วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

FLE หุ้นน้องใหม่เปิดตัวแรง! เทรดเหนือจอง 18% ลุ้นโตต่อรับธุรกิจน้ำ-Data Center

FLE หุ้นน้องใหม่เข้าเทรดวันแรกเหนือราคา IPO 18% รับความสนใจจากนักลงทุน ขณะที่นักวิเคราะห์มองแนวโน้มรายได้และกำไรเติบโตต่อเนื่อง หนุนจากธุรกิจบริหารจัดการน้ำ งานในมือ ธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ และโอกาสใหม่จากการขยายตัวของ Data Center

KEY POINTS

  • หุ้น FLE เปิดซื้อขายวันแรกที่ราคา 1.45 บาท เพิ่มขึ้น 18% จากราคาจองซื้อ (IPO) ที่ 1.23 บาท
  • นักวิเคราะห์คาดการณ์รายได้และกำไรจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2569-2570 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากงานในมือ (Backlog) โครงการภาครัฐ และความต้องการบริหารจัดการน้ำที่เพิ่มขึ้นเพื่อรับมือปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม
  • บริษัทฯ เตรียมต่อยอดธุรกิจเดิมไปสู่โอกาสใหม่ๆ เช่น ธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำเพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และขยายฐานลูกค้าไปยังภาคเอกชน
  • FLE มองเห็นโอกาสการเติบโตจากการขยายตัวของธุรกิจ Data Center ในประเทศไทย โดยสามารถนำความเชี่ยวชาญด้านระบบสูบน้ำและวิศวกรรมไปใช้ในระบบระบายความร้อน (Cooling System)
  • เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้ขยายธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ, ขยายฐานลูกค้าภาคเอกชน และต่อยอดสู่โครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ Data Center

ความเคลื่อนไหว"ตลาดหุ้นไทย"ภาคเช้า ณ วันที่ 1 ก.ย.2569 หุ้นน้องใหม่ FLE หรือ บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเทรดวันแรกเหนือจอง 18% หรือเพิ่มขึ้น 0.22 บาท ระดับราคาอยู่ที่ 1.45 บาท จากราคาไอพีโอที่ 1.23 บาท
 

เอกรินทร์ วงษ์ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานและการเติบโตคาดรายได้ของ FLE จะเพิ่มขึ้นจาก 575 ล้านบาทในปี 2568 เป็น 870 ล้านบาทในปี 2569 หรือเติบโตร้อยละ 51.4 จากปีก่อน ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 994 ล้านบาทในปี 2570 หรือเติบโตร้อยละ 14.2 โดยได้รับแรงหนุนจากการรับรู้ Backlog งานระบบน้ำขนาดใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐ งานใหม่ที่คาดว่าจะได้รับเพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำงาน O&M และบริการด้านระบบชลประทานและระบบส่งน้ำ

ส่วนด้านกำไรสุทธิคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 37 ล้านบาทในปี 2568 เป็น 47 ล้านบาทในปี 2569 หรือเติบโตร้อยละ 27.0 ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 63 ล้านบาทในปี 2570 หรือเติบโตร้อยละ 34.0 

ทั้งนี้ ประเมินมูลค่าเหมาะสม ณ สิ้นปี 2570 ที่ 2.10 บาท ต่อหุ้น ด้วยวิธี PER ratio ที่ 10 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย Current Trading PER ของหุ้นที่มีธุรกิจใกล้เคียงกับบริษัท

สำหรับ FLE ประกอบธุรกิจด้านระบบบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร ครูอบคลุมการจัดหาและจำหน่ายเครื่องสูบน้ำ วาล์ว ท่อ สะพานเบลีย์ เรือขุด และอุปกรณ์ที่เกี่ยวของจากผูผลิตชั้นนำระดับโลก รวมถึงผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินคาของบริษัทฯ ได้แก่ เครื่องสูบน้ำและวาล์ว "HYLIC" และท่อส่งน้ำ "ANACONDA" นอกูจากนี้ บริษัทฯ ยังให้บริการติดตั้ง ทดสอบ ซ่อมบำรุง ให้เช่าเครื่องสูบน้ำ และรับเหมาระบบไฟฟ้าและเครื่องกลสำหรับงานชลประทาน ระบบส่งน้ำ และระบบโซลารเซลล์

โดยความน่าสนใจในการลงทุนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องสูบน้ำและระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี พ้รอมให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหา ติดตั้ง ทดสอบไปจนถึงการซอมบำรุงและบริการหลังการขาย ๆ ระบบประปา ระบบส่งน้ำ การป้องกันน้ำท่วม และการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะ super El Nino ที่กำลังจะเกิดขึ้น และมีข้อได้เปรียบจากการเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนให้เช่าเช่าดรื่องสูบน้ำกับการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งมีผู้ได้รับการขึ้นทะเบียนจำนวนจำกัด

