วันพฤหัสบดี ที่ 3 กันยายน 2569

Login
Login

ดาวโจนส์ดีดกลับขึ้นเกือบ 300 จุด หลังบอนด์ยีลด์ชะลอการปรับขึ้น

ดาวโจนส์ดีดกลับขึ้นเกือบ 300 จุดเมื่อคืน ยุติการร่วงต่อเนื่องกันสามวัน หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐชะลอจากการปรับขึ้นแรงล่าสุด

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวขึ้นในวันพุธ (2 ก.ย. 69) ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐหยุดพักจากการปรับขึ้นต่อเนื่องที่ดันผลตอบแทน (US Treasury yields) ขึ้นไปอยู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี  

ดัชนี S&P 500 ปรับขึ้น 0.46% ไปอยู่ที่ 7,666.60 จุด  

ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.45% ปิดที่ 26,217.83 จุด  

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 295.07 จุด หรือ 0.56% ปิดที่ 53,061.95 จุด โดยได้แรงหนุนจากหุ้น Nvidia และ Johnson & Johnson

ช่วงหลังตลาดหุ้นถูกกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นจะกระทบต่อเงินเฟ้อ ดัชนี S&P 500, Nasdaq ที่เน้นหุ้นเทคโนโลยี และดาวโจนส์ที่มี 30 หุ้นหลัก ต่างก็ยุติการปรับตัวลงต่อเนื่องสามวัน

การปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์เริ่มแผ่วลง

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 4.818% ในวันพุธ ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 ผลตอบแทนพันธบัตรในสหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ต่างก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน ส่วนในญี่ปุ่น ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีซื้อขายอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี

ดัชนีหลักปรับขึ้นในวันพุธ หลังจากแรงขึ้นล่าสุดของผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มผ่อนลง โดยผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีในช่วงท้ายตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

เจย์ แฮตฟิลด์ ซีอีโอของ Infrastructure Capital Advisors ให้สัมภาษณ์กับ CNBC โดยระบุว่า ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือ “ราคาน้ำมัน” พร้อมชี้ว่าตลาดยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบในช่วงฤดูกาลที่มักจะอ่อนตัว “นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ตลาดสามารถดีดตัวขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ เพราะราคาน้ำมันเริ่มทำจุดสูงสุดชั่วคราว”

น้ำมันดิบยังขึ้นต่อ

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดเพิ่มขึ้นเกือบ 1% ที่ 91.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดที่ 95.63 ดอลลาร์ หลังจากปรับขึ้นราว 1% การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันเกิดขึ้นพร้อมกับที่สหรัฐเปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่านเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความกังวลว่าความขัดแย้งอาจยกระดับอีกครั้ง

แฮตฟิลด์กล่าวว่า แม้เขาไม่เชื่อว่าจะมีข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน แต่การปรับขึ้นล่าสุดของราคาน้ำมันอาจอยู่ไม่นาน โดยเขาคาดว่า ดัชนี S&P 500 จะลงไปทำฐานที่ระดับ 7,500 จุด

เขาเสริมว่า “เรามองว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลงในช่วงหกเดือนข้างหน้า เนื่องจากการผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกเพิ่มขึ้น และมีการพัฒนาช่องทางขนส่งน้ำมันทางเลือกใหม่ๆ”

ด้านรัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ คริส ไรท์ ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี ในวันพุธว่า มีน้ำมันมากกว่า 17 ล้านบาร์เรลถูกส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์ ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่สงครามอิหร่านปะทุขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์