ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 6.41 จุด ยืนเหนือ 1,600 จุด รับแรงหนุน Nasdaq ทำ All-Time High ดันหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ Fund Flow ต่างชาติฟื้น หลังไทยได้ปรับ Outlook เป็น Stable
KEY POINTS
- ตลาดหุ้นไทย (SET) ปิดตลาดที่ 1,604.44 จุด เพิ่มขึ้น 6.41 จุด สามารถยืนเหนือระดับ 1,600 จุดได้
- ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่ดัชนี Nasdaq ของสหรัฐฯ ทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All-Time High) ซึ่งส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทย
- Fund Flow จากนักลงทุนต่างชาติปรับตัวดีขึ้น หลังมีการปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยเป็น Stable ซึ่งช่วยหนุนการลงทุนในตลาด
“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (22 ก.ย.2569) ปิดตลาดที่ 1,604.44 จุด บวก 6.41 จุด หรือ 0.40% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,612.36 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,601.55 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย รวม 67,048.01 ล้านบาท
หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. DELTA ราคาปิด 252.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท หรือ 2.02% มูลค่าการซื้อขาย 8,444.29 ล้านบาท
2. SCB ราคาปิด 158.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 0.96% มูลค่าการซื้อขาย 4,385.36 ล้านบาท
3. BBL ราคาปิด 197.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือ 1.02% มูลค่าการซื้อขาย 3,150.78 ล้านบาท
4. PTT ราคาปิด 42.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 2,760.54 ล้านบาท
5. KBANK ราคาปิด 257.00 บาท ลดลง 1.00 บาท หรือ 0.39% มูลค่าการซื้อขาย 2,431.64 ล้านบาท
อภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล. ทิสโก้ ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้สามารถเคลื่อนไหวในแดนบวกได้เกือบตลอดทั้งวัน แม้ช่วงบ่ายดัชนีจะย่อตัวและลดช่วงบวกลง แต่ท้ายที่สุดยังสามารถปิดตลาดในแดนบวกได้
ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากตลาดหุ้นสหรัฐ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและดัชนี Nasdaq ที่ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All-Time High) ส่งผลให้มีแรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ของไทยอย่างโดดเด่น และช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนโดยรวม
ขณะที่สัญญาณ Fund Flow ต่างชาติเริ่มปรับตัวดีขึ้น หลังมีการปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยเป็น Stable สะท้อนมุมมองต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ประกอบกับมีแรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่หรือ Blue-chip เข้ามาช่วยประคองดัชนี
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ย.2569) ได้แก่ ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและภาคบริการ ซึ่งเป็นตัวเลขเศรษฐกิจเบื้องต้นที่ตลาดให้ความสนใจ รวมถึงการหารือระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ที่สหรัฐฯ ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางตลาดและบรรยากาศการลงทุน
ด้านกลยุทธ์การลงทุน หากดัชนีหุ้นไทยสามารถกลับมายืนเหนือระดับ 1,610 จุด ได้ จะถือเป็นสัญญาณบวก ขณะที่ปัจจจุบันสามารถยืนเหนือระดับ 1,600 จุด ได้อย่างแข็งแกร่ง จะช่วยให้ภาพตลาดเริ่มดีขึ้น โดยประเมินกรอบแนวต้านไว้ที่ 1,610-1,620 จุด และแนวรับที่ 1,590 จุด ซึ่งนักลงทุนสามารถใช้กรอบดังกล่าวประกอบการซื้อขายระยะสั้นได้