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ประเมินกำไรของ FLE ในปี 2569 อยู่ที่ 41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% จากปีก่อน และปี 2570 อยู่ที่ 62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.1% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากมูลค่างานในมือที่ยกมาจากปีก่อน รวมถึงโอกาสจากโครงการขนาดใหญ่ในอนาคต นอกจากนี้ คาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปี 2569 อยู่ที่ 21.3% และทรงตัวในระดับดังกล่าวในปี 2570 พร้อมประเมินราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 2.26 บาทต่อหุ้น

วิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์  ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า  จุดแข็งสำคัญของ FLE คือการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “น้ำ” ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคเอกชน ประกอบกับบริษัทฯ มีประสบการณ์ บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ และความสามารถในการนำเสนอโซลูชันให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละโครงการ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขัน รวมถึงการพัฒนานวัตกรรม Smart Water Management หรือ SWM ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการปั๊มน้ำอัจฉริยะที่ช่วยติดตามการทำงานและการบำรุงรักษาอุปกรณ์แบบ Real-time ผ่านเทคโนโลยี Cloud IoT ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำ และสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารระบบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

ขณะเดียวกัน การต่อยอดธุรกิจไปสู่ ธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำและการขยายฐานลูกค้าภาคเอกชนมากขึ้น จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของแหล่งรายได้ และสร้างโอกาสในการเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่มีความต่อเนื่องมากขึ้นในอนาคต จึงเชื่อว่าการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จะเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ FLE มีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมขยายศักยภาพจากผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร และเติบโตไปพร้อมกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และ โอกาสการเติบโตจาก Data center ได้อย่างยั่งยืน

เสกสรรค์ ธโนปจัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิน พลัส แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า มั่นใจว่า FLE จะเป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ด้วยประสบการณ์การดำเนินธุรกิจของผู้บริหารมายาวนานกว่า 30 ปี และด้วยจุดแข็งสำคัญของ FLE คือความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยทั้งองค์ความรู้ทางวิศวกรรม ประสบการณ์ บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ตลอดจนความเข้าใจในการออกแบบและเลือกใช้อุปกรณ์ให้เหมาะสมกับลักษณะของแต่ละโครงการ

ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวถือเป็น Barrier to Entry ในธุรกิจ เพราะการแข่งขันของธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง

โดยภายหลังการระดมทุน FLE เตรียมเดินหน้าต่อยอดความเชี่ยวชาญเดิมไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ทั้ง ธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ การขยายฐานลูกค้าภาคเอกชน โครงการบริหารจัดการน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ Data Center

“ผมเชื่อว่าประสบการณ์และองค์ความรู้ที่ FLE สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งขึ้นหลัง IPO จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และวางรากฐานให้ FLE สามารถเติบโตไปพร้อมกับความต้องการด้านการบริหารจัดการน้ำและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยในระยะยาว” นายเสกสรรค์ กล่าว

ภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ FLE เปิดเผยว่า FLE ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้จัดจำหน่ายเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ แต่เราเป็นผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการระบบน้ำแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกเทคโนโลยีและอุปกรณ์ การติดตั้ง ไปจนถึงการให้บริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญที่บริษัทฯ สะสมมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี และตัวผมอยู่ในธุรกิจบริหารจัดการน้ำกว่า 30 ปี ทำให้เรามีความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตและโอกาสในอนาคต เราเชื่อว่าการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และเปิดโอกาสให้ FLE สามารถต่อยอดไปสู่ตลาดที่มีขนาดใหญ่ได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต 

สำหรับเงินที่ได้รับจากการระดมทุน FLE มีแผนนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจ โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ การต่อยอดธุรกิจให้เช่าเครื่องสูบน้ำ ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ชองบริษัทฯ ที่เริ่มดำเนินการในไตรมาส 4/2568 โดยเป็นธุรกิจที่บริษัทฯ มองว่ามีโอกาสเติบโตและสร้างรายได้แบบ Recurring Income โดยปัจจุบันบริษัทฯ ได้รับสัญญามาแล้วกว่า 7 ฉบับ ซึ่งบริษัทฯ มองว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มรูปแบบการให้บริการแก่ลูกค้า และสร้างรายได้ที่มีความต่อเนื่องมากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังมีแผนขยายฐานลูกค้าภาคเอกชน เพิ่มเติมจากฐานลูกค้าและโครงการที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญอยู่เดิม เพื่อสร้างความหลากหลายของแหล่งรายได้และเพิ่มโอกาสการเติบโตในระยะยาว

ทั้งนี้ FLE ยังมองเห็นโอกาสจากการขยายตัวของ Data Center ในประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล Cloud และ AI โครงสร้างพื้นฐานของ Data Center มีความต้องการระบบสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือสูง รวมถึงระบบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำและ Cooling System ซึ่ง FLE สามารถนำองค์ความรู้ด้านระบบสูบน้ำและงานวิศวกรรมที่มีอยู่มาต่อยอด เพื่อเข้าถึงโครงการภาคเอกชนขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมในอนาคต

นอกจากนี้ ความต้องการด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทยยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาเมืองและพื้นที่อุตสาหกรรม รวมถึงความจำเป็นในการรับมือกับปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และการบริหารทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนโอกาสทางธุรกิจของ FLE ในระยะยาว