วันพฤหัสบดี ที่ 10 กันยายน 2569

Login
Login

หุ้นไทยวันนี้ปิดร่วง 2.82 จุด โบรกชี้จับตา CPI-ดอกเบี้ยเฟด

ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,615.07 จุด ลดลง 2.82 จุด หรือ 0.17% โบรกเผยนักลงทุนกำลังจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ พรุ่งนี้ หลังกังวลว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูง

KEY POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,615.07 จุด ลดลง 2.82 จุด หรือ 0.17% โดยมีความผันผวนในระหว่างวัน แต่ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานช่วยพยุงดัชนี
  • นักลงทุนกำลังจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันที่ 11 ก.ย. ซึ่งตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 3.4%
  • โบรกเกอร์ชี้ว่ามีความกังวลว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจส่งผลให้เงินเฟ้อในเดือนถัดไปเร่งตัวขึ้นอีก
  • ปัจจัยเรื่องเงินเฟ้อดังกล่าวจะสร้างแรงกดดันต่อทิศทางการตัดสินใจเรื่องนโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

“ตลาดหุ้นไทย” วันนี้ (10 ก.ย.2569) ปิดตลาดที่ 1,615.07 จุด ลบ 2.82 จุด หรือ 0.17% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ 1,621.28 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,609.66 จุด มีมูลค่าการซื้อขายรวม 69,918.18 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. PTT ราคาปิด 42.00 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.59% มูลค่าการซื้อขาย 4,685.59 ล้านบาท

2. KTB ราคาปิด 44.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.73% มูลค่าการซื้อขาย 3,898.42 ล้านบาท

3. PTTEP ราคาปิด 155.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 0.32% มูลค่าการซื้อขาย 3,090.50 ล้านบาท

4. KBANK ราคาปิด 245.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.41% มูลค่าการซื้อขาย 3,038.61 ล้านบาท

5. TOP ราคาปิด 67.00 บาท ลดลง 3.00 บาท หรือ 4.29% มูลค่าการซื้อขาย 2,720.42 ล้านบาท

หุ้นไทยวันนี้ปิดร่วง 2.82 จุด โบรกชี้จับตา CPI-ดอกเบี้ยเฟด

กรรณ์ หทัยศรัทธา, IAA, CFA หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย (ลูกค้ารายย่อย) บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญความผันผวน โดยช่วงเช้าดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลงราว 8 จุด ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาช่วยประคองตลาดไม่ให้หลุดระดับ 1,600 จุด

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงตลาดมาจากหุ้นกลุ่มธนาคาร พลังงาน และโรงกลั่น ซึ่งมีน้ำหนักรวมกันเกือบ 30% ของมาร์เก็ตแคป โดยเฉพาะหุ้นธนาคารที่ได้รับแรงหนุนจากการประกาศจ่ายเงินปันผลของ KTB ที่ 0.48 บาทต่อหุ้น สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มธนาคาร อาทิ KBANK SCB และ TTB มีทิศทางแข็งแกร่ง

ขณะที่กลุ่มพลังงานและโรงกลั่นได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน DELTA แม้ราคาหุ้นไม่ได้ปรับตัวลงแรง แต่ก็ช่วยลดแรงกดดันต่อดัชนีโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันพรุ่งนี้ (11 ก.ย.2569) โดยตลาดคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ตัวเลขจะออกมาตามคาด แต่ทว่ายังมีความกังวลว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจส่งผลให้เงินเฟ้อในเดือนถัดไปเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง และเพิ่มแรงกดดันต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเพิ่มความระมัดระวังในช่วงก่อนตลาดปิดวันพรุ่งนี้ (11 ก.ย.2569) เนื่องจากอาจมีแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงก่อนการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ขณะที่หุ้นที่สามารถถือข้ามได้ยังเน้นกลุ่มที่มีแนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังแข็งแกร่ง

โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เช่น DELTA ราคาปรับตัวลงมาพอสมควรและยังได้รับแรงหนุนจากกระแสการเปิดตัวและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้าน AI ขณะที่กลุ่มโรงพยาบาล เช่น BDMS มีแนวโน้มฟื้นตัวในไตรมาส 3/2569 จากค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรายเดือนของผู้ใช้บริการที่ปรับเพิ่มขึ้น

ส่วนกลุ่มธนาคารยังมีความน่าสนใจจากปัจจัยด้านเงินปันผลที่ช่วยสนับสนุนราคาหุ้น ขณะที่กลุ่มที่ควรเพิ่มความระมัดระวัง ได้แก่ ไฟแนนซ์และอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากหากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงและนำไปสู่แรงกดดันด้านดอกเบี้ย อาจเผชิญแรงขายเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์หน้า