ประเทศไทยกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ในการรักษาเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียน ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น การพึ่งพาเพียงฐานต้นทุนที่ต่ำเริ่มไม่ตอบโจทย์การเติบโตในระยะยาวอีกต่อไป
นายสตีฟ หยาง หัวหน้ากลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมยานยนต์ PwC ประเทศไทย เปิดเผยว่า การที่ไทยจะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในภาคการผลิตระลอกใหม่ (New Wave of Investment) เพื่อชิงความได้เปรียบในภูมิภาคอาเซียนได้นั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือการยกระดับไปสู่กิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง (High Value-Added Activities)
ทั้งนี้ ไทยจำเป็นต้องมุ่งเน้นการลงทุนใน 3 มิติหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีขั้นสูง การวิจัยและพัฒนา (R&D) และการสร้างสรรค์นวัตกรรม เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนแบบเดิมไม่เพียงพอที่จะสร้างจุดเด่นให้ไทยเหนือก่อคู่แข่งในภูมิภาคได้อีกต่อไป
"ไทยไม่สามารถพึ่งพาความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป เราจำเป็นต้องตั้งคำถามว่า เราสามารถสร้างคุณค่าเพิ่มเติมอะไรให้กับนักลงทุนได้บ้าง”
นายหยาง กล่าวอีกว่า ไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน เช่น เวียดนามและมาเลเซีย ขณะที่การเชื่อมโยงในภูมิภาคและข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญมากขึ้นในการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน
ประเทศไทยควรเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมอีวี(EV) มากกว่าที่จะเป็นเพียงศูนย์กลางการผลิต EV หรือไม่นั้น นายหยาง มองว่า มาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทยควรได้รับการออกแบบให้มุ่งส่งเสริม การถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา (R&D) การพัฒนาชิ้นส่วนและส่วนประกอบ ตลอดจนการสร้างและพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะ มากขึ้น เพื่อให้นักลงทุนและเศรษฐกิจไทยสามารถได้รับประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากยิ่งขึ้น



