 8% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า มาอยู่ที่ประมาณ 115 และ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตามลำดับ ซึ่งทิศทางราคาน้ำมันที่อ่อนตัวมีโอกาสส่งผ่านมายังต้นทุนก๊าซของโรงไฟฟ้าในระยะถัดไป
ส่วนปัจจัยที่สามคือเงินบาทแข็งค่าขึ้น ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 33.45 บาทต่อดอลลาร์ จากราว 34 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงเดือน ก.ค. ซึ่งเป็นบวกต่อบริษัทที่มีภาระหนี้และการลงทุนในต่างประเทศ โดยช่วยลดมูลค่าหนี้สกุลดอลลาร์เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท และอาจส่งผลให้เกิดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Gain)
สำหรับหุ้นที่มีความชัดเจนในการรับประโยชน์จากการขยายตัวของ Data Center ได้แก่ GULF ซึ่งปัจจุบันมี Data Center ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 25 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างพัฒนาอีก 38 เมกะวัตต์ รวมถึงมีแผนขยายเพิ่มเติมอีก 100 เมกะวัตต์ในระยะถัดไป ขณะที่ BGRIM อยู่ระหว่างก่อสร้าง Data Center ขนาด 48 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ลดลงคาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อความรู้สึกของตลาดในระยะสั้นสำหรับ BGRIM และ GPSC เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากการขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมประมาณ 20–35% ซึ่งมีโอกาสทำให้ส่วนต่างกำไร (Margin) ฟื้นตัวในระยะถัดไป หลังไตรมาส 3 ปี 2569 คาดเป็นช่วงที่ต้นทุนก๊าซอยู่ในระดับสูงสุดของปี
ด้านค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นยังเป็นประโยชน์ต่อ EGCO ซึ่งมีสัดส่วนเงินกู้สกุลดอลลาร์ประมาณ 50–60% ขณะที่ GULF และ BGRIM มีสัดส่วนประมาณ 15% จึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการลดลงของภาระหนี้เมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น ฝ่ายวิจัยมองว่าหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้ายังมีปัจจัยบวกสนับสนุน และแนะนำการลงทุนแบบเลือกเป็นรายตัว โดย GULF มีปัจจัยหนุนจากขนาดบริษัทที่ใหญ่ แรงซื้อจาก Fund Flow และกระแสการลงทุน Data Center ขณะที่ BGRIM ได้ประโยชน์จากแนวโน้มการฟื้นตัวของ Margin ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ลดลง ส่วน GPSC สามารถใช้กลยุทธ์ซื้อขายตาม Sentiment ของกลุ่มโรงไฟฟ้า




